อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

มาใช้"นิทาน"สอนเด็กๆ ป้องกันปัญหาฝุ่นกันเถอะ

สัปดาห์นี้ชวนไปดูเทคนิคการเล่านิทาน บอกเล่าเรื่องราวการป้องกันฝุ่น สอนการใช้หน้ากากอนามัย และชักชวนให้เด็กกินผลไม้กันเยอะๆ จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


เมืองไทยโดนฝุ่นพิษเล่นงานกันอยู่เป็นสัปดาห์ คนรอบตัวผมต่างป่วยกันทั่วหน้า โดยเฉพาะเจ้าลูกชาย ผมกำชับให้ใส่หน้ากากกันฝุ่นเข้าโรงเรียน แต่พอไปถึงสนามฟุตบอล เห็นเป็นที่โล่งแจ้ง ก็ถอดหน้ากากแล้ววิ่งไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนจนในที่สุดก็ป่วยเข้าจนได้ พอถึงช่วงที่ผ่านมาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ซาๆ ไปเพราะอากาศกลับมาดีขึ้นเล็กน้อยและมีข่าวเรื่องเลือกตั้งเข้ามาอยู่ในกระแสความสนใจให้ลุ้นกันฝุ่นตลบแทน เลยดูเหมือนว่าผู้คนจะลืมๆ เรื่องฝุ่นพิษไปซะแล้ว ทั้งๆ ที่มันก็ยังอยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ เจ้าฝุ่นร้ายตัวเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอย่าง PM 2.5 ทำร้ายระบบหายใจ ปอด ตลอดไปจนถึงผิวหนังของเราด้วย



ที่โรงเรียนของลูกชายผม มีมาตรการน่าสนใจ เผื่อโรงเรียนอื่นจะนำไปใช้ด้วย เพราะเด็กคงไม่มีเครื่องวัดฝุ่นละอองติดตัว ทางโรงเรียนจึงตรวจสอบค่า PM 2.5 ให้เป็นรายชั่วโมง แล้วใช้ธงสีต่างๆ เป็นสัญลักษณ์บอกว่าสภาพอากาศเป็นเช่นไร อาทิ ถ้าธงสีฟ้า สีเขียว หรือสีเหลืองขึ้น พอจะออกมาเล่นกลางแจ้งได้ ถ้าธงสีส้มหรือสีแดงขึ้น แสดงว่างดใช้สนาม แล้วต้องหาหน้ากากกันฝุ่นมาใส่ ธงนี้จะติดอยู่หน้าโรงเรียนตั้งแต่ลงจากรถก็เห็นได้ทันที และหน้าเสาธงที่ทุกคนในโรงเรียนจะมองเห็นได้ง่าย โดยอ้างอิงจากรายงานของคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  kus.cloud/pm25 (โรงเรียนอยู่บริเวณใกล้เคียงกันใน ม.เกษตร)

ส่วนผมเอง ถ้าได้รับเชิญไปเล่านิทาน ช่วงนี้ก็จะเลือกนิทานที่สอนให้เด็กใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น ป้องกันควันพิษ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ครับ ผมแต่งนิทานเรื่อง
“ตะลุยเมืองมอมแมม” เมื่อปี 56 ความตั้งใจเพื่อให้เด็กมีจิตใจเข้มแข็งไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ แต่เนื้อเรื่องนั้น ผมแต่งให้ยิ่งใหญ่กว่า โดยมีเมืองหนึ่งชื่อว่า “เมืองมอมแมม...เป็นเมืองที่ทุกคนหวาดกลัวเพราะมีแต่ควันพิษที่เหม็นและแสบตา ใครเข้าใกล้ก็จะตัวเหม็น สกปรก และไม่สบายกลับมา...เวลาผ่านไปควันโขมงเข้ามาในหมู่บ้าน ท้องฟ้ากลับกลายเป็นมืดมนขมุกขมัว จนนกบินชนต้นไม้ ยีราฟหายใจไม่ออก และที่แย่ที่สุดคือ คุณแม่เริ่มไอและไม่สบาย”

ไม่น่าเชื่อนะครับ เรื่องที่จินตนาการเป็นนิทานไว้สอนเด็กๆ กลับกลายเป็นเรื่องจริงในปัจจุบัน



ในนิทานไม่มีเครื่องวัดฝุ่นหรือกำจัดควันอะไรทั้งนั้น แต่เด็กน้อยในเรื่องคิดง่ายๆ มีควันย่อมมีไฟ มีไฟก็ต้องไปดับไฟ “เด็กน้อยสงสารคุณแม่จนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจออกไปตะลุยเมืองมอมแมมทันที...ราต้องรีบไปดับไฟที่ส่งควันพิษน่ารังเกียจมาทำร้ายคุณแม่และหมู่บ้านของเราให้ได้” แล้วเด็กน้อยก็ใส่หน้ากากเพื่อบุกเข้าไปดับไฟ

หลังจากเล่านิทานจนจบเรื่อง ผมก็จะแทรกเกร็ดเกี่ยวกับการเกิดฝุ่นและควันพิษ ไม่ว่าจะเป็นควันพิษจากการจอดรถทิ้งไว้ ควันจากโรงงาน การเผาป่า เผาใบไม้ หรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น ยิ่งสภาพอากาศตอนนี้ ผมอยากให้เด็กๆ ฟังข่าวสภาพอากาศทุกวัน พกหน้ากากกันฝุ่นและสวมหน้ากากไว้เสมอเพื่อป้องกันตัวเอง



นิทานเรื่องหนึ่งจบไป ผมก็เลือกนิทานอีกเล่มมา ครั้งแรกเห็นมีรูปมังกรพ่นไฟ ผมก็เห็นว่าดี มังกรก็ทำให้เกิดควันไฟเหมือนกัน แต่พออ่านเนื้อเรื่อง กลับกลายเป็นการชวนเด็กกินผลไม้ ซึ่งมีข้อความทางไลน์ที่ส่งๆ กันมาบอกว่าการทานผลไม้มีวิตามินซีสูง ช่วยให้ร่างกายรับสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้

นิทานเรื่องนี้ชื่อว่า
“ฟู่ฟู่ มังกรขี้โมโห” มีมังกรชื่อ “ฟู่ฟู่” เป็นมังกรขี้หงุดหงิด พอปวดท้องยิ่งขี้โมโห พ่นไฟเผาไหม้ทุกสิ่งจนวอดวาย วันหนึ่งฟู่ฟู่พบปริศนาผลไม้อารมณ์ดี 10 ชนิด แต่คิดเท่าไหร่ก็ไขปริศนาไม่ได้ จนออกบินไปหาผู้ไขปริศนาเหล่านี้ ลองมาฟังปริศนา แล้วลองตอบกันดูไหมครับว่า ผลไม้ทั้ง 10 ชนิดคืออะไรบ้าง

ข้อแรก อะไรเอ่ย ลูกกลมเท่าไข่ เนื้อใสหวานจ๋อย มีขนหยิกหยอย เปลือกสีแด๊งแดง!

ข้อสอง อะไรเอ่ย มีเกล็ดเหมือนปลา หน้าตาคล้ายหยดน้ำ เปลือกสีแดงก่ำ แกะกินสักคำ เปรี้ยวจี๊ด!

ข้อสาม อะไรเอ่ย ผลเรียวนับร้อย ห้อยเป็นเครือใหญ่ เปลือกเหลืองสดใส ปอกง่าย กินคล่อง!

ข้อสี่ อะไรเอ่ย รูปร่างรีๆ มีสีเหลืองเขียว เปรี้ยวๆ หวานๆ ฝานแล้วเป็นดาว!

ข้อห้า อะไรเอ่ย แข็งโป๊กเปลือกหนา เปิดมาเจอน้ำใส หอมหวานชื่นใจ เนื้อขาวมั้น มัน!

ข้อหก อะไรเอ่ย เปลือกนอกธรรมดา เปิดมาเป็นอัญมณี สีแดงอร่ามตา มากกว่าร้อยเมล็ด!

ข้อเจ็ด อะไรเอ่ย รูปร่างเหมือนจมูก ลูกสีแดงๆ เมล็ดสีน้ำตาลแห้ง แกว่งอยู่นอกลูก!

ข้อแปด อะไรเอ่ย แกะกินยากเย็น เปลือกแหลมเป็นหนาม เนื้อสีเหลืองอร่าม หอมหวานกลิ่นโชย!

ข้อเก้า อะไรเอ่ย ขึ้นอยู่ใต้น้ำ สีดำเหมือนกา เปลือกหนามีเขา เนื้อสีขาวจั๊วะ!

ข้อสุดท้าย อะไรเอ่ย เปลือกม่วงเนื้อขาว พลิกดูข้างใต้ เปลือกช่วยบอกใบ้ ข้างในผลมีกี่เมล็ด!



เรื่องนี้สนุกมากครับ เด็กๆ ได้ความรู้และทายชื่อผลไม้กันสนุกเลย อ้อ ตอนจนเจ้ามังกรฟู่ฟู่ทายไปก็กินผลไม้ไปด้วย จนในที่สุด “ปู้ด” เจ้ามังกรฟู่ฟู่ถ่ายท้องเรียบร้อย กลับมาอารมณ์ดี จึงรู้ว่าผลไม้ทำให้หายท้องผูกนั่นเอง

นิทานทั้ง 2 เรื่องถือว่าเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการป้องกันฝุ่น “ตะลุยเมืองมอมแมม” เป็นการสอนการใช้หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นและควันพิษ ส่วน “ฟู่ฟู่ มังกรขี้โมโห” ชักชวนให้เด็กกินผลไม้กันเยอะๆ จะได้มีภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกายกันครับ

อ้อ...ขออนุญาตใส่คำเฉลยข้อต่างๆ ไว้ข้างล่างนี้นะครับ ข้อแรก-เงาะ ข้อสอง-ระกำ ข้อสาม-กล้วย ข้อสี่-มะเฟือง ข้อห้า-มะพร้าว ข้อหก-ทับทิม ข้อเจ็ด-มะม่วงหิมพานต์ ข้อแปด-ทุเรียน ข้อเก้า-กระจับ ข้อสิบ-มังคุด.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 184