อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

เมากร่างถูก'เด็กเสิร์ฟตื้บ' ดันช่วยตร.จับคดีต่างด้าว

สัปดาห์นี้เรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นในร้านอาหาร คดีทำร้ายร่างกายชายวัย 40 ปี เมาแล้วกร่างถูกเด็กเสิร์ฟรุมยำ แต่สุดท้ายสร้างผลงานชิ้นโบว์แดง เพราะที่แท้เด็กเสิร์ฟไม่ใช่คนไทยแต่ปลอมชื่อคนตาย พุธที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น.


“พันตำรวจตรี” สารวัตรงานสอบสวนนั่งตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับผู้จัดการร้านอาหารกึ่งผับ ขณะนี้เรื่องราวกำลังงวดเข้ามา หากเขาโยนเอกสารอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะ อารมณ์ของผู้จัดการร้านที่ดุเดือดรุนแรงกับเขาเมื่อครู่คงจะดับมอดลงไปในบัดดล
 
เรื่องราวมันมาถึงจุดนี้ก็เริ่มจากคนเมาไปกวนบาทาคนในร้านซะงั้น
 
ชายคนหนึ่งอายุ 40 กว่าแล้ว ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อนในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง คนเรานั้นแปลก การเมานั้นมีหลายลักษณะบุคลิกหลากหลาย บางคนเมาแล้วพูดมาก บางคนเมาแล้วเงียบขรึม บางคนเมาแล้วเฮฮา บางคนเมาแล้วลุกเต้น บางคนเมาแล้วร่ำไห้ ขณะที่บางคนเมาแล้วนึกว่าตัวเองเป็นแดงไบเล่ ปุ๊ ระเบิดขวด เมาแล้วคิดว่าตัวเองเป็นนักเลง ชอบมีเรื่องกับใครเขา คิดว่าเป็นนักเลง แต่จริงๆ คือ อันธพาลดีๆ นี่เอง
 
ชายวัย 40 ปีกินเหล้าได้ที่ก็เริ่มอารมณ์โมโหซะงั้น ภาษาคนร่ำสุราเรียกว่า “เมาแล้วหลุด” เริ่มไม่ถูกใจพนักงานเสิร์ฟที่นำเบียร์มาเติมช้า เริ่มพูดจาแขวะ เริ่มโอ้อวดตัวเอง ไม่นานก็โมโหที่เด็กเสิร์ฟเอาน้ำแข็งมาให้ช้า จึงโวยวายใส่ เด็กเสิร์ฟก็คนโดนด่ามากๆ ก็ขึ้น เริ่มมีปากเสียงกับชายวัย 40 ปี ขณะที่เพื่อนซึ่งมาด้วยกันพยายามห้าม จนลุกไปปัสาวะ ชายวัย 40 ปีเหมือนหมาบ้าถูกปล่อยออกจากกรง ขึ้นกระชากคอเสื้อเด็กเสิร์ฟ และก็ทำได้เพียงแค่นั้น
 


เพราะหมัดของเด็กเสิร์ฟพุ่งเข้าหาพร้อมบาทาอีกจำนวนมากได้พุ่งเข้าหาเช่นกัน เขาร่วงหมดสภาพในทันที เมื่อเพื่อนไปปัสสาวะกลับมาเห็นชายวัย 40 ปีร่วงกองกับพื้นหมดสภาพ จึงรีบเรียกรถพยาบาล เด็กเสิร์ฟบางคนที่ไม่ได้ร่วมยำด้วย ก็มาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล
 
เผอิญชายวัย 40 ปีไม่ได้โอ้อวดเพราะโม้โกหก แต่เขามีเส้นสายจริง ผู้กำกับการโรงพักรับเรื่องแจ้ง “พันตำรวจตรี” ไปสอบปากคำชายวัย 40 ปีที่โรงพยาบาล ในสภาพที่ยังเมาอยู่ เขาไม่พอใจที่โดนทำร้ายร่างกาย พูดจาจะไปถล่มร้าน พูดจาให้ปิดร้าน พันตำรวจตรีนั่งปวดหัวคุยกับคนเมาที่โดนทำร้ายร่างกายนี่ยุ่งยากจริง
 
แต่หน้าที่ของพนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินไป แม้ชายวัย 40 ปีจะสมควรโดนกระทืบเพราะเมาแล้วกร่าง แต่ทางร้านมีสิทธิ์ที่จะจัดการปัญหาได้ดีกว่านี้ เช็กบิล เชิญออก การรุมกระทืบแขกของร้านมันไม่ใช่วิสัยของการดำเนินธุรกิจที่ดี
 


“บ้านเมืองมีขื่อมีแป” สารวัตรสอบสวนเกริ่นออกมา เมื่อสอบปากคำเสร็จวันต่อมาเขาก็ไปสอบปากคำทางร้าน รวบรวมรายชื่อพนักงาน พยานทุกอย่าง แล้วก็สรุปเรื่องทั้งหมด ทุกอย่างมันน่าจะจบด้วยคดีทำร้ายร่างกาย หากทว่าเจ้าของร้านก็ดันคิดว่าตัวเองมีเส้นสายเหมือนกัน การนัดมาเจอหน้ากันวันนี้จึงเกิดขึ้น
 
“มันเป็นการทะเลาะวิวาท ไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย ลูกน้องผมโดนกระชากเสื้อ โดนกระชากแรงมีรอยที่คอ ที่คาง มันไม่ใช่ลูกน้องผมทำอยู่ฝ่ายเดียวนะครับ สารวัตรต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย เพราะก็ชกกันไปมา 2 คน ไม่มีการรุมยำเลย” ว่าแล้วเจ้าของร้านก็เริ่มอหังการอ้างนายตำรวจระดับนายพลที่เคยพบเจอกินข้าว
 
สารวัตรสอบสวนเม้มปาก เขาอยากให้เรื่องขึ้นไปถึงชั้นศาลจริงๆ ความจริงที่เขาพบมานั้นชวนตะลึงพรึงเพริดไม่นอน แต่เอาล่ะ เอาชั้นพนักงานสอบสวนก็พอ เขาโทรไปหาสารวัตรสืบสวนที่พาลูกน้อง 2 นายเดินเข้ามาในห้องสอบปากคำ
 
เจ้าของร้านเลิกคิ้วสงสัย “จะจับลูกน้องผมเลยเหรอ ผมสู้นะเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำร้ายร่างกาย มันเป็นทะเลาะวิวาทต้องผิดคู่สิครับ และผมยืนยันว่าไม่มีการรุมยำด้วยแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์
 
สารวัตรมองหน้าเด็กเสิร์ฟ เรียกชื่อออกไป “เอ็งชื่อนี้จริงๆ เหรอ” เด็กเสิร์ฟพยักหน้า “นามสกุลนี้จริงๆ เหรอ” เด็กเสิร์ฟพยักหน้าอีกครั้ง “บัตรประชาชนใบนี้อะนะ” เด็กเสิร์ฟพยักหน้า เจ้าของร้านหงุดหงิด “ถามอะไรแปลกๆ สารวัตร”
 
พันตำรวจตรีมองหน้าสารวัตรสืบ
 
“ผมนำชื่อนามสกุลของลูกน้องคุณตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ ก่อนหน้าที่จะมาพบกันวันนี้ ผมเดินทางไปพบกับน้องสาวของเด็กเสิร์ฟที่ต่างจังหวัดตามทะเบียนราษฎร์ ลูกน้องคุณมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด มีญาติมากมาย ผมถามไถ่เรื่องราว ซึ่งแปลกมากเลยที่น้องสาวคุณให้การว่า คุณนะตายไปหลายปีแล้ว เกือบ 10 ปีได้ ยังมีใบมรณะบัตรอยู่เลย แถมรูปตัวคุณที่น้องสาวคุณมีนะ ก็คนละคนกับตัวคุณที่นั่งตรงหน้าผมเลย”
 


เด็กเสิร์ฟนิ่งเงียบ ผู้จัดการร้านงงงวย “มันเรื่องอะไรกัน”
 
พันตำรวจตรีรุกอย่างรุนแรง “จะเรื่องอะไรล่ะ ไอ้เด็กเสิร์ฟตรงหน้าคุณนี่ มันไม่ใช่คนไทย มันปลอมบัตรประชาชนขึ้นมา เอาชื่อหมายเลขคนที่ตายไปแล้วทำบัตรประชาชนใหม่ ผมมีหลักฐานว่าชื่อนามสกุลของเด็กเสิร์ฟคุณ หมายเลขบัตรประชาชนตายไปหลายปี มีใบมรณะบัตร มีใบหน้าที่ทางญาติยืนยันมาว่าเด็กเสิร์ฟคุณนะ มันเป็นตัวปลอมไปสวมบัตรคนตายนะสิครับ” เด็กเสิร์ฟที่ต่อยชายวัย 40 ปีนั่งตัวเกร็ง เจ้าของร้านหน้าเหวอ
 
“ดูหลักฐานสิ” พันตำรวจตรีโยนเอกสารลงตรงหน้า มันเป็นเอกสารจากงานสอบสวนที่เขารวบรวมในคดีนี้ “จะว่าเรื่องนี้มันเป็นทะเลาะวิวาทก็ได้ ไปสู้ในชั้นศาล ซึ่งผมไม่จบที่เด็กเสิร์ฟคุณคนเดียวนะ มีอีกหลายคนที่ร่วมกระทืบวันนั้น หลักฐานผมมีจะไปสู้ในชั้นศาลก็ได้ เราจะออกหมายจับครบชุดเลย แล้วตรวจเรื่องปลอมแปลงบัตรประชาชนของทุกคนด้วย เรื่องนี้ผู้จัดการต้องอยู่ด้วยนะ 2 คดี เพราะตำรวจเราก็อยากรู้ว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทำร้ายร่างกายและเรื่องปลอมบัตรประชาชนด้วยไหม ออ!...ส่วนนายพลที่คุณอ้างนะ เขาก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกัน โทรมาบอกผมให้ดำเนินการอย่างเต็มที่”
 
พันตำรวจตรียิ้มอย่างเหี้ยมๆ “เอาล่ะเชิญฝ่ายสืบสวนดำเนินการต่อเลยนะครับ” ว่าแล้วสารวัตรสืบสวนกับลูกน้องก็เข้าล็อกตัวไอ้เด็กเสิร์ฟคนไทยปลอม กับผู้จัดการร้านไปสอบในทันที พันตำรวจตรีโบกมืออำลา แล้วนึกอยากขอบใจไอ้ชายวัย 40 ปีที่กร่างแล้วโดนกระทืบ นี่แหละหนา คนเราขนาดเมาแล้วหลุดก็ยังทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ด้วย แหม่...พลเมืองดีจริงๆ.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 373