อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562

ไปให้ไกลจากเรื่องตรงนี้

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องเล่าจากชีวิต “ร.ต.ต.” ที่ไม่ได้สวยหรู ความเครียดก่อตัวสะสม เข้าเวรงานหนัก ออกเวรก็ยังมีต้องสะสางงาน แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น พุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


ชีวิต “ร้อยตำรวจตรี” ตำแหน่งพนักงานสอบสวนนำมาซึ่งความเครียด สมัยเป็นตำรวจชั้นประทวน เขาเห็นพวกร้อยตำรวจตรีขึ้นไปทำงานในตำแหน่งสอบสวน ปราบปราม สืบสวน จราจร ไม่ได้หนักอะไรมาก เขาเสียอีกที่ต้องทำงานแทบทุกอย่างให้กับเหล่าตำรวจสัญญาบัตรเหล่านี้

ดังนั้นเขาจึงมุ่งมั่นอ่านหนังสือถีบตัวเองเพื่อสอยดาวมาใส่บ่า ใช้เวลาว่างตอนเข้าเวร ออกเวร อ่านหนังสือท่องจำกฎหมาย จนในที่สุดก็ได้ตำแหน่งร้อยตำรวจตรี ให้พ่อแม่ติดดาวที่บ่า กลายเป็นตำรวจสัญญาบัตรตำแหน่งพนักงานสอบสวน ช่างน่ายินดียิ่งนักในชีวิต

แต่แล้วชีวิตจริงมันเริ่มที่ตรงนี้...

งานสอบสวนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้เขาจะฟังตำรวจระดับสูง อดีตตำรวจระดับนายพล มาสอนเรื่องราวการทำงาน แนะนำเทคนิคต่างๆ นานา แต่ทุกคนล้วนพูดตรงกันว่า “งานสอบสวนต้องทำด้วยใจรัก เพราะมันหนักมาก”



เขามาเริ่มรู้ซึ้งกับเรื่องราวนี้ก็ตอนมาทำงานพนักงานสอบสวนได้เพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น

เขากับร้อยตำรวจตรีอีกนายหนึ่ง เป็นพนักงานสอบสวนใหม่ 2 คนของโรงพักแห่งนี้ โรงพักที่มีคนมาแจ้งความเรื่องราวมากมายอยู่แทบทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาทีก็ว่าได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่เป็นข่าว ต้องดูแลเอกสารสำนวนทุกอย่าง ต้องทำทุกอย่างที่สายงานอื่นจับกุมมา ต้องดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ต้องทำตามทุกอย่างที่นายเห็นควร

เข้าเวรก็หนัก ออกเวรแล้วก็ยังมีการบ้านมีงานต้องสะสาง

ต้องทนรับฟังคำด่าจากประชาชน ต้องจัดการปัญหาของประชาชน ต้องทนถูกนายด่า ต้องทนถูกคำต่อว่า


คล้ายดั่งตะกอนที่ก่อตัวรวมกันในใจ ร่างกายแทบล้า คนรักไม่ได้คุย เพื่อนฝูงไม่ได้พบหน้า สุขภาพทรุดโทรม ดาวที่ติดบนบ่าดูเหมือนจะไม่คุ้มกับการมาทำงานแบบนี้เสียแล้วกระมัง

ความผิดพลาดเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความไม่ชำนาญ เอกสารกองพะเนินราวกับผู้บริหาร ต้องทำทุกอย่างเพียงคนเดียว ความเครียดก่อตัวสะสมขึ้นเรื่อย บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ โชคดีที่ร้อยตำรวจตรีอย่างเขายังจะพอพิมพ์เอกสารได้อย่างคล่องแคล่ว ผิดกันกับร้อยตำรวจตรีอีกนาย ที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไม่ถนัด ทุกครั้งที่เขาโดนด่า ร้อยตำรวจตรีอีกนายจะโดนด่าหนักกว่าเสมอ



แต่โดนด่าก็คือโดนด่า เขาเครียดสะสมอย่างหนัก ตื่นนอนก็ไม่อยากทำงาน เข้าเวรก็เหมือนไร้ชีวิตจิตใจ ทำงานไปอย่างซังกะตาย

หรือจะตายจริงๆ ดีไหม!

ปืนกระบอกนี้อยู่กับตัว ก่อนออกเวรเขาโดนนายเรียกไปด่าอย่างหนักหน่วง เจ็บช้ำอย่างที่สุด กลับห้องไปเพื่อนอนพัก แต่นอนไม่หลับ ทุกอย่างวนเวียนไร้ทางออก มันตัน มันทึบ ราวกับกำแพงบีบคั้นเข้ามเรื่อยๆ บีบจนตาเขาพร่ามัวมองไม่เห็นอะไร

ปืนกระบอกนี้อยู่ใกล้ตัว เขาจับมันไว้แน่น คิดอะไรไม่ออก ภาพทุกอย่างในชีวิตมองไม่เห็น มีเพียงปืนกระบอกนี้เท่านั้นที่ชัดแจ๋วในสายตา

มองหากระดาษเพื่อจะเขียนสั่งลา มองหามือถือเพื่อจะโทรศัพท์ไปหาแฟนสาวที่คบกันมาได้สักพัก เหนื่อยเหลือเกินกับชีวิตนี้ อยากจะขาดใจตาย แล้วให้เธอไปหาคนดีคนใหม่ ร่างกายขยับตัวอย่างเชื่องช้า ดูราวกับอยู่ในความฝัน ที่พร้อมจะปิดตาลงนอนในฉับพลัน ชั่วนิรันดร์ เขาหยิบปืนมา เตรียมลั่นไกสังหาร เขามองไม่เห็นทางออกตรงหน้า ไม่เห็นซึ่งสิ่งใดทั้งสิ้น



ในชั่ววินาทีแห่งฉับพลันนั้น แฟนสาวโทรศัพท์มา เสียงโทรศัพท์หยุดจังหวะที่ดำเนินต่อของเขา หยิบมือถือ แฟนสาวแค่โทรมาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เขารับฟังเรื่องราว แต่ไม่นานเมื่อเขาเงียบเสียงไป แฟนสาวสงสัย เท่านั้นเองเหมือนทำนบเขื่อนแตก เขาหลุดเล่าเรื่องราวมากมายออกมา เล่าอย่างหมดไส้หมดพุง เปรียบเป็นคนก็คล้ายดังอ้วกเอาพิษร้ายออกจากร่าง กินเวลาการคุยยาวถึง 1 ชม. แฟนสาวรรับฟังเรื่องราวทุกอย่างโดยไม่พูดขัดอะไร เมื่อเขาพูดจนจบ “ตัวเองต้องสู้ต่อไป เขาจะไปหาตัวเองไปอยู่กับตัวเอง จะเป็นกำลังใจให้”

คำพูดของแฟนสาวอาจไม่เท่าไหร่ แต่การที่เขาได้ระบายจุดเดือดทางความเครียดออกไป ทำให้เขามองเห็นภาพทุกอย่างชัดอีกครั้ง กำแพงที่เคยบีบเข้ามาตอนนี้มันหายไป เขาวางสาย โลกรอบตัวกระจ่างแจ้ง เก็บปืนไว้ในซอง เหมือนเขาก้าวข้ามทางแห่งชีวิต จากความตายที่กำลังจะก้าวไป สู่ความเป็นที่ได้ยื้อคืนมา หายใจอย่างโล่งอก นอนหงายบนเตียง กลืนน้ำลาย เป็นโชคดีที่โทรศัพท์สายนั้นช่วยชีวิต มันทำให้เขากลับสู่ความเป็นคนอีกครั้ง

อย่างน้อยการมีชีวิตอยู่ก็ยังดีกว่าไม่มีชีวิตอีกแล้ว...เขาคิดแบบนั้นด้วยความโล่งอก

เสียงปืนดังก้อง น่าจะมาจากชั้นล่าง เขาสะดุ้งสุดตัว เปิดประตูแฟลตตำรวจออกไป ใครหลายคนต่างยื่นหน้ามาดู...เขานึกตกใจหวังในใจว่าจะไม่ใช่...แต่สุดท้ายมันก็ใช่...ร้อยตำรวจตรีอีกนายที่มาประจำการสน.แห่งนี้พร้อมเขาตัดสินใจปลิดชีพลาโลก คงเพราะความเครียดที่เกิดขึ้น เขาใจหายอยากจะร้องไห้ออกมา



ที่งานศพ ตอนลูกเมียร่ำไห้ ชายหนุ่มนั่งนิ่งพนมมือด้วยความสลด น่าเสียดายที่ร้อยตำรวจตรีนายนั้นจบสิ้นชีวิต ปืนอยู่ใกล้ตัว ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย โทรศัพท์ไปหาภรรยากลับไม่มีการรับสาย เพราะต้องเลี้ยงลูกที่ต่างจังหวัด ในเสี้ยววินาทีนั้น หากได้ฟังพูดคุยระบายกัน คงไม่จบแบบนี้ แต่เพราะภรรยามีภาระมากมาย การพูดคุยจึงไม่เกิดขึ้น

มันจึงนำไปสู่จุดจบ ตัวเขากราบศพก่อนจากลา เดินจูงมือแฟนสาวออกไป พาไปสักที่ ขอให้เขาหลงลืมตัวเองว่าทำงานอะไร เรื่องราวทั้งหมดทำเอาเขาใจสั่นใจท้อ แค่อยากพาแฟนสาวไปให้ไกลจากเรื่องทั้งมวล

ไปให้ไกลเพียงสักพัก...เพื่อพักใจกับเรื่องราวตรงนี้.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 299