อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่วันหน้า ผู้ใหญ่จะรับผิดชอบกันอย่างไร

สัปดาห์นี้เหลืออีก 3 วันข้างหน้าก็จะถึงวันเด็ก จะมีพฤติกรรมใดของผู้ใหญ่ในวันนี้ ที่สะท้อนสภาพปัญหาของสังคม ระวังเด็กโตขึ้นจะลอกเลียนแบบจากรุ่นสู่รุ่น พฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.


วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2562 ที่กำลังจะมาถึงในอีก 3วันข้างหน้านี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 ม.ค. การมอบคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 เป็นต้นมา จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มอบคำขวัญแก่เด็กว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม”

สำหรับในปี 2562 พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญแก่เด็กว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” คำขวัญวันเด็กในปีนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนะของผู้นำรัฐบาลที่มีต่อเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้มีจิตอาสา ซึ่งพลเมืองเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นและมีความสงบสุข



นับเป็นเวลาอันยาวนานที่ผู้คนทั่วไปในสังคมมีความคุ้นเคยกับการได้ยินได้ฟังคำกล่าวที่ให้ความสำคัญต่อเด็กว่า “เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” หรือ “เด็ก คือ อนาคตของชาติ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเจริญมั่นคงของประเทศชาติ เพราะจะเติบโตขึ้นมาทำหน้าที่ทดแทนผู้ใหญ่ในสาขาอาชีพต่างๆ ฉะนั้นชาติบ้านเมืองในอนาคต จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากสังคมคนรุ่นเก่าไปสู่สังคมคนรุ่นใหม่

ความคุ้นหูของผู้คนทั่วไปกับคำกล่าวข้างต้นนี้ ไม่ได้มีผลต่อหลักคิดและจิตสำนึกอันใดเลย เป็นเพียงแต่ฟังผ่านหูกันเท่านั้นเอง ไม่เป็นประเด็นต่อการนำไปขบคิดพิจารณาของผู้ใหญ่เพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนเด็กให้มีโอกาสที่ดีเพื่อจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่ดีและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ไม่ได้ให้คุณค่าและความสำคัญต่อเด็ก ประหนึ่งว่าตนไม่เคยเป็นเด็กมาก่อน



สภาพปัญหาที่มีผลกระทบต่อเด็กมีมากมาย อาทิ ในครอบครัว ในโรงเรียน ตลอดจนในสังคมต่างๆ กล่าวคือ ในครอบครัวเด็กไม่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสม ผู้ใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ ด้านสุขอนามัย ด้านความปลอดภัย ด้านการปลูกฝังหลักคิดที่ถูกต้องและจิตสำนึก ด้านการพัฒนาทักษะในการดำเนินชีวิตโดยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ฯลฯ อีกทั้งเด็กยังถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้ายทางกายและได้รับผลกระทบทางจิตใจจากปัญหาต่างๆ

ในโรงเรียนเด็กไม่ได้รับความรักและความเมตตาจากครูอย่างที่ควรจะเป็น ครูขาดความรู้ทางจิตวิทยาในการพัฒนาเด็กให้เติบโตตามวัยและพัฒนาตามศักยภาพ ฯลฯ

ในสังคมต่างๆ เด็กตกเป็นเหยื่อทางอาชญากรรม ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ถูกเอารัดเอาเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม ผู้ใหญ่เห็นเด็กเป็นเครื่องเล่นไม่ได้คำนึงถึงความมีชีวิตจิตใจของเด็กที่ควรจะได้รับโอกาสที่ดีเพื่อความเจริญก้าวหน้าในอนาคต





ภาพของช่วงเทศกาลปีใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่กี่วันนี้ ซึ่งผู้ใหญ่เอาแต่เฉลิมฉลองกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ดื่มกินและสรวลเสเฮฮากันอย่างหลงลืมสติชนิดหลุดโลก ด้วยการถูกกระตุ้นจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเสพติด เป็นภาพอันเลวร้ายที่เด็กพบเห็นแล้วก็ซึมซับประทับอยู่ในจิตใจ โดยเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของการเฉลิมฉลองปีใหม่ เมื่อเติบโตขึ้นก็จะลอกเลียนแบบพฤติกรรมอันเลวร้ายนี้จากรุ่นสู่รุ่น

ภาพการแสดงออกของนักการเมืองที่อยู่ในระหว่างการรณรงค์เลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ.62 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ได้เป็น “ผู้มีการศึกษา” (well-educated) เนื่องจากการแสดงออกทางกายและวาจาเป็นไปด้วยกิเลสและตัณหาที่ลุกโชนอยู่ตลอดเวลา จิตใจมีแต่ความเครียดแค้นมุ่งหักล้างทำลายกัน ยื้อแย่งคะแนนเสียงจากประชาชนเพื่อการเข้าสู่อำนาจรัฐ นักการเมืองแต่ละคนก็คอยอ้างแต่คำว่า “ประชาธิปไตย” เพียงถ่ายเดียว ทั้งๆ ที่ตนเองหาได้มีอุดมการณ์อันใดไม่ การเข้าสู่อำนาจรัฐเพียงต้องการแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ที่ไม่เคยรู้จักเพียงพอ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ประชาธิปไตยไทยจึงมุ่งเน้นแต่เรื่อง “รูปแบบ” (form) แต่หาได้ให้ความสำคัญกับ “สาระ” (substance) ซึ่งเป็นหัวใจของการปกครองระบอบประชาธิปไตย



ผู้ใหญ่ในวันนี้นอกจากจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กแล้ว ยังต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสที่ดีในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคนอย่างมีคุณภาพและมีประสบการณ์ที่ดี โดยเติบโตในสังคมที่ดีและปลอดภัย.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    81%
  • ไม่เห็นด้วย
    19%

บอกต่อ : 113