อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

โอซาก้าเมืองหลัก

นักท่องเที่ยวมุ่งตรงสู่โอซาก้าเพิ่มสูงขึ้น 5 เท่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนา ธุรกิจขายปลีกและอสังหาริมทรัพย์จนทำให้นักท่องเที่ยวหันมาเยือนมากขึ้น ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562 เวลา 07.30 น.


โอซาก้าเมืองอันดับสองของญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้มายาวนานเพิ่งจะได้แซงหน้าเมืองหลวงกรุงโตเกียวได้เป็นผลสำเร็จในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเยือนมากที่สุด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนา ธุรกิจขายปลีกและอสังหาริมทรัพย์จนทำให้นักท่องเที่ยวหันมาเยือนมากขึ้น

นักท่องเที่ยวมุ่งตรงสู่โอซาก้าเพิ่มสูงขึ้น 5 เท่าช่วงระหว่างปี 2555-2560 มากกว่าโตเกียว เพราะสามารถนำเครื่องบินโดยสารต้นทุนต่ำให้บินมาลงจอดที่นี่ประกอบกับการส่งเสริมว่าโอซาก้าคือเมืองหลักก่อนที่จะไปเยือนแหล่งมรดก 25 แห่งที่อยู่ใกล้กันอย่างเกียวโตกับนารา

แรกเริ่มนักพัฒนาและธุรกิจขายปลีกร่วมมือกันสร้างโรงแรมใหม่ ขยายพื้นที่และนำระบบไร้เงินสดมาใช้อย่าง Alipay และ WeChat เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่หลั่งไหลเข้ามาส่วนใหญ่จะมาจากเมืองจีน แต่ธุรกิจท่องเที่ยวก็เข้ามาเสริมต่อด้วยการนำสินค้าหรูเข้ามา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้อีกทั้งที่ปรึกษาความงาม สินค้าสำหรับผู้เป็นแม่และสินค้าอื่น ๆ ที่ราคาถูกก็มี

ธุรกิจเหล่านี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานและส่งเสริมเศรษฐกิจแบบถาวรให้กับภูมิภาคคันไซโดยรอบเมืองโอซาก้า ซึ่งเตรียมที่จะสร้างรีสอร์ทกาสิโนขนาดใหญ่ไว้ด้วย

ทาเคชิ ยามากุชิ ผอ.ฝ่ายวิจัยของบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ CBRE ใน โอซาก้า บอกว่า โอซาก้าเคยขับเคลื่อนเต็มกำลังด้านการท่องเที่ยว แต่ขณะนี้กำลังเดินหน้าแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน เทียบกับโตเกียวแล้ว โอซาก้าดูจะมีภาษีกว่า เพราะการพัฒนาและการท่องเที่ยวสามารถก้าวไปข้างหน้าได้พร้อมกัน

ความสำเร็จของโอซาก้าที่มีต่อโตเกียวทำเอานักวิเคราะห์ถึงกับประหลาดใจ ด้วยผังเมืองขนาดย่อมและวัฒนธรรมด้านอาหารเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากเอเชีย และยังได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ริเริ่มดำเนินธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาดในโซเชียลมีเดีย และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติ

โอซาก้าและปริมณฑลอาจเป็นตัวอย่างที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดสำหรับนโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาญี่ปุ่น นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วงปลายปี 2555 รัฐบาลได้ผ่อนปรนการออกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวไปเยือนโอซาก้าในปี 2560 จำนวน 11.1 ล้านคนสูงขึ้น 5 เท่าจากปี 2555 ทำให้โอซาก้ากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดของญี่ปุ่น ผอ.ยามากุชิ ประเมินด้วยว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนโอซาก้าอาจสูงถึงปีละ 26 ล้านคนในปี 2573 ในขณะที่โตเกียวก็มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วงปี 2555-2560

ลองมาฟังความเห็นจากนักท่องเที่ยวดูบ้างเช่น จาง ซิง เจี้ย วัย 30 ปี อาชีพวิศวกรซอฟต์แวร์จากเมืองเสิ่นเจิ้นประเทศจีน บอกว่ามาเที่ยวโอซาก้าแล้ว 3 ครั้งด้วยกัน ชอบความรู้สึกที่มีต่อผู้คน สถานที่ ชอบประวัติศาสตร์และชอปปิง

ส่วนตัวเลขการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในภูมิภาคคันไซ ซึ่งมีทั้งโอซาก้า เกียวโตและนาราอยู่ในภูมิภาคนี้ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากปีงบประมาณ 2556 เป็น 1.3 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2560 เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.2% สำหรับเขตเศรษฐกิจคันไซในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

ผลตอบรับด้านเศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโตต่อไปแต่ผู้ค้าปลีกในโอซาก้าบอกว่า ยอดขายให้กับนักท่องเที่ยวกลับลดลง รายได้ที่จะได้จากนักท่องเที่ยวก็ลดลง สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะสายการบินต้นทุนต่ำมีเพิ่มมากขึ้นที่บินมาลงที่โอซาก้า ประกอบกับรัฐบาลจีนได้ออกกฎหมายจัดเก็บภาษีตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมาโดยเรียกเก็บจากพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนที่ไปซื้อสินค้าจำนวนมากจากญี่ปุ่นแล้วนำกลับมาขายออนไลน์ในประเทศ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจากจีนก็สนใจมากขึ้นที่จะซื้อสินค้าเครื่องสำอาง ชุดคุณแม่ ขวดนม และอื่น ๆ ซึ่งมีราคาถูกกว่าพวกสินค้าหรูแบรนด์เนม

ยอดจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีที่ห้างสรรพสินค้าของบริษัททาคาชิมายาในเมืองโอซาก้าสูง 13% เมื่อปีที่แล้ว แต่เทียบกันไม่ได้ที่เคยสูงถึง 71% ของปีก่อนหน้านั้น นักท่องเที่ยวจากจีนเวลาไปซื้อสินค้าพวกเครื่องสำอางจึงมักจะขอให้พนักงานขายช่วยแนะนำเทคนิคการใช้เครื่องสำอางให้ ดังนั้นจึงต้องมีที่ปรึกษาด้านความงามมาคอยทำหน้าที่ให้คำแนะนำลูกค้า

โอซาก้ายังจะต้องรับงานใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 ในเดือนมิ.ย.ที่จะถึงนี้ การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกเดือน ก.ย. ถึง ต.ค. นี้ และเวิลด์เอ็กซ์โป 2025 คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา.
................
เลนซ์ซูม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33