อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562

ท่องเที่ยวเร่งสลัดฝันร้าย เดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่(คลิป)

สัปดาห์นี้ตามติด “รัฐ-เอกชน” โหมกิจกรรมดันท่องเที่ยวไทยปีหมู หวังดึงท่องเที่ยวต่างชาติกลับไทย รูปแบบจะเด็ดเร้าใจแค่ไหน ต้องลองไปดูกัน ศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00 น.


ทันทีที่ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ส่ออาการทรงและทรุดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 61 ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและภาคเอกชนต่างก็ออกมาผนึกกำลัง “โด๊ปยาแรง” จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวหวังดึงดูดเม็ดเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเข้มข้น เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวถือเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล

เห็นได้จากการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยการคลอดสารพัดมาตรการในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ให้กับนักท่องเที่ยว ต่างชาติ 21 ประเทศ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.61 ถึงเดือนม.ค 62 พร้อมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.-15 ม.ค. 62 การเพิ่มความถี่ของการเดินทาง

ส่วนหนังสือเดินทางที่ขอรับการตรวจตราแบบสามารถเดินทางได้ครั้งเดียว (Single Entry Visa) ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ก็ขยายเป็นเดินทางเข้าประเทศไทย 2 ครั้ง (Double Entries Visa) ภายใน 6 เดือน หวังทดแทนตลาดจีนที่หดหายไป หลังจากที่เกิดปัญหาเรือล่มที่จ.ภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตจำนวนมาก กลายเป็น “โศกนาฏกรรม” สะเทือนขวัญของนักท่องเที่ยวจีน และยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย



ทั้งนี้การข้ามผ่านวิกฤติที่ผ่านมา และการเดินหน้าสู่ปี 62 ของภาคการท่องเที่ยวของไทย จะเป็นไปอย่างไร “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ให้ความเห็นผ่านการให้สัมภาษณ์ “เดลินิวส์ออนไลน์” ถึงแผนการส่งเสริมท่องเที่ยวในปีหมูว่า การทำตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศจะเพิ่มความสมดุลตลาดระยะใกล้และระยะไกลมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเรื่องรายได้เหมือนเดิม ซึ่งจะเจาะตลาดแต่ละกลุ่มเพิ่มขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงกีฬา ท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูลและแต่งงาน





ส่วนตลาดในประเทศส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดเหมือนเดิม เพื่อกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน แต่ในส่วนจังหวัดหลัก 22 ที่ไม่ได้ละทิ้งยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง และจะพัฒนาสถานที่เมืองรองในเมืองหลักเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

โดยเป้าหมายในปี 62 คาดว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยว 3.4 ล้านล้านบาท จากต่างประเทศ 2.2 ล้านล้านบาท และในประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท จากปี 61 ซึ่งรายได้จากท่องเที่ยวอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวในประเทศ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด 40 ล้านคน โต 10% จากปี 61 อยู่ที่ 38 ล้านคน ซึ่งการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 167 ล้านคนครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 157 ล้านคนครั้งในปี 61

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ที่เดินมาเที่ยวลดลงนั้น ขณะนี้ได้กระจายตลาดให้สมดุลมากขึ้น โดยมองไปอาเซียน เพราะปี 62 ไทยเป็นประธานอาเซียน ดังนั้นนโยบายรัฐบาลที่เชื่อมโยงซีแอลเอ็มวีที หรือทำให้เกิดการท่องเที่ยวในอาเซียนเพิ่ม รวมถึงไปทำตลาดญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อกระจายความเสี่ยงมากขึ้นหากมีปัญหาในตลาดใดตลาดหนึ่งยังมีตลาดอื่นทดแทน นอกจากนี้การที่เรามีสำนักงาน 29 แห่งทั่วโลกก็จะเฟ้นหาโปรดักส์แชมเปี้ยน และพร้อมบุกตลาดในแต่ละประเทศ โดยสร้างการรับรู้ให้กลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางจริง





หันไปฟังมุมมองจากผู้ประกอบการ อย่างนายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) มองว่า เทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิม นักท่องเที่ยวจะเดินทางโดยใช้กรุ๊ปทัวร์ แต่ปัจจุบันจะเดินทางด้วยตนเอง เพราะสื่อออนไลน์มีผลทำให้นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลและไปเที่ยวเองมากขึ้น ซึ่งบริษัททัวร์ต้องปรับตัวหาคอนเทนท์ใหม่ๆ ยกระดับบริการมาตรฐาน โดยเพิ่มความรู้ด้านสถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมให้กับลูกค้า เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่



ขณะที่ “นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ประเมินว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในปี 62 จะเติบโตไม่มาก เพราะฐานที่ใหญ่ในปีก่อนหน้า โดยภาคเอกชนไม่เน้นจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศมาก แต่เน้นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและคุณภาพมากกว่า รวมถึงเน้นเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันรัฐเข้ามาดูแลเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งไม่มีการสานต่อ ดังนั้นหากมีตรงจุดไหนที่อยากให้เอกชนเข้าไปช่วย ก็พร้อมให้ความร่วมมือ

ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวปีหน้า 40 ล้านคนไม่น่าจะมีปัญหา แต่ปัจจัยลบคือการเมือง อุทกภัย และเศรษฐกิจ สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน อาจะจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก





ทั้งนี้ยอมรับว่านักท่องเที่ยวจีนลดลงไป 30-40% หลังจากเกิดปัญหา ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปที่ เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม เมียนมาเพิ่ม ซึ่งก็กังวลว่าถ้านักท่องเที่ยวเจอสิ่งที่ดีกว่า โอกาสกลับมายาก ดังนั้นเราต้องแสดงความจริงใจให้เห็นว่า คนไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ไม่เอารัดเอาเปรียบ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการขยายการลงทุนรองรับนักท่องเที่ยวจีนกันมาก หากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่กลับมาคนที่มีสายป่านสั้นล้มแน่

ด้าน “นายสุรวัช อัครวรมาศ” อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า แสดงความเป็นห่วงต่อการรองรับนักท่องเที่ยวในปี 62 หลังจากที่ภาครัฐตั้งเป้านักท่องเที่ยวไว้ 40 ล้านคน เพราะถ้ามีการผลักนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ แล้วไม่มีมาตรการรองรับ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ประทับใจอาจทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ขณะที่การแข่งขันประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนมีสูง





แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี จะเริ่มกลับมาเป็นบวกได้ หลังจากอัดยาแรงจากภาครัฐเข้าไปกระตุ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคการท่องเที่ยวของไทยต้องเร่งปรับตัว คือการตามติดและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ให้ทันกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะใน “ยุคดิจิทัล” ที่ข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์การท่องเที่ยว ถูกส่งผ่านกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวอย่างจากการลดน้อยถอยลงของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งหลังของปี 61 คงเป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็นว่า บริการที่ด้อยคุณภาพ และการรับมือกับปัญหาที่ไม่ตรงใจนักท่องเที่ยว ส่งผลสะเทือนต่อภาพรวมธุรกิจแค่ไหน.
...................................
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย “สุกัญญา สังฆธรรม”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35