อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

ความสงบที่แลกมาด้วย...เสียงปืน

สัปดาห์นี้มีเรื่องชวนคิด การอยู่ในสังคมที่ต้องมีมารยาทร่วมกัน แต่ถ้ามีคนไม่เคารพเกรงใจกัน เมื่อแก้ไม่ได้...สุดท้ายแล้ว “ความสงบ” จึงต้องแลกด้วย...เสียงปืน พุธที่ 16 มกราคม 2562 เวลา 14.00 น.


การมีบ้านคือความฝันอย่างหนึ่งของเขา การได้แต่งงานมีลูกและครอบครัวที่อบอุ่น สามารถนำแม่แก่ชรามาดูแลที่บ้าน แถมแม่ยังติดหลานสาวตัวดีแจทีเดียว ในชีวิตทำงานของมนุษย์เงินเดือนจะเอาอะไรอีก บรรลุซึ่งความฝันแบบไทยไทยแล้ว

เขาไม่ได้หาซื้อบ้านจัดสรร แต่ต้องการหาที่ดินว่างๆ และแปลงบ้านสร้างมันตามที่ใจต้องการ ไม่ต้องใช้แบบของบ้านจัดสรร ใช้เวลาหาที่อยู่หลายเดือน จนเจอเจ้าของขายให้ เขาปลูกบ้านแล้วก็ได้บ้านหลังงามในซอยตันย่านชานเมืองกรุงเทพพระมหานคร

บรรยากาศร่มรื่นน่าพักผ่อน ผู้คนในซอยนิสัยดี ไม่ต้องเสี่ยงเหมือนซื้อหวยบ้านจัดสรร ว่าจะเจอเพื่อนบ้านนิสัยสุดแย่ที่นำสุนัขถ่ายหน้าบ้านคนอื่น จอดรถขวางดึงเบรกมือ หรือทะเลาะกันเรื่องกำแพงบ้าน หาซอยดีๆ อยู่ สร้างบ้านตัวเองก็คงจะดี ซอยนี้เป็นซอยตันการจราจรของซอยนี้จะเงียบเชียบเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน แม้จะมีหอพักตั้งอยู่ 3 แห่ง แต่คนในหอก็เงียบและอัธยาศัยดีเป็นอย่างยิ่ง

จะมีปัญหาอย่างเดียว เป็นข้อยกเว้นก็ตรงไอ้บ้านข้างๆ บ้านครอบครัวเขานี่เอง

บ้านหลังติดกันนี้ เปิดกิจการอู่ซ่อมรถ เขามาทราบความจริงในเวลาต่อมา เจ้าของขายที่ตรงนี้เพราะไม่รู้จะสร้างอะไรดี ในเมื่อติดกับอู่ซ่อมรถที่มีรถเวียนเข้าออกหลายคัน เสียงดัง และมีจักรยานยนต์ขี่บิดความเร็วไปมาในซอยอย่างน่ารำคาญ



มิหนำซ้ำไม่พอ ภรรยาเจ้าของอู่ก็ชอบชวนทะเลาะ ส่งเสียงดังน่ารำคาญตามมาด้วยคำหยาบในระดับที่ควรใช้กับเพื่อนสนิท หรือใช้ด่าคนอย่างให้ถึงกึ๋นมากกว่า ทางครอบครัวของเขาได้ยินเสียงดังมาทุกคืน แม้กำแพงรั้วบ้านจะไม่ติดกัน เพราะชายหนุ่มทำลานจอดรถให้รถตัวเองจอดหันไปชนกำแพงรั้วบ้านของอู่ แล้วขยับบ้านห่างมาหน่อย แต่ไม่วายเสียงทะเลาะของภรรยาเจ้าของอู่ตัวดี เสียงเบิ้ลรถจักรยานยนต์ เสียงรถยนต์ลองเครื่องก็ยังโหมกระหน่ำดัง จนเขาต้องเปิดแอร์อยู่ทั้งวันทั้งคืน ราวกับอยู่ในต่างประเทศ

ทุกสองทุ่มเขาจะได้ยินเสียงจักรยานยนต์เบิ้ลเครื่องในซอยหอทุกคืน บางครั้งเห็นหนุ่มใส่แว่นที่ชอบออกกำลังกายวิ่งในซอย ต้องคอยหลบข้างทาง เห็นแล้วกลัวหนุ่มแว่นนักวิ่งจะโดนสอยร่วงกองกับพื้นเสียก่อน

ยังไม่นับว่าซอยแห่งนี้อยู่ติดกับถนน ซึ่งบางค่ำคืน ถนนทอดยาวกลายเป็นการประลองความเร็วของกลุ่มเด็กแว้นที่กระหน่ำขี่บนถนนอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงเบิ้ลเครื่องดังจนน่าระอาใจยิ่งนัก “ที่ไหนมันก็มีปัญหากันหมดแหละ” ภรรยาคนสวยของเขาปลอบ “แต่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ทนๆ กันไปนะคะ” ปลอบแบบนี้ช่างน่าหอมแก้มยิ่งนัก

ในค่ำคืนหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้น...

อู่มีการกินเลี้ยงส่งเสียงดัง ชายหนุ่มเข้าใจว่าคงจะเป็นงานเลี้ยง สองสามทุ่มหรือประมาณสี่ทุ่มก็ควรเลิก แต่นี่ห้าทุ่มแล้ว ยังไม่เบาเสียง ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด แม้จะเปิดแอร์กระหึ่มในบ้านและห้องนอน แต่เสียงก็ยังปะปนเข้ามาได้



ไม่พอ เสียงรถจักรยานยนต์เบิ้ลเครื่องไปมาในซอยช่างน่ารำคาญยิ่งนัก เขาพยายามอดกลั้นสุดขีด คิดในใจว่า ถ้ามีปืนคงจะกระหน่ำยิงใส่ไปแล้ว พวกไม่มีมารยาท อยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างไร

เที่ยงคืนแล้วเสียงยังไม่เบา ชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาด “เป็นไงเป็นกัน” จะต้องตะโกนบอกให้เบาเสียงหน่อย นี่ดึกขนาดนี้ ยังเบิ้ลเครื่องในซอยได้อย่างไร จะไม่ให้คนหลับนอนกันหรือ พรุ่งนี้ก็ต้องทำงานนะโว้ย

ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็เปิดประตูห้อง หาค้อนเป็นอาวุธเผื่อไว้เหน็บเอวหน่อย จะตะโกนจากกำแพงบ้านตัวเองบอกให้เบาเสียงหน่อย แม้จะกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ต้องทำ หงุดหงิดมากแล้ว แม้ภรรยากับแม่แก่ๆ ของเขาจะห้ามก็ตาม “เป็นไงเป็นกัน!!”

เขาเปิดประตูบ้าน ก็พอดีกับที่เสียงหนึ่งตะโกนดังลั่นออกมา “จะดังเกินไปไหม บอก 3 รอบไม่รู้เรื่องเลยนะ!!!” ก่อนตามมาด้วยปืนดังสนั่นติดต่อกันหลายนัด เขาไม่ได้นับว่ากี่นัด เพราะรีบถลาวิ่งหลบเข้าไปในบ้าน ค้อนร่วงหล่น ภรรยากรี๊ดเสียงดังลั่น แม่แก่ๆ ของเขาเอามือทาบอกสวดมนต์คิดถึงสามีตัวเองที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อน

เสียงปืนเงียบหายลงแล้ว ชายหนุ่มตั้งสติ แล้วเห็นไฟบ้านต่างๆ เปิดออก เขายังมึนงงอยู่ราว 15 นาที ก่อนจะมีคนพูดออกมาว่า “ตายคาประตูรั้วเลยว่ะ ยิงโหดจริงๆ สมแล้วล่ะ สมน้ำหน้าคนแบบนี้ไม่มีมารยาท”

ชายหนุ่มเอะใจเดินออกมาจากบ้าน ไปสู่ประตูหน้าบ้าน เห็นคนมามุงดูหน้าบ้านเขา ปรากฏความจริงแทบตะลึง จะให้อะไรได้ ก็ภรรยาปากหมาของอู่เจ้าของบ้านคร่อมรถจักรยานยนต์หัวพิงประตูบ้านเขา โดนกระสุนเจาะเข้าที่หน้าผากนัดเดียวจบ ส่วนที่อู่มีคนนอนโอดครวญหลายคน ไอ้เด็กเบิ้ลรถจักรยานยนต์ตัวดีที่เห็นในซอยประจำ นอนนิ่งไม่หายใจ ส่วนผู้ชายเจ้าของอู่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมียตายแล้ว นอนผะงาบๆ มือกุมเป้า

ยิงโหดเลย สงสัยจะรำคาญอู่นี้ ดีแล้วล่ะ จัดการไปได้ ไม่มีมารยาท” ใครสักคนในซอยพูด

ไม่นานตำรวจก็มา นักข่าวก็มา เรื่องราวเป็นข่าวแล้วก็เงียบหายไป จับมือใครดมไม่ได้ เพราะคนในซอยความจำเสื่อมในบัดดล ส่วนชายหนุ่มให้การกับตำรวจแต่ไม่ได้เรื่องอะไรเลย เพราะไม่เห็นเหตุการณ์จริงๆ เขาทุ่มความสนใจไปที่การฉีดน้ำล้างคราบเลือดคนตายที่ติดประตูหน้าบ้าน หวังใจว่าจะไม่เป็นเหมือนเรื่องเล่าผี ที่ล้างเลือดทีไร ก็ล้างไม่ออก กลับมาเหมือนเดิม จนต้องทำประตูรั้วบ้านสีแดง เดชะบุญที่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น



เอาล่ะ! ความสงบกลับคืนแม้จะกลัวผีอยู่บ้างก็ตาม แต่เพื่อแลกกับความสงบ ผีและเรื่องหลอนอะไรก็ปล่อยไปเถอะ ยอมให้ความสงบกลับคืนมาจะดีกว่า เอ...แต่เมื่อก่อนมันเคยสงบด้วยเหรอ ชายหนุ่มสงสัย เคยสงบจริงเหรอ...

แต่หลังเกิดเรื่อง ซอยกลับมาสงบสุขอีกครั้งจริงๆ (?) ทุกอย่างกลับสู่ปกติ (?) ไม่มีเสียงหยาบคาย เสียงดังรบกวน (?) ชายหนุ่มเห็นซอยยาวและตัน ก็คิดว่าควรจะออกกำลังกายลดพุงบ้าง จึงเริ่มวิ่งสวนกับหนุ่มแว่นที่ออกกำลังกายในซอยเป็นประจำ คงจะเป็นคนในหอ “สวัสดีครับ” หนุ่มแว่นทักชายหนุ่มที่วิ่งสวนกันผ่านไป “ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงกัน”

น้ำเสียงนั้นช่างคุ้นเคยเหมือนเป็นเสียงตะโกนดังออกมาก่อนปืนจะลั่นชะมัด

เอ...แต่เพื่อความสงบ...ชายหนุ่มครุ่นคิด สงสัยหูเราจะแว่วไปเอง...
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 355