อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

หนุ่มสร้าง'ปราสาททราย' ตามคำสอนขาใหญ่ในคุก

สัปดาห์นี้เรียนรู้ความฝันหนุ่มวัย 21 ปี หลงสร้าง “ปราสาททราย” เลือกเดินยาหาเลี้ยงครอบครัว ก่อนถูกจับติดคุก ซ้ำฆ่านักโทษตามคำสอนขาใหญ่ในคุก กลับออกมาคลื่นชีวิตซัดปราสาททรายพังทลายหมดสิ้น พุธที่ 20 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น.


ตอนเข้าคุกครั้งแรกเขากลัวตัวสั่น อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น คืนแรกเขานอนไม่หลับ แม้จะแสร้งตัวเองเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มิวายคิดถึงพ่อแม่ น้องชาย พี่สาว ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร เมื่อหัวเรือใหญ่อย่างเขาไป

คืนแรกเขานอนติดโซนห้องน้ำ ห้องขังรวม เบียดและสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่มีคนไปเข้าห้องน้ำ ทั้งเรื่องกลิ่น เรื่องเสียง มันช่างเป็นชีวิตที่ปวดร้าวอย่างยิ่ง

ก่อนหน้าจะเข้าคุก เขาเติบโตมาในชุมชนบ้านปลูกติดกันเรียงหลายหลัง พ่อทำงานรับจ้าง แม่ทำงานจิปาถะ พี่สาวพยายามเรียนแต่ก็ไปไม่ได้สูง เขาเรียนหนังสือเพื่อให้มันได้เรียนจบ ส่วนน้องยังเล็กเกินกว่าจะมีใครตั้งความหวังใด ๆ เด็กหนุ่มอยากมีชีวิตที่ดีกว่า พ่อทำงานหนักจนร่างกายปวดร้าว แต่พ่อฝันว่า วันหนึ่งครอบครัวจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ พ่อพร่ำพูดบอกแบบนั้น ทุกคนรู้ว่ามันยากจะเป็นจริง แต่คำพูดของพ่อก็มีพลังให้หลงเชื่อเสมอ



เด็กหนุ่มเริ่มโดดเรียน การศึกษาในห้องทำให้เขาดูเป็นคนโง่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ ครูชอบด่าเรื่องสมุดเรียนที่มีปัญญาซื้อได้ไม่มาก ครูชอบประจานเขาที่ไม่มีอุปกรณ์มาทำงาน ครูชอบว่าเขาทำการบ้านไม่เรียบร้อย เขาอยากจะให้ครูได้มาเห็นบ้านของเขา ได้เห็นฐานะของเขา ซึ่งไม่ได้เหมือนไอ้คนอื่น ๆ ในห้อง

เขาเกลียดโรงเรียนตั้งแต่นั้น...

แม้ว่าเขาจะชอบบวกลบคูณหารคณิตศาสตร์ก็ตาม แต่ครูที่สอนไม่สนใจเขา เชื่อว่าเขาโง่ ครูไปมุ่งเน้นกับเด็กที่แต่งตัวเสื้อผ้าสะอาด ไม่มอมแมมเหมือนเขามากกว่า

เขาลองโดดเรียน ขัดคำสั่งพ่อที่เน้นให้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ วันหนึ่งขณะที่เขาเตร็ดเตร่อยู่หลังโรงเรียน คิดจะปีนกำแพงหนี เขาก็เจอเพื่อนคนหนึ่ง “เอ็งจะไปไหน”

ไม่รู้ ไม่อยากเรียนหนังสือ”

ไปกับข้าไหมล่ะ เที่ยวกัน”

เขาแปลกใจที่เพื่อนคนนี้มีเงินพาเขาไปเดินห้างซื้อของ ทั้งคู่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไม่ได้แต่งชุดนักเรียน เขาเห็นปืนลูกโม่สีดำเมื่อมที่เพื่อนพกคาดเอวไว้ “เอ็งรวยจัง” คำถามของเขาเปิดประตูสู่โลกแห่งยาเสพติด ทำให้เขารู้จักอาชีพหาเงินแรกในชีวิตที่ชื่อว่า...เด็กเดินยา



เริ่มจากเอายาไปส่งได้เงินค่าขนมมานิดหน่อย แต่รายได้มีทุกวัน ไม่นานก็เยอะกว่าค่าแรงพ่อ ไม่นานก็โอบอุ้มเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่นานเขาก็เลิกเรียนหนังสือ ไม่นานเขาก็ขี่รถจักรยานยนต์ส่งของ ไม่นานก็เริ่มรวย จนอายุได้ 21 ปีก็โดนจับเข้าคุก ตำรวจเอาตัวไปแถลงข่าว สื่อมวลชนไม่ใคร่สนใจ คดีเล็กๆ ยาจำนวนไม่มาก เขาติดอยู่ 8 ปีในเรือนจำ เมื่อออกมาชีวิตเขาแปรเปลี่ยน

ไม่ใช่ว่าเลิกยุ่งกับยา แต่เขาได้เรื่องราวมากมายจากในคุก...

สัปดาห์ที่ 2 ตอนอยู่เรือนจำ ขาใหญ่เรียกเขาไปสอบถามว่า ถึงชื่อพ่อค้ายาที่เขาทำงานด้วย ทุกคนยิ้ม ถามเขาว่าเสพยาไหม ชายหนุ่มส่ายหน้า ขาใหญ่ถามว่าอยากมีชีวิตที่ดีกว่านอนติดห้องน้ำไหม เขารีบพยักหน้า “เอ็งเอาอันนี้ไป ช่วงพัก หาโอกาสแทงไอ้ตัวนั้นเสีย” ขาใหญ่ชี้นักโทษคนหนึ่งซึ่งเบี้ยวค่ายา สิ่งที่ขาใหญ่เรียกว่า อันนี้ ก็คือด้ามแปรงสีฟันเหลาปลายจนแหลมเป็นมีด งานแรกของเขาในคุกคือ...การฆ่าคน



เขาไม่เคยฆ่าใครมาก่อน แต่นั่นคืองานแรก เขาอยากกระเถิบตัวเองให้นอนสบายกว่านี้ เขาจำเป็นต้องทำ

เมื่อสบโอกาส ชายหนุ่มลังเลใจนานมาก จนพวกขาใหญ่เริ่มไม่แน่ใจว่าใช้งานถูกคนไหม แต่เขาก็ลงมือ ตอนแทงลงไป คนที่โดนร้องอ้าปากลั่น เขาเอามืออุดปาก ด้วยความกลัวและต้องการกระเถิบตัวเองจึงแทงไปหลายแผล กระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน จนพวกซามูไร เด็กรับใช้ของขาใหญ่ต้องรีบพาตัวออกไป “มันตายแล้ว” ซามูไรบอกแบบนั้น

ศพแรกทำเอาเขาอ้วก นอนไม่หลับหลายวัน แต่ชีวิตในเรือนจำเป็นอยู่ดีขึ้น ได้รับการยกฐานะ ได้รับการทำงานมากมาย ได้ความเป็นอยู่สุขสบาย ถูกย้ายไปห้องขังที่ดีกว่าเดิม ได้เป็นนักโทษยอดเยี่ยม ได้ออกจากเรือนจำเร็วขึ้น แต่ระหว่างนั้นในคุก การฆ่าเป็นเรื่องปกติของเขา ซึมลึกแน่นในกมลสันดานเสียแล้ว

โลกนอกเรือนจำยังเหมือนเดิม เขาทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น บ้านพ่อกับแม่หลังใหญ่ ย้ายไปอยู่บ้านจัดสรรดีๆ พี่สาวสุขสมกำลังจะแต่งงาน น้องชายเลิกเรียนและเดินตามเขาเพื่อทำงาน นานๆ เขาจะกลับไปในชุมชน แจกเงินเด็กๆ ตอนนี้เขาเป็นวีรบุรุษของคนในชุมชน ของเด็กๆ ที่อยากจะเดินตามรอยเท้าเขา



มันก็แค่...ปราสาททราย ชายหนุ่มคิดรอยสักทั่วร่างเป็นผลในเรือนจำ ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่ม 21 ปีคนนั้นอีกแล้ว

แต่เขาเป็นใครกันนั้น ชักไม่แน่ใจตัวเอง ตรงหัวไหล่มีรอยสักปราสาททรายติดไว้ มันคือคำสอนของพวกขาใหญ่ในคุกที่มอบให้เขา

สิ่งที่เราทำคือปราสาททราย วันหนึ่งจะต้องถูกทำลายลงอย่างช้าๆ หรือไม่ก็อย่างฉับพลัน ดังนั้นจงโกยทุกอย่างให้เต็มที่”

เขานั่งรอเพื่อนที่เขาพบตอนโดดเรียนครั้งแรก มันยังเป็นเด็กเดินยาเหมือนเดิม แถมติดยางอมแงม เมื่อเจอหน้าเขายิ้ม แล้วตรงเข้าหา ควักปืนออกมา แต่ไม่ได้ยิง เขาเอาด้ามปืนทุบไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่รู้ว่าเลือดเปื้อนเต็มตัว กะโหลกของอีกฝ่ายเละ มันตายนานแล้ว คนในชุมชนออกมาดู แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เขาหยุดทำ ถ่มน้ำลายใส่ แล้วมองคนในชุมชน “มันเป็นสายตำรวจ มันทำให้ข้าติดคุก จำไว้ ถ้าทำงานด้วยกัน อย่าทรยศกันเด็ดขาด ไม่งั้นจะเป็นแบบนี้”



หลังจากนี้เขามีอีกนัด คือ การสะสางกับครูที่ชอบหาว่าเขาโง่ในอดีต เปล่า! มันไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัว มันเป็นเรื่องทางธุรกิจ ครูคนนี้อมค่ายาของนายเขา และโทษนั้นก็ต้องถึงตาย เขาเช็ดเลือดออกจากด้ามปืน ก็แค่อีกศพ ชายหนุ่มคิด ขณะปาดเลือดเพื่อนเก่าจากใบหน้า

มันก็แค่ปราสาททราย วันหนึ่งทุกอย่างต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน ผิดที่ว่ามันยังไม่พังลงมาในวันนี้ ใช่! ยังไม่ใช่วันนี้.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 302