อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

พุทธพจน์ในพระธรรมวินัย ที่พึ่งอันแท้จริงของชาวพุทธ

สัปดาห์นี้เมื่อเอ่ยถึง “พุทธบริษัท” หากไม่ทำหน้าที่ด้านศึกษาพระธรรม และอบรมเจริญปัญญา ก็จะไม่มีความรู้ในพระธรรมอย่างถูกต้อง พฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.


“พระพุทธศาสนา” เป็นศาสนาของผู้มีปัญญาอุบัติขึ้นโดยการตรัสรู้ของ “พระบรมศาสดา พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า” ด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาคุณ เมื่อ 45 ปีก่อนพุทธศักราชซึ่งเป็นระยะเวลา 2,607 ปีล่วงมาแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณถึงสภาวธรรม คือ นามธรรมและรูปธรรมซึ่งเป็นปรมัตถธรรม (ความจริงอันแท้ยิ่ง) คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน หรือความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจธรรม) 4 ประการ คือ ทุกข์ (ทุกขเวทนา,ทุกขสัจจ์) สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์ คือ กิเลสและตัณหา) นิโรธ (ความดับทุกข์ ,นิพพาน) มรรค (ทางแห่งการดับทุกข์) มี 8 ประการ คือ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) สัมมาสังกัปปะ (ความคิดที่ถูกต้อง) สัมมาวาจา (วาจาที่ถูกต้อง) สัมมากัมมันตะ (การปฏิบัติที่ถูกต้อง) สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง) สัมมาวายามะ (ความเพียรที่ถูกต้อง) สัมมาสติ (ความระลึกที่ถูกต้อง) สัมมาสมาธิ (ความตั้งมั่นที่ถูกต้อง)



หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกอบด้วยพระธรรมที่ทรงแสดงและพระวินัยที่ทรงบัญญัติเรียกว่า “พระธรรมวินัย” มีความละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ยากที่จะเข้าใจได้ การศึกษาพระธรรมโดยการฟังธรรมจึงต้องดำเนินไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่อาจรีบร้อนโดยการเอาตัวตน (อัตตา) เข้าไปกระทำใดๆ ความเข้าใจจากการฟังธรรมจะเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตามเหตุปัจจัย ปัญญาก็จะมีขึ้นเป็นไปตามลำดับขั้นของการพิจารณาไตร่ตรองด้วยความแยบคาย หากพุทธบริษัทไม่ว่าจะเป็นภิกษุซึ่งเป็นหัวหน้าของพุทธบริษัทไม่ทำหน้าที่ของตนในด้านคันถธุระ (ศึกษาพระธรรม) และวิปัสสนาธุระ (อบรมเจริญปัญญา) ก็จะไม่มีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการไม่เคารพยำเกรงต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและไม่สามารถเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ การล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัยก็เป็นการกระทำย่ำยีต่อพระพุทธศานาโดยไม่ละอายชั่วกลัวบาป จึงไม่เป็นที่เคารพนับถือของคฤหัสถ์ (ผู้ครองเรือน) ซึ่งเป็นพุทธบริษัทเช่นเดียวกัน



ส่วนอุบาสกและอุบาสิกาซึ่งอยู่ในเพศคฤหัสถ์ก็เป็นผู้ที่มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฎฐิ ) เนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้อง การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงมุ่งแต่ อามิสบูชา (การเคารพสักการะด้วยวัตถุสิ่งของในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ) แต่กลับละเลยการปฏิบัติบูชา (ศึกษาพระธรรมโดยการฟังธรรมตามกาล) เมื่อมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก็เกิดปัญญาเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตามลำดับขั้น มีการละอกุศลและเจริญกุศลตามกำลังของปัญญา

อวิชชา (ความไม่รู้) เป็นรากเหง้าของการเกิดอกุศลทั้งหลาย ผู้ที่ไม่รู้เป็นผู้ที่ไม่เข้าใจในไตรลักษณ์ (ลักษณะ 3 ประการ) คือ ความไม่เที่ยง ความทุกข์ ความเป็นอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) ชาวพุทธที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่ความเห็นผิดจึงมีแต่ความเดือดร้อนทั้งกายและใจ เพราะมีไฟกิเลสรุมเร้า ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปรกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว ชีวิตการศึกษา ชีวิตการทำงาน ชีวิตในสังคมทั่วไป



การที่ชาวพุทธจะมีพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) เป็นที่พึ่งได้นั้นก็ต้องเริ่มต้นจากการศึกษาพระธรรม โดยการฟังธรรมตามกาลที่ถูกต้องตรงตามพุทธพจน์ในพระธรรมวินัย ซึ่งปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก (พระวินัยปิฏก พระสุตตันตปิฏก (พระสูตร) พระอภิธรรมปิฏก) หาไม่เช่นนั้นแล้วก็เป็นเพียงชาวพุทธที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาแต่ไม่ประกอบด้วยปัญญา จึงมีแต่ความเห็นผิดไม่มีทางที่จะมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้เลย.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
ขอบคุณภาพจาก : encryptionfolder , wikipedia , sookjai , palungjit


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 307