อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562

แค่กินให้พอดีก็หน้าเด็กได้ เคล็ด(ไม่)ลับแอนไทเอจจิ้ง

สัปดาห์นี้มีเคล็ด (ไม่) ลับจากงานวิจัยมาฝากกัน ลองกินแต่พอดีลดปริมาณอาหารลง 20-30% ไม่ใช่แค่หน้าดูเด็ก แต่ร่างกายยังสุขภาพดีไปด้วย อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น.


สัปดาห์นี้เป็นช่วงวันเด็ก หมอจะเผยเคล็ดลับหน้าเด็กที่มีผลการวิจัยรองรับ เรียกว่าถ้าทำตามนี้แล้วหน้าเด็กแน่นอน ที่สำคัญไม่ใช่แค่หน้าเด็ก แต่สุขภาพร่างกายก็ยังจะดีแข็งแรงและอายุลดลงเป็นแอนไทเอจจิ้งของจริงเลยล่ะค่ะ

โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำ “ลิง 2 กลุ่ม” เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันแค่เรื่องการกิน แค่นั้นจริงๆ ค่ะ

กลุ่มหนึ่งให้กินตามใจทุกสิ่งอัน กับอีกกลุ่มจะจำกัดอาหาร คือให้ลดปริมาณอาหารลงประมาณ 30% หรือคิดง่ายๆ ประมาณ 1 ใน 3 โดยจะนับจากจำนวนแคลอรี่ที่รับประทานเข้าไป ผลปรากฏออกมาน่าทึ่งมากค่ะ ลิงกลุ่มที่ลดปริมาณอาหาร หรือเราเรียกว่าทำแคลอรี่ restriction คือลดจำนวนพลังงานที่กินเข้าไป เราพบว่ามีสุขภาพแข็งแรง สามารถกระโดดปีนป่ายได้เหมือนลิงหนุ่มๆ ลักษณะของขนนุ่มนิ่ม แล้วก็ไม่หลุดร่วง และยังมีความคล่องแคล่ว แล้วก็เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า อย่างมีนัยสำคัญ



การศึกษานี้เรียกได้ว่า...มีผลชัดเจนมากกว่าการกินวิตามินเป็นกำมือต่อวัน แถมยังประหยัดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม เรียกได้ว่าเป็นเคล็ดลับแอนไทเอจจิ้งที่น่าทำตามมากเลยค่ะ

เมื่อนำมาใช้กับชีวิตจริง อาจจะไม่ง่ายนักนะคะ ก่อนอื่นต้องกลับมาดูตัวเองก่อน เพราะแต่ละท่านกินอาหารไม่เท่ากัน และแต่ละท่านก็มีน้ำหนักตัวที่ไม่เท่ากันด้วย ที่สำคัญกิจกรรมของแต่ละคนที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่เหมือนกัน ดังนั้นการลดแคลอรี่ หรือการทำ caloric restriction จึงต้องคำนวณจากส่วนสูง น้ำหนัก และกิจกรรมในชีวิตประจำวันด้วย

เพราะถ้ากินน้อยเกินไป ร่างกายจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า YoYo Effect เมื่อกินน้อยเกินไปแล้วกลับมากินปกติ น้ำหนักก็จะพุ่ง หรือกลายเป็น “อ้วนกว่าเดิมได้” โดยเราจะคำนวณจาก BMR

แล้วค่า BMR มันคืออะไร? ค่า BMR คือ Basal Metabolic rate หรือ “อัตราความการเผาผลาญของร่างกาย” ถ้าเรานอนอยู่เฉยๆ หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการในการนอนนิ่งๆ นั้นเอง มันจึงขึ้นกับน้ำหนักและส่วนสูง สัดส่วนกล้ามเนื้อ อายุ เพศ และที่สำคัญคือ “ฮอร์โมนของแต่ละคน”

จะว่าไปหลักการนี้ก็เอามาใช้ลดน้ำหนักได้ด้วยนะคะ โดยใช้หลักการกินให้น้อยกว่าพลังงานที่ใช้ไปค่ะ แต่ BMR อย่างเดียวยังไม่พอนะคะ ต้องคูณกิจกรรมที่เราทำแต่ละวันด้วย เรามาดูวิธีคำนวนกันค่ะ

สำหรับผู้ชาย ค่า BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (6.8 x อายุ)

สำหรับผู้หญิง ค่า BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (1.8 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (4.7 x อายุ)



การเผาผลาญพลังงานโดยปกติ = BMR x กิจกรรมที่ทำ โดยให้ดูตามนี้นะคะ

1.นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.2
2.ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.375
3.ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.55
4.ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วัน = BMR x 1.725
5.ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนักทุกวันเช้าเย็น = BMR x 1.9

พอคำนวนได้แล้ว ก็ลองลดอาหารที่ทานให้ต่ำกว่า BMR สัก 200-300 กิโลแคลอรี่ หรือลองดูว่าปกติเรากินเข้าไปเท่าไหร่ ลองลดลงมาประมาณ 20-30% แต่อย่าให้ต่ำกว่า BMR นะคะ ไม่เช่นนั้นก็จะมี YoYo Effect แน่นอนค่า

ชีวิตจะดี หน้าจะเด็ก ร่างกายจะแข็งแรง ถ้ากินเหมาะสมนะคะ นอกจากนี้ชนิดอาหารที่กินเข้าไปก็สำคัญค่ะ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์นะคะ.
................................
คอลัมน์ : สวยไม่เสียรู้
โดย  “พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช” 
Facebook : Natchaya Consult 
ขอบคุณภาพจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%