อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

'24 มีนา'ออกมาใช้สิทธิ กำหนดทิศทางบ้านเมือง

หากนับจากวันนี้ก็เหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้น จะถึงวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งจะเป็นวันที่ประชาชนได้แสดงพลังอำนาจของตนอย่างเต็มที่ตามวิถีประชาธิปไตย พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.


การปกครองโดยตนเองของประชาชน การมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคทางกฎหมาย การมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นหรือส่วนร่วมเป็นหัวใจของการปกครอง “ระบอบประชาธิปไตย” ประการสำคัญความคิดที่เป็น “อิสระ” ของประชาชน ไม่เป็นคนเชื่อง่ายจากการถูกชักจูงหรือถูกครอบงำด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนากระบวนการทางประชาธิปไตยให้มีความเจริญเข้มแข็ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและความเจริญผาสุกของประชาชน
 
เหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้นก็จะถึงวันที่ 24  มี.ค. 62  ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนจะได้แสดงพลังอำนาจของตนอย่างเต็มที่ตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของของกระบวนการทางประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนล้วน มี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกัน ในการประกาศิตเลือกตัวแทนของตนตามที่แต่ละคนเห็นชอบ เข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและเป็นคณะรัฐมนตรีในอำนาจฝ่ายบริหาร
 


การพิจารณาตัดสินใจเพื่อเลือกตัวแทนของตน ประชาชนจึงต้องทำความเข้าใจกับสภาพปัญหาของบ้านเมืองที่มีหลากหลายมิติและมีความสลับซับซ้อนในเกมการเมือง ตามกำลังความสามารถของตนเท่าที่จะเป็นไปได้ และยังต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันกับสถานการณ์อย่างถูกต้อง ความสุจริตใจของคนในชาติในการตัดสินใจเลือกตัวแทนของตนเข้าไปมีอำนาจรัฐ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดในการกำหนดทิศทางบ้านเมืองว่า จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หรือย้ำเท้าอยู่กับที่ หรือถอยหลังอย่างไม่เป็นท่า ชะตากรรมของชาติบ้านเมืองจึงตกอยู่ที่กับปลายปากกาของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทางที่ดีงามหรือทางที่เลวร้าย ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้งเห็นเหมือนกันหรือเห็นต่างกันทุกฝ่ายต้องยอมรับซึ่งกันและกัน
 
เพื่อให้คนในชาติได้ตระหนักรู้และมีความเข้าใจในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นเบื้องต้นจึงได้นำคำปรารภและแนวนโยบายแห่งรัฐมาเพื่อประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ 
 


คำปรารภในรัฐธรรมนูญ ฯ มีว่า “แต่การปกครองก็มิได้มีเสถียรภาพหรือราบรื่นเรียบร้อย เพราะยังคงประสบปัญหาและข้อขัดแย้งต่าง ๆ บางครั้งเป็นวิกฤติทางรัฐธรรมนูญที่หาทางออกไม่ได้ เหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีผู้ไม่นำพาหรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ทุจริตฉ้อฉลหรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ซึ่งจำต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการบังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม แต่เหตุอีกส่วนหนึ่งเกิดจากกฎเกณฑ์ การเมืองการปกครองที่ยังไม่เหมาะสมแก่สภาวการณ์บ้านเมืองและกาลสมัย ให้ความสำคัญแก่รูปแบบและวิธีการยิ่งกว่าหลักการพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่อาจนำกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มาใช้แก่พฤติกรรมของบุคคลและสถานการณ์ในยามวิกฤติที่มีรูปแบบและวิธีการแตกต่างไปจากเดิมให้ได้ผล...”



แนวนโยบายแห่งรัฐในหมวด 6 ของรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 65 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว การจัดทำการกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย”

“ชะตากรรมของบ้านเมือง” จะเป็นเช่นไรนั้น ตกอยู่ในกำมือของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจำนวน 51.41 ล้านคน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%