อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562

พปชร.ไม่สืบทอดอำนาจ มุ่งสืบทอดความสงบ(คลิป)

นับถอยหลังเหลืออีกไม่กี่วัน ใกล้จะถึงวันเลือกตั้ง “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้รับเกียรติจาก “นายอุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาเยี่ยมและพูดคุยถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.


**การหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ของพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างไรบ้าง
อุตตม : "เลือกตั้งครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นเวลาสำคัญมากที่พี่น้องประชาชนออกมาเลือกอนาคตของประเทศ เลือกชี้ชะตาของประเทศ ถ้าเลือกพรรคพลังประชารัฐ อย่างแรกที่ได้คือความสงบของบ้านเมืองที่เรามี พรรคพลังประชารัฐสืบทอดอำนาจหรือไม่ ผมเรียนว่า เราสืบทอด แต่ไม่ใช่อำนาจ เราสืบทอด 2 อย่างคือ 1.ความสงบ และ 2.งานหรือภารกิจที่เป็นประโยชน์กับประชาชน พรรคพลังประชารัฐถ้าเห็นว่าสิ่งไหนดีเราจะขยายผลสืบทอด''

10 ปีที่ผ่านมา เราทราบว่าประเทศเข้าสู่ทางตันมาแล้ว วันนี้เราออกจากทางตันมาได้ 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีความสงบพอที่จะเริ่มทำมาหากิน ก่อนหน้าโน้นต่างประเทศแทบจะหยุดคบค้ากับเรา แต่วันนี้เขาได้กลับมาหมดแล้ว วันนี้เลือกตั้งผมคิดว่าพี่น้องคนไทยต้องออกมา และใช้เสียงชี้ว่า เราจะเลือกอนาคตกันอย่างไร พรรคพลังประชารัฐเราน้องใหม่แค่ 5 เดือน เกิดมาเพราะผู้ร่วมอุดมการณ์คิดว่า ถ้าวันนี้เป็นวันชี้ชะตาของประเทศ พรรคพลังประชารัฐอยากเสนอตัวว่า เราเป็นทางเลือกที่จะอาสาเข้ามาทำงานให้ประเทศ ให้ก้าวข้ามจุดสำคัญไป



** วันนี้มีคนส่วนหนึ่งที่บอกว่าอยากจะเปลี่ยน ประเทศไทยถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแล้ว ถ้าเลือกตั้งหลังวันที่ 24 มี.ค.เป็นต้นไป พรรคพลังรัฐประชารัฐจะเปลี่ยนกับเขาด้วยหรือไม่ หรือจะทำอะไรให้เปลี่ยนไปจากเดิม
อุตตม : ''พรรคพลังประชารัฐเข้ามาตามระบบประชาธิปไตย แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยของประชาชน เข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีโอกาสได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำงาน นี่คือพลังประชารัฐที่มาภายใต้ระบบไม่ได้หวังที่จะสืบทอดจากของเดิม และด้วยนโยบายที่เรามี เป็นนโยบายที่ถูกออกแบบมา ให้ปรับเปลี่ยนตั้งแต่เศรษฐกิจ ซึ่งพูดถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในรูปของสวัสดิการ สวัสดิการประชารัฐ เราถือว่ามีความจำเป็นซึ่งประชาชนไม่เคยมี ในอดีตโอกาสที่ควรจะไม่แต่ไม่มี เราจะทำให้มี เพราะเห็นว่ายึดโยงกัน''



....

**ทำไมต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
อุตตม : ''เรื่องนี้เราจำเป็นต้องดูที่มาที่ไป ว่า พล.อ.ประยุทธ์มาอย่างไร หากบอกว่ามาจากการยึดอำนาจ ผมก็เรียนว่า ให้พี่น้องคนไทยมาดูกันจริง ๆ เวลานี้จะตัดสินอนาคตของประเทศว่า ยึดอำนาจ ยึดจากใคร พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจจากประชาชนทั่วไปหรือไม่ หรือยึดอำนาจจากคนที่ทำร้ายประเทศ ยึดจากใคร อันนี้ประชาชน ผมเชื่อว่าดูและตัดสินใจเองได้ วันนั้นยึดอำนาจยึดจากใคร ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มาแล้ว ก็มาจากสถานการณ์ที่จำเป็น ซึ่งสถานการณ์วันนี้มีความเหมาะสม เพราะ 1.มีผลงานให้เห็นแล้ว 5 ปีที่ผ่านมาความสงบมี ต่างชาติกลับมาคบค้าพูดคุยกับเรา เราจะเป็นประธานอาเซียนถ้าเขาไม่สนับสนุนประเทศไทยเหนื่อยแน่ 2.มีผลงานในฐานะผู้นำรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาสะสมหลาย ๆ เรื่อง คืนสิทธิที่ดินทำกิน แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เราถูกฟ้องเรื่องประมง เรื่องของการบิน เหล่านี้สามารถแก้ไขได้ กฎหมายออกมาประมาณ 300 ฉบับ มากกว่ารัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา''

**มีบางคนบอกว่ายุครัฐบาล “ลุงตู่” กระเป๋าจะฝืด ๆ หลังเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า
อุตตม : ''ผมคิดว่ามี 2 ประเด็น เรื่องแรกที่บอกว่า ฝืด ต้องถามกันว่า ที่มีวาทกรรมว่า "ตุง" เมื่อก่อนตุงกระเป๋าใครแน่ ตุงกระเป๋าคนทั่วไปจริงหรือเปล่า หรือตุงเฉพาะประชาชนคนบางกลุ่ม แต่วันนี้ข้อเท็จจริงชี้ว่า เศรษฐกิจพลิกตัวกลับมาแล้ว จะบอกว่าภาพใหญ่ไม่เกี่ยวคงไม่ใช่ อย่างไรภาพใหญ่ก็ต้องเป็นฐานก่อน เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐวันนี้เราวางไว้แล้ว นโยบายส่วนหนึ่งที่จะต่อยอด เช่น บัตรประชารัฐไม่ได้ช่วยแค่เติมโอกาสความเท่าเทียม แก้ความเหลื่อมล้ำ ให้พี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศ '' 

**โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ชาวบ้านบอกได้ยินแต่ชื่อ แต่ยังจับเนื้อไม่ได้ และในเวลานี้ก็เกิดการชะงักแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
อุตตม : ''ไม่ได้ชะงัก จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามงาน EEC ไม่ได้เป็นผลงานของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลงานของประเทศไทย ไม่เคยปรากฏว่าประเทศไทยจะสามารถริเริ่มแล้วบริหารโครงการขนาด EEC วันนี้เรื่องของโครงการรถไฟท่าเรือ 2 ท่าเรือ สนามบินทั้งหลาย เดินหน้าไปตามกำหนด''



**ถ้าพรรคพลังประชารัฐได้เข้ามาบริหารประเทศจะเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่
อุตตม : "ต่อแน่นอนและขยายแน่นอน พื้นที่ EEC ในความเห็นของพรรคพลังประชารัฐควรจะขยายไปควบคุมจังหวัดอื่นด้วย ที่สำคัญเป็นนโยบายของพรรค อย่างทางตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ตราด สระแก้ว ส่วนทางสมุทรปราการ คิดว่ามีเหตุผล แต่สำคัญกว่านั้นเราจะริเริ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ด้ามขวานทองภาคใต้ ภาคเหนือล้านนา 4.0 อีสาน 4.0 แล้วแต่จะเรียก จะเป็นภาค ๆ รูปแบบไม่ต้องเหมือนกัน แต่หลักการเดียวกัน คือเป็นการสร้างฐานความเจริญชุดใหม่ให้กับพื้นที่ให้กับคนในพื้นที่ไม่ได้พูดถึงอุตสาหกรรมอย่างเดียว แต่เหมือน EEC พูดถึงการสร้างเมือง สร้างคน การศึกษาลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรแล้วสอดรับกัน เพราะฉะนั้นอันนี้จะเริ่มทำทันที ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่า พอเริ่มปุ๊บเศรษฐกิจมันจะเริ่มคึกคักขึ้น''

**พรรคพลังประชารัฐบอกว่าเศรษฐกิจจะคึกคัก และค่าแรงจะ 425 บาททั่วประเทศ ซึ่งจะไม่ตอบโจทย์และจะไม่เป็นไปตามกลไกของตลาดแรงงานหรือไม่
อุตตม : ''เรื่องของค่าแรงจะเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือที่มาที่ไป ว่า นโยบายหลักของเศรษฐกิจประชารัฐคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ไปสู่เศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าได้เยอะๆที่เรียกเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม คือ ต้องมีการลงทุนใน 2 เรื่องใหญ่ 1.เทคโนโลยีที่วันนี้ก้าวไปไกลมาก เราต้องรู้จักลงทุน ประเทศไทยผมเคยพูดไว้ว่ามีตัวเลขชี้ 10 กว่าปีที่ผ่านมามีการลงทุน เพราะเราเห็นโตไปเรื่อย ๆ แต่เป็นการลงทุนเพื่อทดแทนเครื่องจักรมากกว่า การลงทุนของใหม่น้อย วันนี้เราบอกว่าต้องมีการลงทุนเพื่ออนาคต เช่น EEC แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือการลงทุนในคน ในบุคลากรของประเทศ นี้คือที่มาว่า เรามาดูว่าจะบริหารจัดการเรื่องคนต้องทำอะไรบ้าง''

**หมายความว่า ถ้าคนแพงค่าแรงก็แพงด้วยใช่หรือไม่
อุตตม : ''แต่ต้องสอดรับกันและมีคุณค่า หมายความว่า พรรคพลังประชารัฐเสนอเรื่องค่าแรง ไม่ได้บอกว่าอยู่เฉย ๆขึ้น แต่จะมียุทธศาสตร์ที่จะสร้างทักษะใหม่ เสริมทักษะเดิม ปรับทักษะเดิมให้สอดรับกับการลงทุนเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ ถ้าไม่ตั้งเป้าไว้เมื่อไหร่จะขยับ ซึ่งเราทำเป็นขั้นเป็นตอนไม่ใช่ปรับทั้งหมดทันที ใช้เวลา 3 ปี 4 ปี และต้องดูเป็นพื้นที่ว่า ตามศักยภาพของพื้นที่ เพราะฉะนั้นไม่ได้ปรับทันที และไม่ใช่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ''



**ช่วงโค้งสุดท้ายคำนวณที่นั่งได้หรือไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ประมาณสักกี่ที่นั่ง
อุตตม : ''เราเป็นพรรคเกิดใหม่ เพราะฉะนั้นเราทำงานหนักมาโดยตลอด จากพื้นที่ที่สะท้อนมาถือว่ากระแสเราดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปิดตัวผู้นำก็มาใช้ช่วยอีกส่วนหนึ่ง เรื่องตัวเลขคงพูดลำบากว่า จะออกมาเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าเราน่าจะได้ผลงานที่ออกมาตรงกับความคาดหวังของเรา ทำให้เรามีโอกาสที่เข้าไปร่วมในการเป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล"

**ท่านจะบอกให้คนที่ยังที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ในวันนั้นเขาจะคิดอะไรก่อนเข้าคูหา
อุตตม : ''วันนั้นก็ต้องคิดแล้วว่า วันนี้เข้าคูหากาเบอร์ เลือกชะตาชีวิตของประเทศ เลือกอนาคตของพวกเราคนไทย ว่าจะไปทางไหน เลือกทางหนึ่งก็สุ่มเสี่ยงกลับไปที่เดิม วันนี้ก็ได้ยินจะเรียกว่าวาทกรรมหรืออะไรก็ตามว่า สิ่งที่อาจจะนำไปสู่เดดล็อกได้ แม้กระทั่งประชาชนยังไม่ได้เลือกตั้ง ประชาชนยังไม่พูด หรือจะมีท่าทีว่าจะเลือกทางเดินว่าไปข้างหน้าได้จริง แต่สถานการณ์วันนี้ กำลังแกว่งอยู่ตอนนี้ แต่มีแสงไฟว่าจะเดินหน้า ความสงบมีแล้ว ผมคิดว่าพี่น้องเดินเข้าไปคูหา ต้องคิดแล้วว่าจะเอาทางไหน''
..................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย : ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์ออนไลน์


บอกต่อ : 95