อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

เปิดม่านสีสันเลือกตั้ง'62 ความหวังของประเทศวันนี้

สัปดาห์นี้ไปติดตามสีสันการเมือง จะขำดีหรือจะทึ่ง สำหรับช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 62 ดูๆ ไปสีสันพวกนี้จะโดดเด้งขึ้นมาเลย ถ้าพรรคไหนสนองนโยบายถูกใจชาวบ้าน พฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 12.00 น.


สัปดาห์นี้เราก็เข้าสู่ช่วงเวลาเลือกตั้งกันอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะมีการเปิดรับสมัคร ส.ส. ในช่วงวันที่ 4-8 ก.พ. ซึ่งวันแรกก็มีหลายพรรคแห่ไปรอตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อให้ได้โอกาสในการจับเบอร์ต้นๆ ได้เบอร์เลขตัวเดียวมันสวยกว่า ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อกับแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคนั้น เขาให้ยื่นได้ถึงวันที่ 8 แต่ทาง กกต. ก็เร่งให้รีบๆ ยื่นเสียไวๆ เนื่องจากเกิดรายชื่อมีปัญหาขาดคุณสมบัติจะได้แก้ไขได้ทัน

อย่างที่หลายคนคงจะรู้ว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้แบ่งเป็น 3 ขั้วชัดๆ คือขั้วเอา คสช. ซึ่งมีพรรคเกิดใหม่บางพรรคที่ประกาศตัวหนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัย แต่พรรคที่ส่งเทียบเชิญ คือ พลังประชารัฐ และขั้วที่ 2 คือขั้วไม่เอารัฐบาล คสช. ซึ่งก็มี พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ ขั้วที่ 3 คือขั้วไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่รอดูท่าทีหลังเลือกตั้งก่อนว่า จะเอาตัวเองไปร่วมกับพรรคใด แต่ส่วนใหญ่ขั้วไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนี่ก็อยากร่วมรัฐบาล



ขนาดที่ยังไม่ทันเลือกตั้ง ก็มีคนถามบ่อยว่า “เลือกตั้งแล้วประเทศไทยจะดีขึ้นไหม” เอาจริงมันตอบยาก ถ้าเราอยากได้รัฐบาลมาบริหารประเทศ ก็ต้อง 1.ทุกฝ่ายเล่นตามกติกา ไม่ใช่ประเภทว่าพอพรรคตัวเองเสียเปรียบก็หาเล่ห์กลอะไรมาล้มล้างเลือกตั้ง คนตัดสินที่เป็นธรรมจึงสำคัญที่สุด และ 2.คือเดินหน้าประเทศไทยได้แล้ว ไม่ใช่ว่าหลังเลือกตั้งก็ยังวนเวียนอยู่กับการวางแผนเชคบิล แก้ไขกฎระเบียบที่ไม่ถูกใจ

สีสันเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งเริ่มสนุกตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา คนสร้างสีสันก็คนที่พรรคประชารัฐส่งเทียบเชิญไปนั่นแหละ เมื่อในงานแถลงผลงานรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงเรื่องการลาออกว่าไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะต้องอยู่ทำงานตามกฎหมาย โดยเฉพาะงานพระราชพิธีฯ “บิ๊กตู่” พูดด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า “แน่จริงมาไล่กูสิ” เล่นเอาคนที่หาโอกาสเล่นงานอยู่แล้วอึงอลเอามาต่อว่าโจมตีกันใหญ่

ที่มันสนุกเพราะว่านายกฯ ดันพูดในวันที่พรรคพลังประชารัฐส่งเทียบเชิญเป็นบัญชีรายชื่อนายกฯ ในนามพรรคนี่แหละ มันก็ “ขยายผล” ได้ง่ายว่า “ต้องการให้คนท่าทางกิริยาแบบนี้มาเป็นนายกฯ หรือ” แล้วก็มีการไปขุดคำพูดแรงๆ ห้าวๆ เก่าๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาโจมตีกันใหญ่ ก็ไม่รู้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเสียงรังวัดไปแค่ไหน แต่หลายๆ คนเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะมีผลอะไรนักเพราะ “บิ๊กตู่” เป็นอย่างนี้ก็เห็นกันมานานแล้ว

พอถึงวันรับสมัครจริง ก็มีสีสันที่ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะทึ่งดี คือผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อชาติ ซึ่งมีแกนนำเป็นคนเสื้อแดง คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายยงยุทธ ติยะไพรัช แห่กันไปเปลี่ยนชื่อเอาเคล็ด ผู้ชายก็เปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณ” ผู้หญิงก็เปลี่ยนชื่อเป็น “ยิ่งลักษณ์” เบื้องต้นเปลี่ยนกันไป 15 คน ซึ่ง นายอารีย์ ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติบอกประมาณว่า “ยังมีอีก” เปลี่ยนเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงได้ง่าย



คือก็พอจะเข้าใจว่า เพื่อชาตินี่ก็ดูจะเป็น “พรรคสาขา” ของเพื่อไทยอยู่ แต่ชื่อเสียงไม่ดังเท่าพรรคเพื่อไทยหรือไทยรักษาชาติ ก็เลยเอาวิธีนี้แบบเว้ากันซื่อๆ นี่แหละว่า “เราเกี่ยวพันกับเขาจริงๆ” ส่วนตัวคิดว่าตลก เพราะถึงเปลี่ยนชื่อให้เหมือนแต่ไม่ใช่คนเดียวกันคิดหรือว่าจะขายได้? เผลอๆ เกิดแพ้การเลือกตั้งจะโดนเย้ยหยันชื่อทักษิณ ยิ่งลักษณ์สิ้นมนต์ขลัง บางคนมองไปถึงขั้นว่า ไหนพูดปาวๆ จะก้าวข้ามทักษิณ พอมาหาเสียงก็ไปอาศัยเงาเขาอยู่ได้

พอเริ่มหาเสียง สีสันอะไรก็จะมีมาอีกหลากหลาย แต่ก็หวังว่าจะออกมาในแนวดูมีระดับ ไม่ใช่สีสันประเภทผู้สมัครทำตัวประหลาดดูน่าขำ หรือเสนอนโยบายแปลกๆ ร้องเรียนอะไรพิลึกๆ ให้หัวเราะอีก เลือกตั้งเที่ยวนี้จะได้อุ่นใจมาหน่อยว่า มีคนที่มีสมอง มีวุฒิภาวะพึ่งพิงได้ให้เป็นตัวเลือก อย่าให้ถึงกับว่าเห็นตัวเลือกแล้วหมดอารมณ์ว่าไม่รู้จะฝากอนาคตประเทศชาติไว้ให้คนแบบนี้ดีหรือเปล่า

สำหรับเรื่องความหวังหลังการเลือกตั้ง แน่ๆ เรื่องหนึ่งก็คือ หลายคนต่างหวังว่ารัฐบาลที่เข้ามาจะเป็นนักบริหารที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ดี ทำให้ประชาชนเกิดสภาพคล่องทางการเงิน และมีนโยบายสวัสดิการที่เข้าถึงทุกกลุ่มแบบไม่ต้องแยกให้แต่คนจน ที่ฟังมาหลายคนก็เบื่อกับพรรคการเมืองประเภทเสนอว่า ตัวเองมีคุณธรรมจริยธรรมเหนือใคร พร่ำบอกจุดขายตัวเองว่าเป็นคนดี แต่ผลงานใดๆ ไม่มีเลย

แต่ละพื้นที่ก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน เรามาดูสนามใหญ่ที่สุดของประเทศคือสนาม กทม. คนใน กทม. เป็นพวกคนชั้นกลางที่ใช้สื่อมาก และมักจะมีความเห็นลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขาก็มักจะบ่นๆ เรื่องความอีเหละเขะขะในเมืองหลวงอยู่บ่อยๆ ซึ่งหลายเรื่องเป็นปัญหาเดิมๆ ต้องทนอยู่แบบประสาทจะกินแต่ทำอะไรไม่ค่อยได้ พรรคไหนที่หวังจะกวาด ส.ส. ใน กทม. ก็น่าจะเอาเสียงบ่นเหล่านั้นไปพิจารณา



เรื่องแรก แน่ๆ เลยคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ในช่วงนี้ กทม. เผชิญปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก ที่ว่าสูดเข้าไปแล้วทำให้ป่วยเอาง่ายๆ บางคนเห็นว่ากระทบถึงขั้นไอจามเป็นเลือด ผิวก็เป็นผดผื่นคัน และปัญหานี้เชื่อว่าจะต้องวนกลับมาเรื่อยๆ เอาจริงเรื่องฝุ่นจิ๋วใน กทม. ก็มีมาไม่ใช่ปีนี้ปีแรก แต่ปีนี้เยอะจัดก็อยากให้พรรคมีนโยบายกำจัดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะจัดการพวกรถใหญ่ รถโดยสารสาธารณะที่พ่นควันทีดำไปทั้งถนน

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าน่าตลกหรือน่าเศร้าดี ที่คนร้องเรียนปัญหากันโครมๆ แต่เวลาเจ้าหน้าที่รัฐไปตรวจทีก็ไม่เคยเจอ ไม่รู้ว่าก่อนไปนี่แจ้งก่อนหรือแห่กันไปให้เอิกเกริก จนตัวปัญหาไหวตัวทันรีบซุกปัญหาใต้พรมหรือเปล่า เอาเป็นว่าเขาล้อความ “ไม่เห็น” ของเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ตอนไปตรวจหวยขายเกิน 80 บาท ที่รัฐหาไม่เจอ อาหารแพงในสุวรรณภูมิก็ไม่เจอ รถสาธารณะที่พ่นควันดำก็หาไม่เจออีก คนกรุงก็อยากได้ปฏิบัติการที่เด็ดขาดเหมือนบุกจับผับบ้าง

สิ่งแวดล้อมเรื่องต่อมา พอพ้นหน้าร้อนหน้าฝุ่นก็จะเข้าหน้าฝน ฝนเมืองกรุงตกแป๊บๆ ก็ท่วมขัง ย่านกลางเมืองอย่างรัชดานี่ท่วมขังบ่อย ขังทีรถก็ติดที ซึ่งปัญหาน้ำท่วมขังระบายยากก็ต้องไปมองกันที่การจัดการขยะ ตอนน้ำท่วมเห็นเวลาขุดลอกคูคลองทีเก็บขยะขึ้นมาได้เป็นตัน จริงๆ คนประเทศเราก็ยังมีความมักง่ายในการทิ้งขยะกันมาก เรื่องนี้ถึงอยากให้ใครเข้ามาแก้ไข ถ้าไม่แก้ที่วินัยตัวเองก็เหมือนการทำศึกที่ไม่มีวันจบ

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ถามไถ่มาหลายคนที่บอกว่าตัวเองเป็นคน กทม. ชั้นใน เขาบอกว่าจะเลือกพรรคการเมืองใดก็ตามที่แก้ปัญหาการจราจรได้ คือ เรื่องแก้รถติดที่ต้องทำโครงสร้างพื้นฐานช่วย และเรื่องการจัดการรถโดยสารที่เอาเปรียบแบบเอาให้เด็ดขาด ประเภทแท็กซี่ขอเหมา หรือเรียกแล้วจะไปไหนก็ไม่ไป มอเตอร์ไซค์คิดราคาแพง น่าจะซ้อนแผนจับเหมือนจับยาจับซ่องบ้าง คนพวกนี้พอโดนเอาจริงขึ้นมาก็ชอบอ้าง “รังแกคนทำมาหากิน”

น่าสนใจจะตาย พรรคไหนที่เสนอทางแก้ปัญหาหยุมหยิมที่คนกรุงเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้ เป็นได้ทั้งสีสันและคะแนนเสียงดีๆ เลยทีเดียวแหละ เรื่องเดือดร้อนรำคาญแบบนี้ก็มีผลกับการใช้ชีวิตนะ.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 274