อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

สหกรณ์แบบเอนกประสงค์ ทางรอดของเศรษฐกิจไทย

สัปดาห์นี้ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว เศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไรกันบ้าง? ลองไปดูต้นแบบ “สหกรณ์โคนมหนองโพ” ที่ประสบกับความเจริญมั่นคงและยั่งยืน พฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น.


อภิปัญหาอมตะนิรันดร์กาลที่ยังดำรงคงอยู่คู่กับประเทศไทยอย่างเหนียวแน่นมาเป็นเวลาช้านานหลายทศวรรษ คือ การมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจเป็นสำคัญเพียงถ่ายเดียว โดยละเลยการพัฒนาสังคมควบคู่กันไปอย่างถูกวิธีและเหมาะสม จึงก่อให้เกิดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจระหว่างสังคมเมือง (urban society) กับสังคมชนบท (rural society) ส่งผลให้เกิดช่องว่างของรายได้ (income gap) ระหว่างคนจนกับคนรวย ซึ่งเป็นไปในลักษณะเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันอยู่แล้ว กลับยิ่งถ่างกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ

การอุปมาเพื่อเปรียบเทียบให้มองเห็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนซึ่งมีมาตั้งแต่ครั้งอดีต เปรียบเสมือนรูปพีระมิด (pyramid) ทรงคว่ำ กล่าวคือ ฐานของพีระมิดที่อยู่ด้านบนนั้นหมายถึงจำนวนประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่มีมากถึงร้อยละ 80 แต่กลับมีรายได้เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ส่วนยอดของพีระมิดที่อยู่ด้านล่างนั้นมีจำนวนประชากรของประเทศเพียงร้อยละ 20 ซึ่งมีรายได้มากถึงร้อยละ 80 โครงสร้างสัดส่วนของจำนวนประชากรกับรายได้แสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ



สภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงมีลักษณะที่เรียกว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ หรือคนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับคำว่า
“ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ” แม้ว่าระบบทุนนิยมเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่ดีกว่าระบบคอมมิวนิสต์หรือระบบสังคมนิยม แต่มีจุดอ่อนที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนอย่างไร้ขอบเขต มีสภาพการณ์การแข่งขันทางธุรกิจสูงยิ่งชนิดไร้คุณธรรมและจริยธรรม เพราะมีการยึดถือประโยชน์ของตนและกำไรสูงสุด (maximize profit) เป็นที่ตั้งในลักษณะ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” หรือ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ซึ่งในท้ายที่สุดระบบทุนนิยมก็จะกลืนกินตนเองตกอยู่ใน “หลุมดำทางเศรษฐกิจ”

การบริหารประเทศเพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและประชาชนมีความเจริญผาสุก ขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศที่มีอุดมการณ์มีจุดยืนที่มั่นคงและมีความจริงใจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยต้องพึ่งพาอาศัยการสนับสนุนและความร่วมมือจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจนมีคุณธรรมและจริยธรรม หากชาติบ้านเมืองใดมีผู้นำประเทศที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ชาติบ้านเมืองนั้นย่อมมีความเจริญมั่นคงอย่างยั่งยืน แต่ถ้าหากชาติบ้านเมืองใดไม่มีผู้นำประเทศที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ชาติบ้านเมืองนั้นย่อมเสี่ยงต่อการเป็นประเทศที่ล้าหลัง หรืออาจพินาศล่มจมลงเมื่อไรก็ได้



การแสวงหาหนทางเพื่อเป็นทางออกซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฝ่ายบริหาร ในการขับเคลื่อนและแก้ปัญหาเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ที่จะต้องดำเนินการด้วยความระเอียดรอบคอบ การเข้าใจสภาพปัญหาจะนำไปสู่การรู้โจทย์ เข้าใจโจทย์และตีโจทย์แตก

นิติบุคคลที่จดทะเบียนในรูปของสหกรณ์ (co-operatives) จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการรวมกลุ่มของประชาชนที่ประกอบอาชีพในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันในแต่ละท้องถิ่น โดยเห็นประโยชน์ของพลังความร่วมมือร่วมใจในการดำเนินธุรกิจซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ธุรกิจในรูปแบบสหกรณ์จะมีผลดีต่อประชาชนในการมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำและผลักดัน นับว่ามีความเหมาะสมและกลมกลืนกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกคนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีทุนเรือนหุ้นมากน้อยแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม





การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบทุนนิยม จึงต้องดำเนินทั้ง2รูปแบบ คือ นิติบุคคลในรูปของบริษัทจำกัด และนิติบุคคลในรูปของสหกรณ์ ซึ่งนิติบุคคลทั้ง 2 ประเภทนี้ สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้สอดคล้องต้องกัน ไม่มีปัญหาและอุปสรรคแต่อย่างใด

สหกรณ์แบบเอนกประสงค์ (multi-purpose co-operatives) จึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะนำไปสู่ทางรอดของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมากนับล้านคนที่อยู่ในภาคการผลิตที่แท้จริง (real sector) เพียงแต่ต้องดำเนินกิจการให้ครบทุกกระบวนการเพื่อประโยชน์แก่สมาชิก อาทิ การออมทรัพย์ การกู้ยืม การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การตลาด ฯลฯ ไม่ใช่เป็นสหกรณ์ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อยากให้ไปศึกษาและเรียนรู้จากสหกรณ์โคนมหนองโพ ซึ่งประสบกับความเจริญมั่นคงและยั่งยืน.
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
ขอบคถณภาพจาก : sirinaprs1secret57


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 316