อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

เรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่ง ที่'LandLab'พิกัดใกล้กทม.

สัปดาห์นี้มีแนวคิดดีๆ มาฝากกัน ลองปรับสวนผลไม้และที่นาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ชื่อว่า LandLab เรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่งอย่างสนุกสนาน จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ลูกชายผมมีเพื่อนสนิทสมัยอนุบาลชื่อ “ต้นกล้า” ด้วยความที่ลูกๆ สนิทกัน ผู้ปกครองก็พลอยสนิทกันไปด้วย มีอยู่วันหนึ่งราวๆ เดือนก.พ. แม่เก๋” หรือ คุณกุสุมา กรองทอง แม่ของต้นกล้าได้เชิญครอบครัวของผมไปยังสถานที่แห่งหนึ่งแถว อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แม่เก๋บอกว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่นาของครอบครัวเธอเอง วันเสาร์และอาทิตย์เวลาต้นกล้ามาบ้านคุณตาคุณยาย เขาจะชอบที่นี่มาก ได้ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ หาผลไม้กินเอง อยู่เพลินทั้งวัน ตอนนี้เธอปรับพื้นที่ของสวนผลไม้และที่นาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สนุกสำหรับเด็กๆ ชื่อว่า LandLab จึงอยากจะเชิญครอบครัวผมไปลองทำกิจกรรมและช่วยเสนอแนะความคิดเห็นให้ด้วย

ผมตอบรับทันที เพราะกิจกรรมที่เน้นการเล่นและเรียนรู้แบบนี้บ้านผมชอบอยู่แล้ว วันนั้นลูกชายได้พายเรือ เล่นขี่ม้าก้านกล้วย ว่ายน้ำในบึง เก็บมะม่วงกินกับน้ำปลาหวาน (ทำเอง) ได้ทำข้าวต้มมัด ยกยอ ทำหุ่นไล่กา ฯลฯ วันนั้นไม่ขอเล่นเกมในมือถือเลย เพราะมัวสนุกกับกิจกรรมและเพื่อนใหม่ (เด็กที่ไปเล่นในรอบเดียวกันและเด็กในชุมชน)

ผมให้คำแนะนำกับแม่เก๋ไปเท่าที่นึกได้ แม่เก๋รับฟังแล้วนำไปต่อยอดเพิ่มเติมพร้อมกับปรับปรุงฐานต่างๆ ให้ลงตัวยิ่งขึ้น และย้ำว่าถ้าหาก LandLab พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่จะรีบบอกทันที ผมนึกสงสัยว่าจากเดิมที่แม่เก๋ทำงานด้านโปรดักชั่นและสื่ออยู่ดีๆ ทำไมถึงหันมาสนใจสร้างพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เล่นและเรียนรู้กลางทุ่งแบบนี้ แม่เก๋ตอบว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่เห็นลูกชายมีความสุขเวลาอยู่กับธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แม่เก๋จึงอยากให้เด็กคนอื่นๆ ได้มีความสุขแบบนี้เหมือนกัน จึงเกิดสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา โดยมีแนวคิดหลัก 3 ส่วนด้วยกันคือ



หนึ่ง วิถีชุมชน เพราะคุณพ่อแม่เก๋เป็นผู้ใหญ่บ้านที่บ้านคลองสองมานาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ปัจจุบันท่านเกษียณแล้ว แต่ท่านก็ยังคงทำงานด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ท่านทำบ้านของตัวเองเป็นแหล่งความรู้ให้กับชาวบ้านในเรื่องของการสร้างโอกาสและการประกอบอาชีพ คนในชุมชนเองก็ร่วมมือร่วมใจกันอย่างดีมาตลอด ทำให้หมู่บ้านคลองสองได้รับรางวัลคลองสวยน้ำใสระดับประเทศ

พื้นที่ตรงนี้มีประมาณ 8 ไร่ แบ่งเป็นเรือนที่พักอาศัย แบ่งเป็นสวนและมีที่นา แต่พอปีที่น้ำท่วมเลยไม่ได้ทำนาต่อ จึงเกิดเป็นบึงขึ้นมา แม่เก๋ดูพื้นที่แล้วคิดว่าน่าจะทำอะไรที่ให้ความรู้ได้หลายอย่าง รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิต การละเล่น และภูมิปัญญาของชาวบ้านเองก็ชวนให้เด็กๆ สนุกได้ เช่น สอนตำน้ำพริก สอนทำขนมห่อด้วยใบตอง เป็นต้น ส่วนเด็กๆ ในโรงเรียนละแวกใกล้เคียง ก็ฝึกฝนให้มาช่วยกิจกรรมและเข้าใจแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ และมาเป็นพี่เลี้ยงของเด็กที่มาร่วมกิจกรรมได้ ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

สอง แม่เก๋ทำสื่อโทรทัศน์มาตลอด 15 ปี มีโอกาสทำสื่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) รู้จักกับอาจารย์ นักวิทยาศาสตร์เก่งๆ และน่ารักหลายท่าน พอคุยกับท่าน ทุกคนอยากจะมาแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับเยาวชนของชาติในยุค 4.0

สาม แม่เก๋ทำรายการท่องเที่ยวมาเยอะมาก ไม่อยากให้รู้สึกว่าแค่ไปเที่ยวแล้วก็กลับบ้าน จึงอยากสอดแทรกกิจกรรมที่เด็กๆ ได้เล่นแล้วสนุก ชวนให้พวกเขาคิดและลงมือทำผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น ฝึกสังเกต ตั้งสมมติฐาน ทดลอง พิสูจน์ บันทึกวิเคราะห์ข้อมูล และหาข้อสรุป สิ่งเหล่านี้จะติดตัวเด็กๆ ไปด้วยไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็ตาม



หายไปเกือบหนึ่งปี ในที่สุดแม่เก๋แจ้งผมว่า LandLab ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมานี้เอง กิจกรรมทั้งหมดจะมี 4 ฐาน เริ่มจากมาลงทะเบียนตอนสายๆ 9.30 น. แล้วก็จะพาเด็กๆ ไปเดินชมชุมชนคลองสองและบอกประวัติของพื้นที่นี้ให้เด็กๆ ฟัง โดย ครูน่ง-.จิรารัช ลีลาวรรณศิลป ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก ทำหน้าที่ดูแลจัดเด็กและคุมทีมพี่เลี้ยงเด็ก หลังจากนั้นก็จะเริ่มจะฐานแรก


ฐาน Science in the Garden อ.พงษ์ - อ.สุทธิพงษ์ พงษ์วร ผู้ดูแลเรื่องชีววิทยา จะพาเด็กๆ เดินในสวน ไปเก็บมะนาว มะเฟืองกลับมา แล้วลองให้ต่อขั้วกับ Multimeter ซึ่งเป็นเครื่องวัดปริมาณไฟฟ้า แล้วเด็กๆ จะพบว่าผลไม้ที่เขาเก็บมาจากสวนสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้ อ.พงษ์ จะสอนการต่อวงจรแบบอนุกรม รวมพลังไฟฟ้าจากผลไม้หลายผลจนทำให้หลอดไฟติดได้



ฐาน Lab Chick ให้เด็กๆ ไปเก็บไข่ในฟาร์มที่เลี้ยงไก่ร่วมร้อยตัว ฐานนี้ อ.พงษ์ ชวนให้เด็กสังเกตไข่ไก่ก่อน ลองให้เด็กตอกไข่แล้วสังเกตไข่แดงและไข่ขาว มีการทดลองโดยนำสีผสมอาหารหยดลงไป และสนุกกว่านั้น เด็กๆ จะได้ทำ “ไข่สวรรค์” ผสมสีลงไปในไข่ แล้วนำไปนึ่ง เมื่อออกมา เด็กแต่ละคนจะได้สีที่ไม่เหมือนกันเลย

ฐาน Lab Zaab ชวนเด็กๆ ทำข้าวต้มมัด คนสอนเป็นคุณยายของต้นกล้านั่นเอง เริ่มแรกจะให้เด็กๆ ดูอุปกรณ์การทำข้าวต้มมัด อย่างเช่นเตาถ่านและซึ้ง สังเกตองค์ประกอบของข้าวต้มมัดว่าใส่อะไรบ้าง ดูตัวอย่างข้าวต้มมัดที่ทำเสร็จแล้ว หลังจากนั้นคุณยายจะสอนเด็กๆ ให้ใช้ข้าวเหนียวมาห่อกล้วย แล้วมัดด้วยใบตอง ขั้นตอนต่อไป จะให้เด็กๆ ตั้งสมมติฐาน โดยกำหนดเวลาเองว่า ถ้านำข้าวต้มมัดไปนึ่งแล้ว จะเปิดฝาหยิบข้าวต้มมัดออกมาในกี่นาที โดยเด็กแต่ละคนจะตั้งเวลาไม่เหมือนกัน บางคน 30 นาที แต่บางคน 3 ชม. เมื่อได้เวลาที่เปิดฝาก็จะนำข้าวต้มมัดออกมาดูว่ากินได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็จะต้องนำไปนึ่งต่อ ถือเป็นการลองผิดลองถูก แต่สุดท้ายทุกคนก็จะได้พิสูจน์กินข้าวต้มมัดที่ทำเองกับมือ

ฐาน Lab Za จะมี อ.ราม ติวารี นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ จะชวนเด็กๆ พายเรือในบึง แต่ก่อนลงเรือจะให้เด็กๆ ออกแบบเรือที่ทำจากดินเหนียวหรือดินน้ำมันกันก่อน ให้เข้าใจหลักการว่าทำไมเรือถึงลอยน้ำได้ แล้วสอนเรื่องแรงด้วยว่า เรากดไม้พายไปด้านหลัง แต่ทำไมเรือถึงพุ่งไปด้านหน้าได้ หลักจากเด็กๆ เรียนรู้ด้านทฤษฎีและทดลองกับเรือจำลองไปแล้ว คราวนี้เด็กๆ จะได้พายเรือด้วยตัวเอง ครูภูมิ-อ.อนุกูล สหรัตนพันธ์ ดูฐานกิจกรรมพายเรือและมีทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนคอยดูแลน้องๆ เด็กโตส่วนใหญ่จะไปกันเองก็ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็ก จะอนุญาตให้ผู้ปกครองพายให้ และไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยครับ เพราะเด็กๆ ต้องใส่เสื้อชูชีพทุกคนและน้ำตื้นมาก ลึกแค่ครึ่งตัวเท่านั้น



ผมถามเพิ่มเติมเรื่องอายุของเด็กที่จะไปร่วมกิจกรรมได้ แม่เก๋บอกว่าในวันเสาร์และอาทิตย์จะมีวันสำหรับเด็กเล็กและเด็กโต รับสูงสุดกลุ่มละ 20 คน จะแบ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กชั้นอนุบาลอายุตั้งแต่ 3-6 ปี และกลุ่มเด็กโตชั้นประถมอายุ 7-12 ปี เพราะอยากให้วัยใกล้เคียงกันทำกิจกรรมด้วยกัน แต่บางบ้านมาทั้งพี่และน้อง ก็ให้น้องไปร่วมกับพี่ๆ ได้เช่นกัน เพราะน้องเล็กจะเรียนรู้และได้รับความช่วยเหลือจะพี่เด็กโต ส่วนวันธรรมดาจะเป็นรอบของโรงเรียนที่มาทัศนศึกษา แม่เก๋แนะนำให้นำชุดมาเปลี่ยนด้วย เพราะหลังจากจบกิจกรรม 4 ฐานแล้ว จะมีเวลาพิเศษให้เด็กๆ เลือกเล่นกองฟางหรืออาจจะว่ายน้ำจนตัวเปียกก็ได้ จะได้อาบน้ำและนอนหลับกลับบ้านได้สบายๆ ส่วนกิจกรรมจะมีการเปลี่ยนหมุนเวียนทุกๆ 3 เดือน อย่างรอบต่อไปจะสอนเลี้ยงปลากัด และสอนการมัดย้อมผ้าแบบธรรมชาติ เป็นต้น

แม่เก๋บอกผมว่า ช่วงนี้เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับครอบครัวที่มาวันเสาร์/อาทิตย์ และพิเศษกว่านั้นคือ ถ้าบ้านไหนมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย จะชวนมาด้วยก็ได้ แม่เก๋ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพราะอยากให้ทุกคนในครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกัน

ครอบครัวหรือโรงเรียนไหนที่สนใจพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างสนุกสนานแบบนี้ ลองหาข้อมูลและเข้าไปสอบถามเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/LandLabTH ได้เลยครับ


........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 180