อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

คนไทยเก็บเงินรอกันเลย แบงก์รัฐแห่ออกสลากขาย

สัปดาห์นี้ว่ากันด้วยเรื่องของ “แบงก์รัฐ” ทำหน้าที่หาแหล่งเงินสนองนโยบายรัฐ เช่นเดียวกับการ “ออกฉลาก” แต่ในยุคนี้จะมีอะไรแปลกใหม่น่าดึงดูดคงต้องติดตามกัน จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ณ เวลานี้ แบงก์รัฐอย่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (...) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือธนาคารออมสิน ต่างรับภาระอื้ออึงจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการทำให้ความเป็นอยู่ของบรรดารากหญ้า รากแก้ว แข็งแรงเพิ่มมากขึ้น มีกินมีใช้ลืมต้าอ้าปากได้

แม้ว่าตามกฎหมาย หรือตามกลไก แบงก์รัฐเหล่านี้ถือเป็นแขนขาให้กับรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุน เป็นแหล่งพัฒนา เป็นแหล่งเสริมสร้างอาชีพ เสริมสร้างที่อยู่อาศัย และอีกมากมายอยู่แล้วก็ตาม

แต่ในเวลานี้ก็อดปฎิเสธไม่ได้เช่นกันว่า มีหลายนโยบายที่บรรดาแบงก์รัฐเหล่านี้ต้องสนองให้ทันเวลา ให้ทันใจ ที่สำคัญต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ที่สำคัญ!!! เมื่อยิ่งเปลี่ยนแปลงรัฐบาลย่อมต้องเกิดนโยบายใหม่อีกสารพัด ดูง่ายๆ ก็แล้วกันว่าแต่ละนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอกันออมาในช่วงนี้ เห็นแล้วก็หวาดเสียว!!!

ว่าฐานะการคลัง ฐานะของประเทศ ต้องแบกรับภาระนโยบายที่แลกกับคะแนนเสียง กันมากน้อยขนาดไหน เท่าที่เห็น ก็มีแต่เรื่องใช้เงิน นโยบายใช้เงิน แต่ที่ไม่เห็นเลย...ก็คือการสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะเวลานี้ปัญหาเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว ก็มีผลต่อรายได้ของประเทศที่ชะลอตามไปด้วย แต่ในแง่ของการใช้เงินแล้ว เหมือนกับว่าผลิตเงินได้เอง...อย่างไรอย่างนั้น…



เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ ยังไม่ชัดว่าใครจะเข้ามาร่วม “รัฐนาวา” ลำต่อไป แล้วใครจะเข้ามาเป็น “หัวเรือ” คนใหม่คนที่ 30 ของประเทศ แต่เชื่อได้ว่าการจะใช้เงินใช้ทอง ใช้งบประมาณอะไร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ตามอำเภอใจ เพราะมีกฎหมาย มีกรอบความยั่งยืนทางการคลัง กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

ที่สำคัญอีกเรื่อง...ความไม่ชัดเจน ความล่าช้า ของการจัดตั้งรัฐบาล ก็อาจนำพาไปสู่การผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ล่าช้าไปด้วย แม้ตามกฎหมายแล้วจะเปิดช่องให้ใช้งบประมาณก่อนหน้าไปพลางก่อนก็ตาม

ทั้งหลายทั้งปวงก็ต้องตามติด...ติดตาม กันอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่ที่แน่ๆ ในเวลานี้คงไม่มีใครออกมาไขข้อข้องใจเรื่องราวของรัฐบาลชุดใหม่ได้แน่ๆ ก็รอกันไปก่อน!!

กลับมา...ที่เรื่องราวของแบงก์รัฐกันบ้าง ที่สัปดาห์นี้ “ช่อชมพู” หยิบยกนำมาบอกเล่าเก้าสิบกัน ก็ไม่ใช่อะไร เพียงแค่จะชี้ให้เห็นว่า ในเมื่อแบงก์รัฐต้องทำหน้าที่เป็นแขนขาให้รัฐบาลแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า แบงก์รัฐก็ต้องทำหน้าที่หนักหน่วง โดยเฉพาะการหาแหล่งเงินเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล รวมถึงสนองการทำภารกิจของแต่ละแบงก์ด้วย

แหล่งเงินสำหรับแบงก์รัฐ ในการเดินหน้าทำภารกิจ ก็มีที่มากันอย่างหลากหลาย ทั้งการกู้ยืมในหลากหลายรูปแบบ หรือที่เรียกกันสวยๆ หรูๆ ว่าระดมทุนนั่นแหล่ะ หรือจะเป็นการขอเงินงบประมาณเพื่อนำมาเพิ่มทุน เพื่อให้การปฎิบัติภารกิจหรือหน้าที่เดินต่อไปได้



เช่นเดียวกับการ “ออกสลาก” มาขายให้กับประชาชนคนทั่วไปนั่นแหล่ะ ก็เป็นการกู้เงิน เป็นการระดมทุนอย่างหนึ่งเช่นกัน อาจจะเป็นการกู้ระยะสั้น 3 ปี 5 ปี หรือระยะยาว 7 ปี 10 ปี ก็แล้วแต่แต่ละแบงก์จะออกแบบกันออกมาเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่ในภาวะดอกเบี้ยเช่นนี้ ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของแบงก์รัฐได้

ก่อนหน้านี้มีการพินิจพิเคราะห์ประเมินกันว่า “ดอกเบี้ย” อยู่ในช่วงขาขึ้น แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอ และอีกสารพัดปัจจัย การขึ้นดอกเบี้ยก็ชะลอกันไปด้วย ไม่ได้ขึ้นพรืด...พรืด เหมือนที่ผ่านมาอีก ด้วยเหตุนี้...การพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องน่าคิด

แต่ไม่ว่าอะไร? จะเป็นอะไร? มาถึงตรงนี้ต้องเคลมกันก่อนว่าสลากออมทรัพย์ของแบงก์รัฐนั้น แตกต่างจากสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีเงินรางวัลมาดึงดูดก็ตาม แต่สลากออมทรัพย์ของแบงก์รัฐ ถือเป็นการออมเงินประเภทหนึ่ง เพราะทุนไม่หาย เหมือนกับสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ เพราะเมื่อถึงงวด ถ้าไม่ถูกรางวัล เงิน 80 บาทกับการซื้อลอตเตอรี่ 1 ใบ ก็หายวับไปทันที!!!

แต่สลากออมทรัพย์ของแบงก์รัฐ ถ้าไม่ถูกรางวัล แต่เงินยังอยู่ไปจนกว่าจะครบกำหนด ครบเงื่อนไขที่เบิกถอนได้ พร้อมดอกเบี้ย อย่างที่บอกเวลานี้เรื่องปัจจัยดอกเบี้ยก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการออกแบบสลากของแบงก์รัฐ ให้โดนใจคนซื้อก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่แบงก์รัฐต้องคิดกันให้ตก



อย่างล่าสุด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือธอส. ก็เตรียมออกขายสลากออมทรัพย์ 3 ปี วงเงิน 1 แสนล้านบาท หลังกฎหมายฉบับใหม่ของธอส. เปิดทางให้ระดมทุนด้วยการออกสลากขายได้ และเพื่อเป็นการประเดิม หรือเรียกว่าเป็นน้องใหม่ของวงการ ก็ต้องมีอะไรที่แปลกใหม่ น่าดึงดูด ด้วยการออกสลากออมทรัพย์หน่วยละ 10 ล้านบาท 1 ล้านบาท เพื่อชิงเงินรางวัลใหญ่ 5 แสนบาท และ 2 แสนบาท ซึ่งเท่ากับว่าเป็นผลตอบแทนกลับมาถึง 20% เรียกว่าต้องการดึงดูดเศรษฐีกันทีเดียว

ไม่เพียงเท่านี้...แบงก์ธ.ก.ส. ที่ระดมทุนด้วยการออกสารพัดสลากออมทรัพย์อยู่แล้ว ก็เตรียมเอาใจบรรดารากหญ้า หลังจากที่ไม่ค่อยจะออมเงิน แต่หันไปเล่นหวยใต้ดินกันหมด ด้วยการออกสลากออมทรัพย์ชุดเกษตรกรยั่งยืน หน่วยละ 20 บาท รวม 5,000 ล้านบาท แถมมีรางวัลให้ชิงสูงสุดที่ 1 ล้านบาท ทั้งหลายทั้งปวง เพราะเห็นว่าเกษตรกรมีเงินไม่มาก หากยังขายหน่วยที่ 100 บาท หรือ 500 บาท ก็เท่ากับเป็นการตัดโอกาสเกษตรกรเหล่านี้

เอาเป็นว่านี่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเล็กๆ น้อยๆ ที่บรรดาแบงก์รัฐ พยายามปรับโครงสร้างต้นทุนการเงิน จากการออกสลากเพื่อเดินหน้าภารกิจตอบสนองนโยบายของรัฐบาล แต่...หลังจากนี้คงต้องรอดูรอพิสูจน์กันต่อว่าแนวคิดแนวทางเช่นนี้จะ “โป๊ะ” จะ “ปัง” กันหรือเปล่า?
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพจาก : www.ghbank.co.th/contact 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 385