อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

กราบภารโรงหัวใจคุณครู ต่ำต้อยยศศักดิ์-สูงส่งจิตใจ

ไม่ได้มีตำแหน่งครู แต่พวกเราก็เต็มใจเรียกท่านว่าครู “ลุงชูเกียรติ” ภารโรงหัวใจคุณครู รักงานศิลปะจนผู้ใหญ่เห็นความสามารถให้นำวิชามาสอนนร.11 ปีขัดเกลาจิตใจเด็กให้มีความอดทน แม้ต่ำต้อยยศศักดิ์แต่จิตใจสูงส่ง เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.


เพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วันสำหรับวันที่ 16 มกราคม ที่ไม่ใช่วันหวยออกแต่เป็น “วันครูแห่งชาติ”ของทุกปี ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมวันครู โดยมีการทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งที่ลูกศิษย์จะรวมใจน้อมรำลึกนึกถึงพระคุณของครูที่ท่านได้อบรมสั่งสอนให้เราเป็นคนดีของสังคม เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า โดยพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครูปีนี้เอาไว้ว่า “ครูดี ศิษย์ดี มีพัฒนา ก้าวหน้า สู่เทคโนโลยี”



อาชีพ“ครู” ถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี ครูจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์สมดังคำว่า “แม่พิมพ์” หรือ“พ่อพิมพ์” ของชาติ เปรียบครูคือเรือจ้างที่คอยรับส่งลูกศิษย์ให้ไปถึงยังฝั่งฝันเป้าหมายของชีวิต แต่กว่าจะมาเป็นครูสอนคนได้นั้น เส้นทางแสนยากลำบาก ส่วนใหญ่ต้องเรียนคณะครุศาสตร์ (หลักสูตร 5 ปี) และต้องไปสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ แต่ความเป็นครูไม่ได้ถูกจำกัดแค่ว่าจะต้องมีใบปริญญาถึงจะสอนคนอื่นได้ ความเป็นครูอยู่ในจิตวิญญาณมากกว่า เช่นเดียวกับ “ชูเกียรติ เอื้อทวีสัมพันธ์” หรือลุงชูเกียรติ อายุ 57 ปี เป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งช่างไม้ ระดับ ช 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 หน้าที่ที่ลุงชูเกียรติทำภาษาชาวบ้านเรียกว่า “นักการภารโรง” นั่นเอง แต่ภารโรงท่านนี้ได้ใช้ความสามารถส่วนตัวทางด้านงานศิลปะถ่ายทอดให้กับนักเรียนจนเป็นที่ยอมรับในสังคม จนเด็ก ๆ ต่างพากันเรียกว่า“ครู”อย่างสนิทใจ





ลุงชูเกียรติ” บอกว่า เป็นนักการภารโรงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2535 ขณะนั้นประจำอยู่ที่โรงเรียนชุมชนที่ 11 วัดสุวรรณประดิษฐ์ ต.ไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก กระทั่งปี 2539 ย้ายมาเป็นนักการภารโรงที่โรงเรียนบ้านแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 26 ปี กิจวัตรประจำวันจะต้องมาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ เพื่อมาดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเรียน อาทิ เปิดห้องเรียนทุกห้อง ทำความสะอาดรอบอาคารเรียน ตัดหญ้า ฯลฯ

ส่วนตัวลุงเป็นคนชื่นชอบ และรักในงานศิลปะอยู่แล้ว ไม่ได้ไปร่ำเรียนวิชามาจากใครที่ไหน พยายามศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง จนปี 50 ผู้บริหารของโรงเรียนเห็นความสามารถหยิบยืนโอกาสให้นำความรู้ความสามารถมาช่วยสอนเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านแม่ระหัน ที่มีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 53 คน ใช้เวลาสอนในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เน้นทักษะการเรียนรู้ และตอบสนองความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน”





ภารโรงหัวใจคุณครู บอกต่อว่า ระยะแรกจะเน้นสอนวาดรูป-ระบายสี จนเด็กนักเรียนมีฝีมือเพิ่มขึ้นสามารถนำผลงานไปแสดงโชว์-ไปแข่งขันในงานศิลปหัตถกรรม ซึ่งนักเรียนสามารถคว้ารางวัลมาแล้ว ต่อมาเห็นว่างานศิลปะอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเด็กนักเรียนบางคนอาจจะไม่ชอบศิลปะ จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นงานจักสานไม้ไผ่ งานปั้นกระถางต้นไม้ งานดัดแปลงขวดน้ำเป็นแจกัน งานแทงหยวก รวมถึงสอนดนตรีไทย ทั้งขลุ่ย ระนาด กลอง ฉิ่ง เป็นต้น ทำให้เด็กนักเรียนที่มาเรียนกับลุงต่างเรียกคำนำหน้าว่า “ครูเกียรติ” ตอนแรกรู้สึกอึดอัดใจมาก เพราะเราเป็นแค่เพียงนักการภารโรง ไม่ได้เป็นข้าราชการครูจริง ๆ

..อนุรักษ์ ขวัญเนตร และ ..แพรพรรณ ช้างพินิจ ทั้งคู่อายุ 12 ขวบ กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บอกว่า “พวกเราทุกคน รู้สึกชื่นชอบวิชาศิลปะที่ครูเกียรติสอนให้เป็นอย่างมาก เพราะว่าได้ผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนวิชาปกติ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้หลักการคำนวณ ครูเกียรติจะสอนวิชาศิลปะเพื่อให้มีสมาธิ และฝึกความอดทน ไม่ได้สอนให้วาดภาพสวยงามเท่านั้น หากใครต้องการอยากเรียนวิชาศิลปะเพิ่มเติม ครูเกียรติก็จะนัดมาเรียนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนจึงรักและเคารพครูเกียรติเหมือนครูผู้สอนคนอื่น ๆ เช่นกัน





นอกจากผลงานศิลปะที่นำไปแสดงตามงานต่าง ๆ เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็นแล้ว...มีครูอยู่ท่านหนึ่งถึงกับมาขอให้ให้ลุงชูเกียรติสอนวิชาแทงหยวกให้จนคล่องแคล่วฝีมือชำนาญ ก่อนจากกันครูคนดังกล่าวได้นำพวงมาลัยดอกมะลิเข้ามาไหว้คารวะแสดงความมีน้ำใจ และนับถือลุงชูเกียรติเปรียบเสมือนครูที่สั่งสอนลูกศิษย์...ในตอนนั้นลุงชูเกียรติไม่ขอรับไว้ เนื่องจากตัวเองเป็นแค่เพียงนักการภารโรง จนครูที่เป็นลูกศิษย์พูดขึ้นว่า “ทำไมจะเป็นครูไม่ได้ ในเมื่อลุงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้วิชาแทงหยวกให้ ผมก็ต้องเรียกว่าครูเช่นกัน” สร้างความประทับใจให้กับลุงชูเกียรติเป็นอย่างมาก จนถึงทุกวันนี้แกยังเก็บพวงมาลัยเอาไว้ ถึงแม้จะเหี่ยวอับเฉาไปตามกาลเวลาก็ตาม แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก คนอย่างลุงภารโรงคนนี้ อยากบอกว่า ต่ำต้อยยศศักดิ์ แต่สูงส่งด้วยจิตใจจริง ๆ

ที่น่าชื่นใจ และยินดีมาก ๆ อีกอย่างคือ เรื่องราวความสามารถของนักการภารโรงหัวใจครูท่านนี้ทราบถึงนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก เมื่อท่านรู้ว่าในพื้นที่มีคนทำความดีก็เรียกประชุมปรึกษาหารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 จัดพิธีมอบโล่ และเกียรติบัตรเชิดชูความดีแก่บุคคลผู้ทำประโยชน์ให้แก่องค์กรให้ทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับลุงชูเกียรติปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับครูได้นำแนวทางในการเรียนการสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดีในสังคมต่อไปด้วย.

........................................
คอลัมน์ "คนดีของสังคม"
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ เทพฤทธิ์ นาคดี เดลินิวส์ออนไลน์ จ.พิษณุโลก 


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.59K