อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

เปิดวาร์ป'นวัตกรรม4มิติ' ลดตายบนถนน

สัปดาห์นี้พาไปรู้จัก “นวัตกรรม 4 มิติ” ของทล. ติดตั้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในจุดเสี่ยง หวังลดตายบนถนน อังคารที่ 8 มกราคม 2562 เวลา 08.00 น.


ทุกหน่วยโหมรณรงค์ลดตาย-ลดเจ็บปีใหม่ และกระตุ้นรัฐบาลให้ปัญหาอุบัติเหตุเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดความสูญเสียตลอดปีทั้ง 365 วันซึ่งไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล สะท้อนข้อมูลหลังรูดม่านปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 62 สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ..61-2 ..62 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,892 คน  ยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่าปี ใหม่ 61 ที่มี 423 คน  แต่ยอดอุบัติเหตุลดลงจาก 3,841 ครั้ง และผู้บาดเจ็บ 4,005 คน

สำนักความปลอดภัย กรมทางหลวง (ทล.) มีโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นกม. สแกนถนนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุไว้ 120 เส้นทาง แบ่งแยกสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุออกมาเป็น 4 มิติ เพื่อให้การแก้ไขอุบัติเหตุตรงจุดมากขึ้น ได้แก่ มิติที่ 1 จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น รถชนข้างทาง แหกโค้ง มีสาเหตุล้วนขับเร็ว รวมทั้งหมด 38 สายทาง มิติที่ 2 เส้นทางที่มีอุบัติเหตุเกิดขณะฝนตก เพราะสภาพถนนลื่น ส่วนใหญ่มักเกิดบนถนนที่อยู่ในเขตภาคเหนือ และภาคใต้มีทั้งหมด 16 สายทาง มิติที่ 3 เส้นทางที่มีอุบัติเหตุหลับในบ่อย เป็นทางตรง มีทั้งหมด 57 สายทาง และมิติที่ 4 เส้นทางที่มีความลาดชัน มักเกิดอุบัติเหตุกับรถขนาดใหญ่ เช่น รถบัส รวมแล้วมี 9 สายทาง



หนทางหนึ่งที่จะลดอุบัติเหตุในจุดเสี่ยงซ้ำคือการนำนวัตกรรมมาเป็นตัวช่วย ในแต่ละปีทล. ใช้งบประมาณติดตั้งประมาณ 400 ล้านบาท

มิติที่ 1 จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ปัญหารถชนข้างทาง แหกโค้ง มีตัวอย่างของถนน เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหนองแค-หินกอง สระบุรี ทางหลวงหมายเลข1 ช่วงตาก-เถิน จ.ตาก ทางหลวงหมายเลข4 ช่วงปากท่อ-เพชรบุรี จ.สมุทรสงคราม ใช้ตัวช่วยทางนวัตกรรม ด้วยการติดตั้งป้ายยัวร์สปีด (Your Speed) คร่อมถนน เพื่อโชว์ตัวเลขความเร็วรถบนป้าย กระตุ้นเตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วลง จากการติดตามผลหลังติดตั้งป้ายที่มีการแจ้งเตือนอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ใช้ความเร็วลดลงร้อยละ 10 ส่งผลให้อุบัติเหตุในจุดนี้ลดลงตามไปด้วย

เครื่องหมายลดความเร็ว (Optical Speed Bar : OSB) คือการตีเส้นเพิ่มเติมจากเส้นทึบแบ่งช่องจราจร โดยเป็นเส้นตรงขีดเข้ามาภายในช่องจราจร ลักษณะคล้ายเส้นกางปลาตลอดแนว เพื่อเป็นการบีบช่องจราจร ระยะประมาณ100เมตร บริเวณก่อนถึงจุดกลับรถ ซึ่งผู้ที่ขับขี่เมื่อเห็นสัญลักษณ์ดังกล่าวจะทำให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทดลองพบรถสามารถปรับความเร็วให้เท่ากับกฎหมายกำหนด โดยใช้งบประมาณก่อสร้างเฉลี่ยอยู่จุดละ 5 แสนบาท ตัวอย่างเช่น บริเวณทางโค้ง ค่ายลูกเสือหมวกเหล็ก จ.สระบุรี, ดอยสะเก็ดและดอยนางแก้ว จ.เชียงใหม่, อ.เด่นชัย จ.ลำปาง และเขาพับผ้า จ.ตรัง



มิติที่ 2 เส้นทางที่มีอุบัติเหตุเกิดขณะฝนตก ตัวอย่างเช่น ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงตรัง-เขาพับผ้า จ.พัทลุง ลักษณะเป็นทางโค้งลงเขา และทางหลวงหมายเลข 1184 ช่วงแม่อาว-ดอนมูล จ.ลำพูน แก้ไขด้วยการติดตั้ง เส้นสะท้อนสายฝน (Rain Line) เส้นแบ่งช่องจราจรมีความพิเศษที่มีฟิลม์ที่เคลือบ เมื่อกระทบกับแสงไฟของรถจะสะท้อนให้เห็นเส้นชัดเจน จากเดิมเมื่อฝนตกจะทำให้เห็นเส้นแบ่งช่องจราจรไม่ชัดเจน เน้นติดตั้งบริเวณภาคใต้และภาคเหนือ พื้นที่ฝนตกชุก

มิติที่ 3 ปัญหาของการหลับใน ใช้นวัตกรรมที่เรียกว่า เส้นจราจรแบบสันนูน (Profile Marking) เป็นลักษณะของพื้นนูนบนเส้นไหล่ทางและข้างเส้นไหล่ทาง มีความถี่ห่างกัน 20 ซม. กระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ที่หลับใน เมื่อขับรถทับเส้นไหล่ทางจะรู้สึกตื่นตัว ช่วยลดอุบัติเหตุร้อยละ 25-30 ก่อนหน้านี้นำร่องทดลองตีเส้นปลุกคนหลับบนทางหลวงสู่ภาคใต้ช่วงเพชรบุรี-วังมะนาว เมื่อปลายปี 59 ปรากฏว่าอุบัติเหตุจากการหลับในลดลง

มิติที่ 4 ทางลาดชัน ถนนที่ชันเกิน 8% เป็นเส้นทางลงเขา ตัวอย่างเช่น ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงแม่ละเมา-ตาก (ดอยรวก) จ.ตาก ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว (โค้งศาลโทน) จ.ปราจีนบุรี มีสถิติเกิดอุบัติเหตุรถบัสตกเขาค่อนข้างถี่

นายสุจิณ มั่งนิมิตร ผอ.สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง อธิบายว่า จากกายภาพของถนนประเทศไทยที่ต้องตัดผ่านภูเขา ประกอบกับระบบเบรกของรถบัส และรถบรรทุกแตกต่างจากรถทั่วไป โดยใช้ระบบปั๊มลมในเส้นทางตรง ดังนั้นเมื่อลงเขาต้องใช้เกียร์ต่ำ แต่คนขับมักปล่อยเกียร์ว่างลงเขา ซึ่งระยะทางลงเขาถ้าเกิน 3 กม. จะเกิดปัญหาเบรกแตก เพราะลมที่ปั๊มในระบบเบรกจะใช้ได้แค่ 1.5 กม. เท่านั้น



ปกติถารถวิ่งทางตรงระบบปั๊มลมจะทำงานสม่ำเสมอ คนขับที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางคิดว่าระยะทางไม่ถึง 3 กม. อย่างไรก็ตามการปล่อยเกียร์ว่างระหว่างลงเขา คนขับต้องเหยียบเบรกตลอดเวลา ดังนั้นจึงเกิดปัญหาเบรกแตก เกียร์พัง ซึ่งการสอบสวนอุบัติเหตุจะใส่ 2 สาเหตุดังกล่าว แต่ก่อนที่จะมาที่เกียร์พัง มาจากเบรกแตกก่อน เบรกไม่อยู่รถตกเขา ขณะที่การใช้เกียร์ต่ำรถจะมีความหนืด วิ่งช้า ซึ่งคนขับจะไม่ชิน ดังนั้นการเช่ารถบัสเดินทางต้องตรวจสอบว่า คนขับมีทักษะการขับรถขึ้นเขา หรือเคยขับในเส้นทางหรือไม่ ดังนั้นในเส้นทางลงเขา จะมีป้ายเตือนให้ใช้เกียร์ต่ำเป็นระยะ

“ระบบความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน ต้องมีนวัตกรรมมาช่วยปกป้องชีวิต ยุทธศาสตร์ของการสร้างนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย ระบบปลอดภัย หรือ Safety System คนจะเออร์เลอร์อย่างไรไม่ว่า จะหลับใน หรือเมาต้องไม่ตาย มุมมองของสากลมองว่า โครงสร้างของถนนต้องมีระบบป้องกัน จากการวางแผนการใช้นวัตกรรมมาลดอุบัติเหตุบนท้องถนน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นหลังจากนี้ 5 ปี และภายใน 20 ปีทางหลวงกว่า 6 หมื่นกม. จะมีมาตรฐานเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและยุโรป” ผอ.สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ระบุ



และว่าจากการประเมินชีวิตของคนไทย เมื่อต้องตายจากอุบัติเหตุซึ่งอยู่ในวัย 20 ขึ้นไปจนสิ้นอายุขัย สามารถทำงานมีรายได้เลี้ยงชีพได้ในช่วงวัยประมาณ 4-5 ล้านบาท แตกต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ประเมินไว้ที่ 30 ล้านบาท เพราะค่าแรงที่ต่างกัน

ข้อปลีกย่อยของนวัตกรรมช่วยลดอุบัติเหตุ จะทยอยเกิดขึ้นบนถนนของทางหลวง ตัวอย่างเช่น ระบบไฟกระพริบบริเวณทางโค้ง ปัจจุบันได้ติดตั้งบนทางหลวงหมายเลข 212 นครพนม-มุกดาหาร บริเวณทางโค้งราชภัฎนครพนม โดยปรับจังหวะการกระพริบของไฟให้ห่างกันระหว่าง 1-2 วินาที จากเดิมไฟจะกระพริบไม่เป็นจังหวะ ส่งผลต่อวิสัยทัศน์การขับขี่ โดยจุดนี้ใช้งบประมาณติดตั้งจุดละ 1 แสนบาท ทยอยติดตั้งจุดทางโค้งในสายทางกรมทางหลวงทั้งหมด 1,000 โค้ง



ถนนพระราม 2 หรือทางหลวงหมายเลข 35 เส้นทางสู่ภาคใต้ มีปริมาณรถสัญจรวันละ 100,000-150,000 คัน และในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น จากการเก็บข้อมูล มีจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุช่วงถนนพระราม 2 พบปัญหาชนท้ายช่วงระหว่างตลาดมหาชัยเมืองใหม่กับ อ.เมือง มหาชัย จ.สมุทรสาคร ได้ติดตั้ง ทรานเวิร์ส บาร์ (Transverse Bar) ทาสีแถบสีขาวขวางพื้นถนน เพื่อหาระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างรถ 2 คันที่ขับตามกัน โดยทาสีบริเวณช่องกลางและช่องขวาสุด ชิดเกาะกลาง มีระยะห่างแถบละ 37 เมตร แบ่งเป็น 3 ชุด แต่ละชุดมี 20 แถบ มีระยะห่างกัน 1 กม.ครึ่ง ในระยะทางรวม 5 กม. ปรากฏว่าลดปัญหาอุบัติเหตุชนท้ายลงได้ร้อยละ 30

เช่นเดียวกันเมื่อขับตามทางถนนพระราม มาในช่วง ม.69 และ กม.74 ในพื้นที่ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม บริเวณนี้จะพบ จุดกลับรถหยดน้ำ ใช้วิธีปาดหัวเกาะถนนเป็นลักษณะหยดน้ำ เพิ่มช่องจราจร 1 ช่องจาก 3 ช่องไป และ 4 ช่องกลับ โดยให้ช่องขวาสุดสำหรับกลับรถ ออกแบบให้เป็นลักษณะหยดน้ำ เพื่อทำให้การตีโค้งกลับรถได้พิกัดพอดี ทำให้ระหว่างตีโค้งไม่ต้องชะลอรถระวังทางตรง แก้ปัญหารถตัดกระแสการจราจรช่วยลดอุบัติเหตุจากปัญหากลับรถตัดหน้า

นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ คือระบบช่วยชีวิตที่ไม่ได้ท้าทายให้ผู้ขับขี่ทดลองประสิทธิภาพ บนพื้นฐานความจริงที่ว่าอุบัติเหตุป้องกันได้นั้น หมายรวมถึงต้องขับขี่ภายใต้กฎหมายกำหนด.
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 180