อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562

ความเสี่ยงซัดกระหน่ำตลาด ได้เวลาทองคำขาขึ้น??(คลิป)

สัปดาห์นี้ฟังกูรูวิเคราะห์ “เศรษฐกิจโลกหด” ถึงเวลาทองคำช่วงขาขึ้น จากอานิสงส์สารพัดปัจจับลบต่างประเทศรุมเร้า เหล่านักลงทุนแห่สนใจหลังซบเซามานาน อาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561 เวลา 11.00 น.


หลังจากที่ลดดีกรีความคึกคักลงไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าในปี 62 นี้ ตลาดทองคำจะเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาห์ความสนใจของนักลงทุนมากขึ้นอีกครั้ง จากปัจจัยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ใกล้จบรอบการปรับขึ้นแล้ว ขณะที่ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก จากการเผชิญกับสารพัดปัจจัยเสี่ยง ทั้งเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกยุโรปของอียู (เบร็กซิท) สงครามทางการค้า ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวของประเทศมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในตัวเลือก ก็คือ “ทองคำ”

แต่ทิศทางราคาในปีหน้าจะทะยานขึ้นมากน้อยแค่ไหน ผู้คร่ำหวอดในวงการทองคำ อย่าง “พิชญา พิสุทธิกุล” อุปนายกสมาคมค้าทองคำ ได้ไขข้อข้องใจผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า ราคาทองคำในปี 62 มีทิศทางขาขึ้น โดยเป็นผลจากการทำเบร็กซิทของอังกฤษ อาจเจอปัญหาการคัดค้านจากวุฒิสภา และที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ปัญหาสงครามทางการค้า แม้ว่าจะเลื่อนการจัดเก็บภาษีออกไปอีก 90 วัน แต่ในระหว่างนี้สหรัฐฯ อาจเพิ่มภาษีกับจีนเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้น 50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ จาก 1,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์มาอยู่ที่ 1,250 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และคาดว่าจะไต่ขึ้นสูงถึงระดับ 1,275 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศ จะไต่ขึ้นไปแถว 20,000 บาท ได้ในไตรมาส 1 ปี 62



ขณะเดียวกัน ต้องดูว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะกลับขึ้นไปแตะ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลได้อีกหรือไม่ หลังจากที่ซาอุดิอารเบียและรัสเซียลดกำลังการผลิตน้ำมัน ซึ่งถ้าน้ำมันปรับตัวขึ้น จะทำให้มีแรงขายในตลาดหุ้น และโยกเงินลงทุนมาลงทุนในทองคำกับน้ำมันมากขึ้น เพราะสามารถคาดหวังกำไรได้ในระยะสั้นกว่าการถือลงทุนในหุ้น

ความเห็นดังกล่าวสอดรับกับ “น..ฐิภา นววัฒนทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG ที่มองว่า ราคาทองคำในปี 62 มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงผลกระทบการเมืองสหรัฐฯ ที่สภาคองเกรสถูกแบ่งเป็น 2 พรรค ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงและปัญหาการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยที่กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น

อีกทั้งหากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ คลี่คลายลง จะยิ่งลดความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยลง รวมทั้งยังมีแนวโน้มที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับนโยบายการเงินเข้าสู่สภาวะปกติ (monetary policy normalization) จะเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินยูโรและทองคำเพิ่มเติมอีกด้วย



ทั้งนี้คาดว่าราคาทองคำในปี 62 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,160-1,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์หรือบาทละ 18,000-21,400 บาท ประเมินแนวต้านแรก 1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์หรือบาทละ 20,900 บาท และถ้าไปต่อมีโอกาสที่ขยับขึ้น เพื่อทดสอบแนวต้าน 1,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์หรือบาทละ 21,400 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี 1 เดือน นับจากเดือนพ.ย. 60 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ค่าเงินบาทในช่วงนั้นด้วยว่าจะอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้นมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงในเชิงลบต่อราคาทองคำเป็นปัญหาการเมืองในฝั่งยุโรปที่จะเป็นกดดันสกุลเงินยูโรให้กลับมาอ่อนค่าได้ และความเสี่ยงในกรณีที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่ากดดันการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เบื้องต้นแนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,180 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 18,250 บาท โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรก ซึ่งประเมินแนวรับถัดไปโซน 1,160 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 18,000 บาท เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นอาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 20,900 บาท แต่หากผ่านได้สามารถชะลอการขายไปยังโซนแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 21,400 บาท

ขณะเดียวกัน “นายธนรัชต์ พสวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง มีมุมมองต่อทองคำเป็นทิศทางขาขึ้นเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขค่าเฉลี่ย 200 วันในเดือนธ.ค. อยู่ที่ 1,253 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ทำให้ราคาทิศทางระยะสั้นและระยะยาวน่าจะปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ปีหน้าเฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยก็เป็นปัจจัยบวกต่อการปรับขึ้นราคาทองคำ ส่วนปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนระยะยาวไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาเบร็กซิทจะทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น



ในช่วงต้นปีจะมีปัจจัยตรุษจีนจะมีการซื้อทองในตลาดเซาท์อีสเอเชียค่อนข้างมาก ทำให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้น และคาดว่าไตรมาสแรกจะไปแตะที่ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือทองคำแท่งบาทละ 20,000 บาท และมีโอกาสแตะที่ระดับ 1,375 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือทองคำแท่งบาทละ 20,750 บาท ในไตรมาสแรก เพราะจากสถิติช่วง 3 ปีที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้น 4% ช่วงตรุษจีน แต่หลังตรุษจีนจะเทขายออกมาในช่วงวันหยุด 1 สัปดาห์ ทำให้ราคาปรับตัวลง ยกเว้นเศรษฐกิจโลกผันผวนทำให้ราคาบวกขึ้นต่อ ส่วนค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการเลือกตั้งจะมีเม็ดเงินเข้ามาในประเทศเพิ่ม

“การซื้อขายรุปพรรณวอลลุ่มน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจไม่มาก แต่การจับจ่ายมีอยู่ในเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า จะทำให้ทองคำราคาไม่แพงมากนัก”

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้ ประเมินว่า ปัจจัยสำคัญที่จะหนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำ ได้แก่ การกลับมาเพิ่มการถือครองทองคำของกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งเริ่มเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค.61 ประกอบกับการปิดสถานะขาย (ชอร์ต) ทองคำของนักลงทุนกลุ่มเฮดจ์ฟันด์ สะท้อนว่าความต้องการลงทุนในทองคำเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น

ส่วนในปี 62 มองเชิงบวกต่อราคาทองคำ ผลพวงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง เช่น การเสนอร่างงบประมาณของรัฐบาลอิตาลี และการเจรจาเบร็กซิท ซึ่งมีกำหนดให้อังกฤษสิ้นสุดความเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรป ในเดือนมี.ค.62 จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นอาจปรับฐาน ทำให้ทองคำเริ่มเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ และเหมาะจะลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนให้มากขึ้น

ถ้าทุกสินทรัพย์การลงทุน ถือเป็นเหรียญ 2 ด้าน คือมีทั้งได้และเสีย ในส่วนของทองคำปี 62 ก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มหันด้านที่ "ได้" กลับมาเรียกความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง เพียงแต่เป็นความน่าจะได้ บนพื้นฐานปัจจัยที่ยังมีความผันผวนสูง และพร้อมที่จะพลิกกลับเป็นด้านเสีย ได้ทุกเวลาเช่นกัน.
...................................
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย สุกัญญา สังฆธรรม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 107