อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562

2พี่น้อง"ขอทาน"กอดคอสู้ หาค่ายาหวังพ่อแม่หายป่วย

สัปดาห์นี้เปิดมุมมืดของสังคม เหตุใด 2 พี่น้องใจทรนงต้อง “ขอทาน” หาเลี้ยงชีพ เหตุผลที่ฟังแล้วจุกอก ราวกับโลกนี้ไร้ซึ่งความยุติธรรม อาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


“...ถ้าหนู 2 คนไม่ทำ แล้วพ่อกับแม่จะเอาเงินไหนกิน จะเอาเงินไหนไปหาหมอ หนูอยากเรียน แต่พ่อกับแม่ไม่มีเงิน เพราะว่าครอบครัวหนูจนครับ...”

น้ำเสียงใสๆ เล็กๆ ที่ถูกเปล่งออกมาอย่างไร้เดียงสา พร้อมกับน้ำตาของ 2 พี่น้องคู่หนึ่ง ที่ทุกวันนี้ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ป่วยโรครุมเร้า แต่บางครั้งอีกมุมหนึ่งที่แสนโหดร้ายของสังคม ก็ไม่ได้เรียกสิ่งที่เด็กทั้งคู่ทำว่า “การทำงาน” เพราะสิ่งที่เด็กทำเพื่อหาเงิน คือ...เป็นขอทาน

หากจะถามผู้อ่านว่า ถ้าคุณเห็นเด็กที่ร่างกายครบ 32 ประการ ซึ่งไม่ได้มีส่วนใดขาดหายไป แต่กำลังนั่งขอทานอยู่ข้างถนน ในความคิดของคุณคืออะไร?? เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “พ่อแม่เด็กไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้ลูกมาขอทานแบบนี้” หรือ “ขอเงินไปทำสิ่งไม่ดีรึเปล่า” หรือแม้แต่ฟันธงไปแล้วว่า “เป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงแน่ๆ” สารพัดคำถามผุดขึ้นมาในหัว



เมื่อได้รับรู้ความจริงสิ่งที่เด็ก 2 คนนี้ต้อง
“นั่งขอทานตามข้างถนน” เหตุผลที่ฟังแล้วจุกเข้าไปในอก ราวกับโลกนี้ไร้ซึ่งความยุติธรรมสิ้นดี!!!

พ่อของเด็กป่วยด้วย “โรคเส้นเลือดในสมองตีบ” ไม่สามารถทำงานได้ ซ้ำแม่เลี้ยงยังต้องมาล้มป่วยเป็น “โรคเส้นเลือดในสมองแตก” วิบากกรรมนี้จึงตกไปอยู่ที่เด็กทั้ง 2 คน “น้องเขียว” และ “น้องขาว” (นามสมมุติ) วัย 10 ขวบ และ 11 ขวบ ต้องกลายเป็นหัวเรือหลักของบ้าน นั่งขอทานตามข้างถนนได้เงินจากผู้ใจบุญทั้งหลายวันละ 200-300 บาท ก็จะนำไปซื้อข้าว ซื้อยา และนำเงินที่เหลือกลับบ้านไปให้พ่อ เพื่อเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายรักษาอาการป่วย



ฟังแล้วรู้สึกอดคิดไม่ได้ โลกนี้คงมีมุมมืดอีกมากมาย เมื่อย้อนกลับไปในอดีต “บุญถิน ฉิมมาบล” วัย 59 ปี ผู้เป็นพ่อของเด็ก เขาประกอบอาชีพขายเสื้อผ้ามือสองกับภรรยา ซึ่งอยู่กินกันอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งที่ต้องพรากจากกันได้มาถึง แม่ของเด็กได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ทำให้พ่อและเด็กทั้ง 2 คนต้องอยู่ลำพังเรื่อยมา กระทั่งได้พบกับภรรยาใหม่ “นางแอ๊ด” วัย 52 ปี จึงตกลงอยู่กินกันฉันสามีภรรยา

สภาพครอบครัวก็น่าจะไร้อุปสรรค แต่นี่กลับเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ “น้องเขียว” และ “น้องขาว” กลายเป็นหัวเรือหลักและต้องสู้กับวิบากกรรมที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะจู่ๆ พ่อของเด็กๆ ก็เกิดมาอาการปวดหัว หน้ามืดอย่างกะทันหัน หมอแจ้งว่า เพราะป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ ร่างกายซีกขวาจึงไร้เรี่ยวแรงใช้การไม่ได้ สุดท้ายความพิการก็มาถึงตัว ส่วนภรรยาที่มีอาชีพกระเป๋ารถเมล์ เคาระห์ซ้ำกรรมซัดถูกรถชน ศรีษะกระแทกพื้นทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ไม่สามารถกลับไปทำงานประกอบอาชีพตามเดิมได้อีกต่อไป





นี่คือเหตุผลของ 2 ชีวิตที่ยังไร้เดียงสา แต่ต้องเผชิญทุกวัน เมื่อถามว่า “แล้วเรา 2 คนมีเวลาไปเรียนหนังสือไหม” คำตอบที่ได้คือ...ทั้งพี่และน้องไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ในทุกๆ วันต้องปั่นจักรยานคันเก่าออกไปนั่งขอเงินตามข้างถนน ในใจหวังเพียงขอให้ได้เงินนำกลับบ้าน ซึ่งเป็นห้องเช่าเล็กๆ รายเดือน 1,800 บาท ย่านประชาอุทิศ กรุงเทพฯ ทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน แม้ตอนนี้จะค้างค่าเช่าห้องมาแล้ว 2 เดือน แต่ก็ต้องบากหน้าขอผัดผ่อนไปก่อน

โดย “บุญถิน” ซึ่งเป็นพ่อ ได้รับสิทธิ์การรักษา แต่ยังคงไม่ได้เบี้ยคนพิการ เนื่องจากยังไม่ได้ดำเนินการส่งเอกสาร ขณะที่แม่เลี้ยงได้สิทธิ์คนพิการเดือนละ 800 บาท



เด็กทั้งคู่ยังพูดให้ฟังอีกว่า “ที่หนูทั้ง 2 คนต้องออกไปขอเงิน หนูจะเอาเงินไปให้ซื้อข้าวให้พ่อกับแม่ และพ่อกับแม่จะได้มีเงินไปหาหมอ เงินที่ได้มาหนูก็ให้พ่อหมดเลย แต่ถ้าหนูหิว หนูจะเก็บไว้ซื้อขนม 10 บาท หนูทั้ง 2 คนอยากเรียนหนังสือ แต่ไม่มีโอกาส หนูไม่อายที่เพื่อนๆ จะมาเรียกว่า เด็กขอทาน ถ้าหนูทั้ง 2 คนไม่ทำแบบนี้ แล้วพ่อกับแม่ จะกินอะไรกัน”

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานราชการได้พื้นที่เข้าเยี่ยมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กทั้ง 2 คนได้สื่อออกมาผ่านน้ำตา เพื่อเล่าให้ฟังถึงความจำเป็นที่ต้อง “ขอทาน” หลายคนอาจจะมองเป็นสิ่งไม่ดีอย่าไปสนับสนุน แต่ถ้าเด็กๆ ไม่ทำแบบนี้ ทั้ง 2 ชีวิตที่ไร้เดียงสา และ 2 ชีวิตที่พิการ พวกเขาจะเอาอะไรกิน ต้องขอชื่นชมหัวใจของเด็กทั้ง 2 คน หัวใจที่มีความกตัญญูกับพ่อและแม่เลี้ยง.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : @Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%