อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ การเมืองไทย

สัปดาห์นี้ย้อนเรื่องราวอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ “การเมืองไทย” เลือกตั้งปี 62 หลังพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเสนอรายชื่อชิงเก้าอี้แคนดิเดตนายกฯ พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น.


ผู้คนทั่วไปในสังคมต่างมีความรู้สึกแปลกประหลาดใจและงุนงงกับพฤติการณ์ของ พรรคไทยรักษาชาติ ที่ได้กระทำ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ กกต. เปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการยื่นเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อเลขาธิการ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง ในเช้าวันนั้น โดยพรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพระนามของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำและสมาชิกพรรคได้มากันอย่างพร้อมเพรียง มีการเปิดภาพ ทูลกระหม่อมฯ ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพกันอย่างแพร่หลาย

ในวันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้วินิจฉัยถึงการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติว่า เข้าข่ายขัดระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งและขัดต่อลักษณะต้องห้ามในรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความละเอียดอ่อนยิ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง



นับเป็นพระบารมีปกเกล้าฯ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ความสับสนอลหม่านทั้งหลายในสังคมจึงสิ้นสุดลง ประดุจดังสายฝนที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้า ดับไฟในแผ่นดิน หลังจากที่มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา เมื่อเวลา 22.00 น. ในวันเดียวกัน

พระราชโองการประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชน ทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขและดูแลปกป้องประชาชนด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์ด้วยเสมือนบิดา จึงทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง



ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาล โดยได้กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นที่รักใคร่ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่เคารพยกย่องของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์และประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยในการดำรงพระองค์และการประกอบพระกรณียกิจต่างๆ นั้น ทรงปฏิบัติด้วยการถวายงานของข้าราชการในพระองค์ตลอดมา การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบอบเมืองไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

อนึ่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุมถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับพระองค์หรือแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ ดังนั้นพระราชินี พระรัชทายาท และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข



จากกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติได้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม เมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.62 ที่ประชุม กกต. ได้มีมติให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาให้คำวินิจฉัยต่อไป.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    87%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%