อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

ปรับภาพลักษณ์ยิงหมัดเด็ด สู้โค้งสุดท้าย"เลือกตั้ง62"

สัปดาห์นี้ไปดูการปรับภาพลักษณ์โค้งสุดท้าย 2 พรรคใหญ่งัดกลเม็ด-เพิ่มความชัดเจน แต่ก่อนจะถึงเลือกตั้ง 28 มี.ค.62 เราคงได้เห็นอะไรเด็ดๆ อีกแน่นอน พฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เวลาผ่านไปแป๊บๆ อาทิตย์สุดท้ายก็เข้าสู่สัปดาห์เลือกตั้งแล้ว สำหรับวันอาทิตย์นี้ ใครที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไว้ก็อย่าลืมไปกาบัตรในวันที่ 17 มี.ค. เพื่อแสดงพลังว่าเสียงเราคือเสียงหนึ่งที่กำหนดอนาคตประเทศ ฟังทาง กกต. ห้สัมภาษณ์ว่าได้เตรียมความพร้อมไว้ไม่ให้มีปัญหาร้องเรียนเหมือนใช้สิทธิ์นอกราชอาณาจักร ก็ไม่รู้ว่าจะมีร้องเรียนเรื่องเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครพิมพ์ผิดๆ ถูกๆ อีกหรือเปล่า เห็นเขาร้องกันไปแล้ว

พอมาโค้งสุดท้าย แต่ละพรรคก็งัดไม้เด็ดขึ้นมาสู้กันขนานใหญ่ บางพรรคก็ทำเป็นสโลแกนชัดๆ อย่างเพื่อไทยเขาก็ชู “เลือกเราเป๋าตุง เลือกลุงเป๋าแฟบ” ที่ประกาศจะเน้นนโยบายแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ซึ่งเอาจริงคำบ่นเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีนี่ช่วงหลังๆ มันก็มีแทบทุกรัฐบาล ค่าใช้จ่ายของคนไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังถูกค่อนแคะเรื่องนี้ ที่ตอนนั้นประชาธิปัตย์ฝ่ายค้านเขาล้อเลียนเรื่อง “ผีอีแพง” ตามละครเรื่อง “บ่วง”

หรือพรรคภูมิใจไทย นโยบายที่กลายเป็นเรื่องติดหูติดปากประชาชนไปเลยก็คือเรื่อง “กัญชาเสรี” ส่งเสริมให้แต่ละบ้านปลูกกัญชาเองบ้านละ 6 ต้น และจะต้องมีการวางแผนการใช้กัญชาเพื่อเศรษฐกิจ ซึ่งเอาจริงหลายคนเขาก็ชอบ ไม่ใช่ได้สูบกัญชาเสรี แต่ชอบเพราะเห็นว่า “น่าจะเป็นไม่กี่พรรคที่บอกวิธีหาเงินชัดๆ” ไม่ใช่บอกไปลอยๆ ก่อนว่า เรามีวิสัยทัศน์หรือประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วก็จะจบลงด้วยการอัดฉีดเงินประชานิยม



พรรคเล็กๆ บางพรรคก็เห็นว่าตัวเองสู้พรรคใหญ่ไม่ได้ ก็พยายามไปหาเสียงกับตลาดเฉพาะ หรือที่เขาเรียกว่า niche market อย่างพรรคมหาชนนี่ชัดเจนว่า เขาเห็นว่าน่าจะเจาะคะแนนเสียงจากกลุ่มหลากหลายทางเพศ กลุ่มนี้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประเมินดูน่าจะ 6-7 ล้านคนด้วยซ้ำ พรรคมหาชนจึงชูแคนดิเดตนายกฯ เป็นคนข้ามเพศคือ “พาลินี งามพริ้ง” และมี ส.ส. ที่เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศหลายคน เน้นนโยบายเพื่อสิทธิ์และการยอมรับตัวตนของคนกลุ่มนี้

โค้งสุดท้ายเป็นโค้งที่กลุ่มพลังเงียบเขาเริ่มจะตัดสินใจแล้วว่า จะเทคะแนนให้ใคร ขั้วไหน แต่ละพรรคจึงต้องหา “กลุ่มเป้าหมาย” ของตัวเองให้ชัด รักษากลุ่มนั้นไว้ให้มีคะแนนนิยมต่อไป กระทั่งพยายามปรับภาพลักษณ์ หรือแสดงจุดยืนบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มอื่นๆ สนใจเพิ่มเติม ซึ่งภาพของการเลือกตั้งเที่ยวนี้ที่ชัดคือ “เอาหรือไม่เอารัฐบาลทหาร” พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยแสดงจุดยืนนี้ชัด และมีพรรคแนวร่วมอย่างอนาคตใหม่และเสรีรวมไทย

และสังเกตดูเห็นยังว่า ภาพลักษณ์อีกแบบหนึ่งที่พรรคการเมืองนิยมนำมาแสดงคือ ภาพลักษณ์แบบ “หัวก้าวหน้ากับอนุรักษ์นิยม” หัวก้าวหน้าก็เป็นประเภทที่ชูภาพลักษณ์แบบนักบริหาร คิดไวทำไว ขณะที่อนุรักษ์นิยมจะชูภาพลักษณ์เด่นๆ คือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต การเน้นการปราบโกง บางคนก็เปรียบว่า ถ้าเป็นนิทานอีสปเรื่องกบเลือกนาย อนุรักษ์นิยมก็เหมือนขอนไม้ ลอยตุ๊บป่องๆ ไปเรื่อย หัวก้าวหน้าคือนกกระสา บินไว ใครตามไม่ทันก็ถูกกิน

ในเรื่องการปรับภาพลักษณ์ สร้างความชัดเจน ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เกิดกระแสขึ้นมา 2 พรรค คือในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจุดขายหลัก เดิม พปชร. จะให้บิ๊กตู่ช่วยปราศรัยหาเสียง แต่กฎระเบียบในความเป็นนายกฯ ที่ต้องเป็นกลางมันเยอะเหลือเกิน พูดอะไรไปกลายเป็นตำบลกระสุนตกเอาง่ายๆ คือจะถูกร้องเรียนไม่จบสิ้น เลยต้องวางแผนขายบิ๊กตู่แนวใหม่

ภาพลักษณ์ของบิ๊กตู่ถูกนำเสนอผ่านภาพนิ่งในแบบที่ “บิ๊กตู่เปลี่ยนไป” กลายเป็น “ลุงตู่ผู้น่ารัก” ตามคำของคนพรรค พปชร. จากภาพขึงขัง อารมณ์ร้อน โผงผางแบบทหาร กลายเป็นภาพที่เขาว่า “นุ่มนวลใจดี” เป็นลุงตู่ในอิริยาบถสบายๆ ยิ้มกริ่ม เห็นข่าวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ตัวบิ๊กตู่เองก็ดูจะใจเย็น สบายๆ ลง ไม่ค่อยมีปรี๊ดแตกเพราะนักข่าวถามไม่เข้าหูเท่าไหร่ พอถามเรื่องภาพใหม่ก็ตอบขำๆ “ก็อยากหล่อบ้างไม่ได้เหรอ”



นัยว่าการปรับภาพลักษณ์แบบนั้นเพื่อให้ดูเข้าถึงง่าย ทันสมัย อบอุ่น อารมณ์ดี ดูเป็นแนวที่คนรุ่นใหม่น่าจะชอบ ก็คงมีคนชอบอยู่ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่นิยมในตัวบิ๊กตู่อยู่แล้ว แต่ก็มีคนที่รู้สึกแปลกๆ กับภาพไปจนถึงเอาไปทำ meme ล้อเลียน เพราะมันขัดกับภาพลักษณ์เดิมที่คนเห็นบิ๊กตู่มาตลอด 5 ปี หรืออาจนานกว่านั้นก็ได้เพราะหลายคนก็จำบุคลิกนายกฯ ได้ตั้งแต่ตอนเป็น ผบ.ทบ. พอมันขัดมันเลยดูเป็นการแสดง และขาดเสน่ห์

ก็ไม่รู้ว่าเพราะหวังพลังเสียงคนรุ่นใหม่ใช้สื่อเยอะจะได้มีกระแสหรือไม่ ก็เลยจะพลิกภาพบิ๊กตู่เข้าสู้บ้าง แต่จริงๆ การเปลี่ยนภาพลักษณ์ช่วงสั้นๆ ด้วยภาพนิ่งต้องบอกว่าแทบจะไม่ช่วยอะไร ไม่รู้ว่าทำไมพรรคถึงไม่ชูจุดแข็งสำคัญของบิ๊กตู่ขึ้นมาสู้ ทั้งความเป็นทหารราชินีผู้จงรักภักดี การบริหารงานที่เด็ดขาด โดยเฉพาะจุดแข็งสำคัญคือการสร้างความสงบเรียบร้อย ย้ำว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลดีต่อประเทศชาติอย่างไร มันยังจะดูไม่ขัดตากว่า

นอกจากเรื่องบิ๊กตู่ปรับภาพลักษณ์ที่ไม่น่าจะช่วยอะไร ก็มีเรื่องการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนอีกเรื่องที่ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรเท่าไหร่ คือการที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนว่า “ไม่เอาบิ๊กตู่” เพราะไม่ต้องการให้เกิดการสืบทอดอำนาจจาก คสช. อีก แต่ถ้าจะให้ร่วมงานกับ พปชร. ก็ทำได้ เพียงแต่ พปชร. เองก็ต้องไม่เอาบิ๊กตู่เหมือนกัน และพรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยันไม่ร่วมกับเพื่อไทยด้วย



ดูสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าทำความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ โค้งสุดท้าย ประชาธิปัตย์อาจคิดว่าตัวเองเป็นพรรคอันดับ 2 หรือ 3 (มาถึงนาทีนี้แนวโน้มที่เป็นไปได้สูงคือเพื่อไทยก็เป็นพรรคอันดับหนึ่ง) ซึ่ง พปชร. เองอาจต้องการเสียงของประชาธิปัตย์มาเสริมเพื่อความเข้มแข็งในสภา ดังนั้นถ้าจะใช้เสียงของประชาธิปัตย์ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขใช้แคนดิเดตนายกฯ ของประชาธิปัตย์ เผลอๆ รวมเสียง ปชป., พปชร. กับพรรคร่วมบางพรรคก็ตั้งรัฐบาลได้

แต่เมื่อมองย้อนไปถึงปรากฏการณ์การเมืองไทยจากการเลือกตั้ง ก็อย่างที่บอกคือแบ่งขั้วเอากับไม่เอาทหาร พรรคประชาธิปัตย์เองแสดงจุดยืนตรงนี้ช้าไป ซึ่งก็คงเป็นความหนักใจของนายอภิสิทธิ์ไม่น้อย เอาข้างไหนแต่แรกก็โดนครหา และเกียรติภูมิของหัวหน้าพรรคก็ต้องประกาศตัวเป็นตัวเลือกนายกฯ เอง ไม่ใช่ไปหนุนใครแต่แรก ก็เลยต้องประกาศเป็นทางเลือกที่ 3 ไปก่อน แต่พอประกาศท่าทีใหม่ก็เห็นมีคนผิดหวังอยู่ไม่น้อย คือ “กลุ่มชอบบิ๊กตู่”

ไม่น่าจะช่วยอะไรเพราะกลุ่มเลือกประชาธิปัตย์ก็กลุ่มฐานเสียงเดิม ส่วนกลุ่มที่ไม่เอาเพื่อไทย จะให้ ปชป. มาเสริมกำลังให้ พปชร. พอไม่เอาบิ๊กตู่ก็เสียฐานเสียงนี้ไปอีก ที่กล่าวมาคือการปรับภาพลักษณ์โค้งสุดท้ายเป็นเรื่องยากจะดึงคะแนนเพิ่ม ก็หวังว่าอาทิตย์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งเราคงได้เห็นอะไรเด็ดๆ อีกแต่ขอไม่ขัดตา.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”
ขอบคุณภาพจาก : @Abhisit Vejjajiva, Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%