อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

"เฒ่าดินระเบิด" ผจญ"หนองพันปี"ตอน4

การยั่วเย้าคู่ต่อสู้เพื่อทำลายสมาธิด้วยวาจา (ที่เหนือกว่าอีกนั่นแหละ) ดังที่พี่โชติถือปฏิบัติอยู่นั้น น่าจะไม่ยุติธรรม และเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้มากเกินไป… จันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.00 น.


พี่หนองรุ่นพี่ผมประมาณ 3 รุ่น ที่ต้องประมาณเพราะว่ากว่าพี่เขาจะจบจากโรงเรียนนายร้อยมาได้นั้น ต้องเรียนร่วมกับอีกรุ่นน้องๆ อีกหลายรุ่น จนแทบจะจำรุ่นดั้งเดิมของตัวเองไม่ได้ (นับว่าได้เปรียบเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีงานเลี้ยงรุ่นไหนๆ ก็มีชื่อไปกับเขาเสียหมด)...แปลว่าสอบตกซ้ำชั้นหลายปีครับ

พี่หนองจบมาก่อน และเป็นประเภทชื่นชอบกีฬาในร่มเหมือนกัน จึงมีฝีมือบิลเลียดเป็นลำดับหนึ่งในหมู่พวกเรา แต่เมื่อเอาไปเทียบกับพี่โชติแล้ว นับว่ายังห่างกันประมาณ 3-4 ส่วนเห็นจะได้ ปกติเวลาเดี่ยวกับพี่โชติ พี่โชติก็จะต่อให้ประมาณ 20 แต้ม (คะแนนเต็ม 100) แล้วจึงเล่นกัน ทำให้สูสีสนุกแก่ฝูงกวางทั้งหลายมากขึ้นเพราะมีลุ้น พี่หนองบอกพวกเราด้วยดวงตาและน้ำเสียงแข็งกร้าวลับหลังพี่โชติว่า...สักวันหนึ่งจะโค่นพี่โชติให้ได้ แต่เล่นกันกี่หนกี่ครั้งประฝีมือกับกี่ครา พี่หนองของเราก็เป็นฝ่ายปราชัยอย่างสม่ำเสมอ…

ในส่วนของพี่โชตินั้น แม้ว่าฝีมือจะเก่งกาจถึงขึ้นเป็นมือวางอันดับหนึ่งของสโมสรนายทหารแห่งนี้ แต่พี่แกก็มีจุดเสียในสายตาของเหล่ากวางทั้งหลายซึ่งแม้จะชื่นชอบการกินฟรี แต่ก็ยังมีจริยธรรมอยู่บ้าง อยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นเพียงกลยุทธในการต่อสู้ของแกก็ได้ จุดเสียหรือกลยุทธที่ว่านั้นก็คือ รูๆ หนึ่งบนใบหน้าของแกที่สามารถเปล่งเสียงได้นั่นแหละ

ครับ...นอกจากมือต้องเที่ยงและสายตาต้องคมอันเป็นหลักสำคัญของเกมบนโต๊ะสักหลาดแล้ว พี่โชติยังมี “ปาก” เป็นอาวุธจัดเข้าระดับ “ปากเสีย” ทีเดียว



สาวคิวไปแทงไปแกก็ใช้รูปากของแกยั่วเย้าคู่ต่อสู้ไป ถ้าใครควบคุมอารมณ์ได้ก็แล้วไป แต่ถ้าหลุดเมื่อไหร่ก็เสร็จพี่โชติ

โดยเฉพาะสำหรับพี่หนองที่แกก็รู้ว่าพยายามเทียบฝีมือด้วย ดูเหมือนว่าจะโดนหนักเป็นพิเศษ เพราะพี่โชติแกยั่วเย้าสารพัด บางทีก็ลามปามไปถึงสถาบันอันเป็นที่รักของพวกผม แน่นอนครับ หลายๆ หนที่ทำเอาพี่หนองถึงกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงถึงกับให้สัญญากลางโต๊ะว่าจะเลิกเล่นกับพี่โชติอย่างเด็ดขาด แต่พอเจอกันตอนสี่โมงครึ่งหลังเลิกงาน พวกเราก็เห็นแกท้าพี่โชติแล้วก็ถูกกินทุกทีไป มองในมุมของพวกเราชาวกวางแล้วก็ดีไปอย่าง...ไม่เหงา ถึงขนาดบ่อยครั้งที่พี่หนองทำท่าลังเลพวกเราซึ่งทั้งๆ ที่เป็นห่วงก็อดเชียร์ (ยุ) ให้แกไปท้าพี่โชติไม่ได้ อันนี้คงเป็นสัญชาติญาณของกวางนะ ผมว่า...

พอประฝีมือกัน พวกเราก็ได้แต่เอาใจช่วย แน่ละครับ ย่อมเอาใจช่วยพี่หนองของเรา ซึ่งเป็นรุ่นพี่ตามสายเลือด ร่วมกิน ร่วมเที่ยว ร่วมหัวหกก้นขวิดกันมา ทว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เพียงประการเดียว แต่เราเริ่มเห็นแล้วว่าฝีมือของพี่โชตินั้นปกติก็เหนือกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาอยู่แล้ว เล่นกันเฉยๆ ฝีมืออย่างเดียวก็ไม่มีใครสู้ได้อยู่แล้ว ดังนั้น การยั่วเย้าคู่ต่อสู้เพื่อทำลายสมาธิด้วยวาจา (ที่เหนือกว่าอีกนั่นแหละ) ดังที่พี่โชติถือปฏิบัติอยู่นั้น น่าจะไม่ยุติธรรม และเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้มากเกินไป

ก็จริงอยู่ว่า ไม่มีใครห้ามอีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้โต้ตอบ ไม่มีใครเอามือไปปิดปากไว้สักหน่อย แต่ก็อีกนั่นแหละ ไม่เฉพาะฝีมือบนโต๊ะสักหลาดเท่านั้นที่เหนือกว่า ฝีปากพี่โชติก็เหนือกว่าอีกต่างหาก แต่ละคำพูดแต่ละประโยคที่แกคิดประดิษฐ์ผ่านปากมานั้น ทั้งยอกย้อน ทั้งเสียดสี ฯลฯ ใครโดนเข้าหนักๆ อาจถึงกับหน้ามืดตามัวมือสั่น...แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับแก พวกเราจึงเปิดประชุมวาระพิเศษ ระดมความคิดหาทางให้พี่โชติได้รู้จักหัวอกคนแพ้เสียบ้าง คนที่คิดออกคือไอ้เทืองเพื่อนผม...ความจริงผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่า เรื่องราวที่จะเล่าให้คุณฟังต่อไปนี้เป็นการวางแผน “หมูล้มเสือ” ของไอ้เทืองเพื่อนรักของผม

วันเกิดเหตุ ไอ้เทืองแต่งตัวหายออกไปจากบ้าน บอกกับพวกเราว่าจะไปหาพี่หนองตั้งแต่ 4 โมงเช้า แล้วไม่กลับมากินข้าวกลางวันที่ผูกปิ่นโตรวมกันไว้ตามปกติ ซึ่งเราก็ไม่ได้สงสัยอะไร จนกระทั่งเย็นวันนั้น หลังจากเลิกงานประจำแล้วพวกเราทั้ง 7-8 คนก็มาพร้อมกันที่โต๊ะบิลเลียดสโมสรนายทหารประจำค่ายตามปกติ วันนี้พวกเราค่อนข้างกระตือรือร้นเป็นพิเศษเพราะพี่หนองโทรฯมาบอกให้พวกเราไปพร้อมกันที่สโมสรนายทหารเย็นนี้หลังเลิกงานให้ได้ เพราะมีเรื่องสำคัญ...

แต่เมื่อพบหน้าพี่หนองแกกลับไม่ยอมบอกเลยว่า งานสำคัญที่ว่านั้นคืออะไร นอกจากหันมายักคิ้วเป็นสัญญาณอะไรสักอย่างกับไอ้เทืองหน่อยหนึ่ง ครั้นเมื่อเราไปเซ้าซี้แกก็บอกว่า กระเดี๋ยวเอ็งก็จะรู้เองแหละ ตอนนี้เฉยไว้ก่อน...เฉยไว้ก่อน

เรากลัวถูกด่าก็เลยถอยมานั่งกันเงียบๆ บนเก้าอี้คนดูรอบโต๊ะบิลเลียด.

.................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์

ติดตามอ่าน "นักบินชิ้งฉ่อง" ทุกตอนได้ที่นี่ 


"เฒ่าดินระเบิด" ผจญ"หนองพันปี"ตอน1
"เฒ่าดินระเบิด"ผจญ"หนองพันปี"ตอน2
"เฒ่าดินระเบิด" ผจญ"หนองพันปี"ตอน3


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%