อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562

คำสัญญา'2ผู้นำ'การบินไทย องค์กรคุณธรรม-ต้องมีกำไร

เปิดใจ 2 ผู้นำแห่งการบินไทย "เอกนิติ-ปธ.บอร์ด" และ "สุเมธ-ดีดี" กับภารกิจใหญ่สำคัญที่ต้องนำพาองค์กรให้มีคุณธรรมและต้องมีกำไร ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 เวลา 13.13 น.

เอ่ยถึง การบินไทย หลายคนจะนึกถึงสโลแกนที่ว่า “รักคุณเท่าฟ้า” และการเป็น สายการบินแห่งชาติของไทย แต่ระยะหลังดูเหมือนว่า การบินไทยจะประสบปัญหาการบริหารงานมาโดยตลอด จนขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจสายการบิน ถือเป็นโอกาสดีที่ “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้พบปะกับ เอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาส ประธานคณะกรรมการการบินไทย และ สุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) ที่มาอธิบายถึงทิศทาง และก้าวเดินสำคัญต่อไปนับจากนี้ของ การบินไทย ทั้งคู่ถือเป็น คนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่มีโอกาสสำคัญในชีวิตที่มาบริหารองค์กรใหญ่ระดับนี้ นับเป็นเรื่องที่น่าจับตาดูกันต่อไปว่า คำมั่นสัญญาของทั้งคู่ในอธิบายไว้ จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ !!!


เอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาส
ประธานบอร์ดการบินไทย


เป้าหมายที่วางไว้คือ ทำให้การบินไทยเป็น องค์กรคุณธรรม ยึดแนวทาง Natural Premium Airline (สายการบินพรีเมียมระดับประเทศ) ซึ่งแตกต่างจากสายการบินอื่นๆ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การให้บริการ (Service) ที่ดี ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย, อาหารต้องอร่อย และการวางเส้นทางบิน (Route) ที่สามารถทำกำไรได้

“การหาเส้นทางบินใหม่ๆ นั้น เราจะพยายามเน้นไปที่เมืองรองของแต่ละประเทศ อย่างล่าสุดก็ขยายมาที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราจะไม่เน้นเฉพาะ โตเกียว หรือโอซากา แต่จะหันมายังเมืองรอง เช่น เซนได โดยใช้ทัวร์เอื้องหลวง Royal Orchid Holiday เป็นตัวขับเคลื่อน รวมถึงเรื่องการนำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ พัฟ แอนด์ พาย เข้าไปขายในร้านกาแฟอเมซอน ของ ปตท. เพื่อให้เกิดรายได้มากขึ้น”เอกนิติ ระบุ

ส่วนเรื่อง ไทยสมายล์ บริษัทลูก 100% ของการบินไทย ที่กำลังเป็นปัญหา ได้เปลี่ยนแปลงให้ ดีดีการบินไทย ไปเป็นประธานบอร์ด ไม่ใช่การให้บอร์ดการบินไทยลงไปนั่งเองเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะได้ทราบถึงปัญหา และบริหารจัดการงานที่ติดขัดได้ลุล่วง สร้างเครือข่ายเรื่องการจองตั๋ว การวางเส้นทางบิน นอกจากนี้ ยังจะประสานกับสายการบินอื่นๆ ทำเป็น TG Group โดยจะจับมือกับสายการบินต่างๆ เช่น ไทยสมายล์, นกแอร์, บางกอกแอร์เวย์, ไทยแอร์เอเชีย เพื่อสร้างการต่อรองในการเจรจากับต่างประเทศ ให้สามารถเปิดเส้นทางการบินได้เพิ่มมากขึ้น โดยการบินไทยจะเป็นหัวเรือใหญ่ในการเจรจา

สำหรับ แผนระยะกลาง คือเรื่อง การจัดหาเครื่องบินใหม่ ปัจจุบัน การบินไทยมีการใช้เครื่องที่เก่ามาก การจัดซื้อแต่ละครั้งมักจะมีข้อครหาเรื่องคอรัปชั่น ทำให้หลายคนกลัว เพราะเห็นจากกรณีที่มีเครื่องบินจอดค้าง ซึ่งขายไม่ได้ง่ายๆ เพราะตกรุ่น ได้ให้นโยบายว่า บอร์ดชุดนี้ต้องไม่มีเรื่องคอรัปชั่นเด็ดขาด ขณะนี้กลุ่มการบินไทยมีเครื่องบิน 80 กว่าลำ เป็นของการบินไทยเอง 68 ลำ และ ไทยสมายล์ 20 ลำ ซึ่งอายุเฉลี่ยส่วนใหญ่จะมากกว่า 20 ปี ทั้งที่อายุของฝูงบินเฉลี่ย 6 ปี และคิดเป็นวงรอบ 6 ปี หรือ 12 ปี ทั้งนี้ฝูงบินทั่วๆ ไป ควรจะมีประมาณ 112-115 ลำ ทำให้ในเวลานี้ การบินไทยยังขาดเครื่องบินอีกประมาณ 12 ลำ และการจัดซื้อเครื่องบินครั้งใหม่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เกิดปัญหาเหมือนในอดีต ต้องรอบคอบ ดู Route เส้นทางที่จะสามารถทำกำไรเป็นสำคัญ แล้วเลือกซื้อเครื่องบินให้เหมาะกับเส้นทางที่จะบิน ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาให้รอบคอบ


สุเมธ ดำรงชัยธรรม
ดีดีการบินไทย


หลังจากผมเข้ามารับตำแหน่ง สิ่งแรกที่ขอดูคือเรื่อง งบการเงิน ว่าเป็นอย่างไร ทำให้พบว่า ในปี 2560 มีงบด้อยค่า 3 พันล้านบาท โดยเฉพาะที่เกิดจากการขายเครื่องบินเก่าไม่ได้ บางเครื่องตกรุ่นไปแล้ว บวกกับเรื่องค่าซ่อม ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินเหตุ อันมีเหตุผลส่วนหนึ่งจากการนำเครื่องบินที่ต้องมีชั่วโมงบินมาก มาบินในเส้นทางที่มีชั่วโมงบินต่ำ ทำให้ถูกชาร์จในเรื่องการให้บริการค่าซ่อมแซม ซึ่งเหล่านี้ทำให้ต้องตีเป็นงบด้อยค่า ประกอบกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งการตลาดลดลงเฉลี่ย 5% จึงตั้งคำถามว่า ตลาดสายการบินโดยรวมเติบโต ปีละ 3% แต่ของการบินไทย อยู่กับที่ ทั้งๆ ที่เป็นสายการบินแห่งชาติ มีโอกาสและช่องทางในการทำให้เติบโตได้ แต่กลับทำไม่ได้

“เรื่องที่สองคือมาดูว่า รายได้ของการบินไทย ไม่เพิ่มขึ้นเลย แล้วจะเอากำไรมาจากไหน เนื่องจากไม่มีรายได้เสริมด้านอื่นๆ เลย เช่น การจัดทำ Accessories เมื่อดูงบการเงินของการบินไทยลึกๆ แล้ว พบว่า มีโอกาสรอดและจะมีกำไร ถ้าสามารถบริหารจัดการงาน 3 ด้านให้เป็นระบบ คือ 1.เรื่องงบด้อยค่า ที่ต้องมาพิจารณาว่า เครื่องบินลำใดสร้างกำไรได้มากกว่าราคาเครื่องบินที่จะขาย ก็ต้องบินต่อไป”สุเมธ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องที่ 2 คืออัตราแลกเปลี่ยน ที่มีถึง 50 สกุลเงินตราและเรื่องที่ 3 ราคาน้ำมัน ซึ่งการบินไทยจะตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) คนใหม่ เข้ามาเป็นผู้ดูแลทั้งสองเรื่องนี้ โดยเน้นว่าต้องไม่เป็นการเก็งกำไร แต่ให้อยู่ในการค้าที่แข่งขันกันปกติ


…............................
กิตติ์ธเนศ ตั้งสิริธนนันท์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 326