อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

"โรคเลือดจางเอ็มดีเอส"

โรคเลือดจางเอ็มดีเอส หรือ Myelodysplastic Syndrome (MDS) เป็นกลุ่มโรคซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 เวลา 08.30 น.

โรคเลือดจางเอ็มดีเอสคืออะไร

โรคเลือดจางเอ็มดีเอส หรือ Myelodysplastic Syndrome (MDS) เป็นกลุ่มโรคซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ กล่าวคือ การสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติทำให้เกิดภาวะซีดหรือโลหิตจาง การสร้างเม็ดเลือดขาวผิดปกติทำให้ระดับเม็ดเลือดขาวตํ่าและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ การสร้างเกล็ดเลือดผิดปกติทำให้ระดับเกล็ดเลือดตํ่าลงและมีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก โดยผู้ป่วยแต่ละรายอาจจะมีระดับเม็ดเลือดตํ่าเพียงชนิดเดียวหรือตํ่าทั้ง 2 หรือ 3 ชนิดก็ได้ แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือเม็ดเลือดแดงตํ่า จึงอาจเรียกกลุ่มโรคนี้ว่าโรคเลือดจางเอ็มดีเอส

โรคเลือดจางเอ็มดีเอสเกิดจากอะไร

สาเหตุที่ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดสร้างเม็ดเลือดที่ผิดปกตินั้นอาจเกิดจากปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมได้แก่ การได้รับยา (โดยเฉพาะยาเคมีบำบัด) สารเคมี (เช่น เบนซีน ยาฆ่าแมลง การสูบบุหรี่) หรือการฉายรังสี และปัจจัยทางพันธุกรรม โดยโรคเลือดทางพันธุกรรมบางโรคจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเลือดจางเอ็มดีเอสและผู้ป่วยบางรายมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของหน่วยพันธุกรรมซึ่งเกิดขึ้นภายหลังตามอายุร่วมด้วยได้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคไขกระดูกฝ่อก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเลือดจางเอ็มดีเอสเช่นกัน เนื่องจากโรคนี้มีการสร้างเม็ดเลือดที่ผิดปกติ ดังนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน

โรคเลือดจางเอ็มดีเอสพบบ่อยหรือไม่

อุบัติการณ์ของโรคเลือดจางเอ็มดีเอสที่รายงานในต่างประเทศพบประมาณ 3-5 รายต่อประชากร 1 แสนคน ผู้ชายพบบ่อยกว่าผู้หญิงเล็กน้อย ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ โดยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี ดังนั้นอุบัติการณ์ในผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี จะสูงขึ้นเป็นประมาณ 20 รายต่อ 1 แสนคน

อาการของโรคเลือดจางเอ็มดีเอส

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เนื่องจากอาการจากเม็ดเลือดตํ่า โดยเฉพาะเม็ดเลือดแดงตํ่าทำให้มีภาวะซีด อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ผู้ป่วยประมาณหนึ่งในสามได้รับเลือดเป็นประจำก่อนได้รับการวินิจฉัย ส่วนผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดขาวตํ่ามาก อาจมีอาการจากการติดเชื้อแทรกซ้อนเช่น ไข้ ผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดตํ่ามาก ทำให้มีเลือดออกผิดปกติเช่น มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ เท่าปลายเข็มที่ผิวหนัง หรือเลือดหยุดยากกว่าปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการแต่ตรวจพบว่ามีระดับเม็ดเลือดตํ่ากว่าปกติจากการตรวจเลือดประจำปี

การตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าผู้ป่วยมีอาการที่เกิดจากเม็ดเลือดตํ่า ในเบื้องต้นจะทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่ามีระดับเม็ดเลือดตํ่าจริง และอาจทำการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อแยกโรคอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดตํ่าได้เช่น ในกรณีที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงตํ่าหรือซีด อาจตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคโลหิตจางจากการขาด ธาตุเหล็ก โรคไต โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เป็นต้น ในกรณีที่ไม่พบสาเหตุหรือสงสัยโรคเลือดจางเอ็มดีเอส แพทย์จะทำการตรวจไขกระดูกเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคนี้ โดยจะพบลักษณะของเม็ดเลือดที่มีลักษณะผิดปกติ รวมทั้งอาจพบหน่วยพันธุกรรมที่ผิดปกติ ในกรณีที่โรคมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน จะพบว่ามีปริมาณเม็ดเลือดขาวตัวอ่อนเพิ่มขึ้น

โรคเลือดจางเอ็มดีเอสมีการรักษาอย่างไร

ในกรณีที่เม็ดเลือดตํ่าไม่รุนแรง แพทย์อาจให้ติดตามดูระดับเม็ดเลือดเป็นระยะ กรณีที่เม็ดเลือดตํ่ารุนแรงหรือมีอาการ แพทย์จะให้การรักษาซึ่งประกอบด้วยการรักษาประคับประคองและการรักษาจำเพาะ การรักษาแบบประคับประคองตามอาการที่สำคัญคือการให้เลือดและเกล็ดเลือดในกรณีที่มีภาวะซีดหรือเกล็ดเลือดตํ่าตามลำดับ การให้ยาฮอร์โมนกระตุ้นเม็ดเลือดแดงในกรณีที่มีภาวะซีด อาจได้ผลในผู้ป่วยบางราย ส่วนการรักษาจำเพาะได้แก่ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาซึ่งทำให้ผู้ป่วยหายได้

อย่างไรก็ตามการรักษาดังกล่าวมีข้อจำกัดเนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรงได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยอายุน้อย ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม และเป็นโรคที่มีความรุนแรงมากหรือเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันเท่านั้น การรักษาอื่น ๆ ได้แก่ ยาเคมีบำบัดขนาดตํ่าหรือยาใหม่ซึ่งออกฤทธิ์ต่อหน่วยพันธุกรรม แพทย์จะพิจารณาให้ในผู้ป่วยบางรายที่เหมาะสม

การดำเนินโรคของโรคเลือดจางเอ็มดีเอส

การดำเนินโรคจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะเม็ดเลือดตํ่า จำนวนเม็ดเลือดขาวตัวอ่อนในไขกระดูก และหน่วยพันธุกรรม ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันและการรอดชีวิต ซึ่งแพทย์จะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการเลือกการรักษาแก่ผู้ป่วยแต่ละรายต่อไป

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคเลือดจางเอ็มดีเอส

ผู้ป่วยควรมาติดตามการรักษาตามที่แพทย์นัด ผู้ป่วยที่มีภาวะซีดควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ผู้ป่วยที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวตํ่ารุนแรงควรระมัดระวังการติดเชื้อ รับประทานอาหารที่สุกสะอาด ผู้ป่วยที่เกล็ดเลือดตํ่าควรระมัดระวังอุบัติเหตุ และถ้ามีอาการผิดปกติเช่น อ่อนเพลียมาก มีไข้ เลือดออก ควรมาพบแพทย์

โดยสรุป โรคเลือดจางเอ็มดีเอสเป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดตํ่าโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ วินิจฉัยโดยการตรวจไขกระดูก การรักษามีทั้งแบบประคับประคองตามอาการเช่น การให้เลือด และการรักษาจำเพาะตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

เอกสารอ้างอิง

1. Swerdlow SH, Campo E, Harris NL, et al, eds. World Health Organization Classification of Tumours of Haematopoietic and Lymphoid Tissues. Lyon, France: IARC; 2017.

2. Tefferi A, Vardiman JW. Myelodysplastic syndromes. N Engl J Med 2009;361:1872-85.

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย.

---------------------------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 52