อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

"เฒ่าดินระเบิด" ผจญ"หนองพันปี"ตอน1

แม่โขงเริ่มเปิด โซดาเริ่มริน ในกระเป๋า เงินเดือน 2 เดือนแรกที่หลวงท่านจ่ายล่วงหน้ามาก่อน เพื่อจะเอาไว้ซื้อที่นอน หมอนมุ้ง เครื่องครัวฯลฯ อัดแน่นอยู่เต็มอัตราศึกในกระเป๋าสตางค์ของแต่ละคน จันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.00 น.


แล้วเราสามคน...ผม “เทือง” และ “เสือ” ก็ถูกหลวงส่งมาประจำที่นครศรีธรรมราช หลังจากที่ติดยศเป็นว่าที่ร้อยตรีเรียบร้อย รร.จปร. รุ่นผมมาอยู่ปักษ์ใต้ รวมทั้งสิ้นเกือบ 20 คน หมายถึงทุกเหล่า เช่น ทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ฯลฯ ไล่ตั้งแต่หน่วยทหารเหนือสุดของปักษ์ใต้ที่จังหวัดชุมพรจนถึงใต้สุดที่ปัตตานี โดยที่ทางราชการตีตั๋วรวมมาในรถไฟขบวนเดียวกัน ใครถึงสถานีของตัวก็ค่อยๆทยอยลงไปทีละคนสองคน

ตอนรถไฟออกจากหัวลำโพง นั่นก็เป็นช่วงที่ใจหายไม่น้อยเหมือนกันแหละครับ เพราะแต่ละคนก็มีพ่อแม่พี่ น้อง ปู่ย่าตายาย ฯลฯ มาส่งกันแทบทุกคน และในสายตาของญาติผู้ใหญ่เหล่านี้ ท่านไม่สนหรอกครับจะเป็นร้อยตรี หรือเป็นพันเอก ท่านก็ยังคงนึกวาเราเป็น “ไอ้หนู” อยู่นั่นแหละ

ยิ่งเป็นทหารที่จะส่งมาอยู่ปักษ์ใต้ซึ่งตอนนั้นการคมนาคมไม่สะดวกอย่างเดี๋ยวนี้ อีกทั้งข่าวคราวเรื่องรบราฆ่าฟันทั้งจากโจรไทย (ผกค.) โจรจีน (จคม.) และโจรแขก (ขออภัยครับสมัยนั้นเขาเรียกกันอย่างนี้จริงๆ) รวมทั้งโจรห้าร้อยมันก็ชักจะเริ่มได้ยินหนาหูมากขึ้น แล้วจะไม่ให้ท่านเป็นห่วงได้อย่างไร?



พอรถไฟไทยเริ่มฉึกฉักๆน้ำหูน้ำตาทั้งผู้ส่งและผู้ถูกส่งทำท่าจะไหลเอาง่าย ๆ ยิ่งบางคนมีแฟน(สาว)มาส่งด้วยยิ่งแล้วใหญ่ซัดโฮออกมาเลยก็มี...ไม่รู้ว่ากลัวจะไปลำบากหรือกลัวจะไปมีแฟนใหม่ก็ไม่รู้

แต่ยังไม่ทันถึงสถานีสามเสนเลยครับ ความเศร้าเหงาหงอย (ซึ่งต่อไปเราจะพูดว่า “เหาหอย” ตามสำเนียงชาวใต้) ก็ค่อยๆ หล่นตุ้บตั้บๆ หายไปทีละชิ้นสองชิ้นนับตั้งแต่รถไฟเริ่มเคลื่อนที่ออกจากหัวลำโพง พอถึงสถานีบางซื่อพวกเราทั้งหมดก็ไปนั่งปร๋ออยู่ที่ตู้เสบียงกันครบคนกับแกล้มเริ่มทยอยกันเข้ามาวาง แม่โขงเริ่มเปิด โซดาเริ่มรินในกระเป๋า เงินเดือน 2 เดือนแรกที่หลวงท่านจ่ายล่วงหน้ามาก่อน เพื่อจะเอาไว้ซื้อที่นอน หมอนมุ้ง เครื่องครัว ฯลฯ อัดแน่นอยู่เต็มอัตราศึกในกระเป๋าสตางค์ของแต่ละคน

เอ้า....กรึ๊บ กะรึบ กรึ๊บกรึ๊บ....

ราวๆ ตี 3 เพื่อนชุดแรกก็ลงที่สถานีชุมพรท่ามกลางเสียงอวยพรอ้อแอ้ๆ ของเพื่อนฝูง เพื่อนก็เริ่มลดจำนวนลง

หกโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ผมกับเพื่อนทั้ง 3 คนในเหล่าทหารปืนใหญ่และอีกคนหนึ่งในเหล่าทหารราบ รวมเป็น 4 คนพอดี ไม่มีขาดไม่มีเกินก็ลงมายืนเก้ๆกังๆอยู่ที่สถานีทุ่งสง กำลังคิดกันว่านครศรีธรรมราชนี่มันไปทางไหนหว่า ก็มีนายทหารรุ่นพี่ซึ่งเรารู้จักดีเดินออกจากความมืดเข้ามาหา เรารีบทำความเคารพอย่างดีใจ “พี่เริง” ซึ่งเพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงเดือนอุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตี 4 นั่งรถเกือบชั่วโมงเอารถหลวงมารับพวกเรา ครับ...นี่แหละคือน้ำใจน้องพี่สีแดง-เหลืองละ นี่แหละครับ สปิริตของน้องพี่ที่ “กินข้าวกระทะเดียวกัน” จาก “รั้วแดง-กำแพงเหลือง”



นครศรีธรรมราชเป็นเมืองเงียบๆ (เดี๋ยวนี้ก็ยังเงียบ) ดังนั้นค่ายทหารของเราในยุคนั้นซึ่งนับว่าเป็นค่ายที่ใหญ่ที่สุดใน 14 จังหวัดภาคใต้ (เดี๋ยวนี้ก็ยังใหญ่) จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างค่อนข้างสมบูรณ์ (เดี๋ยวนี้ก็ยังสมบูรณ์) เพื่อมิให้พวกเราอยู่กันเหา เอ๊ย...เหงาจนเกินไป เพราะมิฉะนั้นจะวิ่งย้ายเข้ากรุงเทพฯหรือไปอยู่เมืองสนุกๆอย่างหาดใหญ่กันหมด (เดี๋ยวนี้ก็ยังวิ่ง)

ค่ายทหารของพวกเรา (ซึ่งสร้างจากภาษีอากรของพวกคุณและผม) มีเครื่องอำนวยความสะดวกเกือบครบครัน เช่น มีตลาดทั้งสดและแห้งเป็นของตัวเองมีสนามกีฬาหลายสนาม ตั้งสนามเล่นตั้งเต สนามตะกร้อ สนามบาสเกตบอลสนามฟุตบอล ไปจนถึงสนามกอล์ฟ และสนามบิน (ก็เอาไว้บินเล่นซิครับ ถามได้) รวมทั้งแฟกซิลีตี้อีกหลายอย่างผมก็ใช้คำอธิบายว่า “เกือบครบครัน” เท่านั้นนะครับ เพราะมันยังขาดอีก 2 อย่าง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทหารโดยเฉพาะหนุ่มๆอย่างพวกผมนี่...อะไรหรือครับ?

ไนต์คลับไงครับ...ในค่ายหลวงท่านไม่ยักสปอร์ตพอที่จะให้ตั้งไนต์คลับซึ่งนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มไฟแรง โสดทั้งแท่งอย่างพวกผม ส่วนอีกอย่างหนึ่งน่ะหรือครับ...แหะๆ กระดากปากที่จะพูดตรงๆน่ะครับ ให้คุณไปคิดเองก็แล้วกัน

ไอ้อย่างที่ทหารตั้งไม่ได้ ผู้ว่าฯ นายอำเภอก็ตั้งไม่ได้ใครๆก็ตั้งไม่ได้ ตำรวจก็ตั้งไม่ได้แต่ตำรวจ (บางคน) แอบไปรับเงินจากสถานที่ๆใครก็ตั้งไม่ได้เหล่านี้ได้

สถานประกอบการแบบนี้ กองทัพบกก็ไม่ยอมให้ตั้งเหมือนกันไม่งั้นพวกผมคงไม่ต้องลำบากลำบนขับรถเข้าเมืองให้เสียเวลาหรอกครับ.

...............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 81