อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

MSSA : ลูกครึ่งอาวุธสงคราม

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ MSSA Rifle ย่อจาก Military-Style Semi-Automatic คือปืนยาวระบบกึ่งอัตโนมัติเลียนแบบปืนทหาร ซึ่งถ้าเป็น “ปืนสงคราม” เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 09.01 น.


ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง คือเหตุกราดยิงที่เมือง Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 50 คน จัดเป็นการก่อการร้าย (terrorist act) ที่ผู้ก่อเหตุควรรับโทษหนักกว่า “ฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน” เพราะเป็นการวาง แผนฆ่าผู้บริสุทธิ์ให้ได้จำนวนมากที่สุด โดยไม่มีเหตุโกรธเคืองกันแต่อย่างใด

ในขณะที่ทั่วโลกพร้อมใจกันประณาม ฆาตกรรายนี้ นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ประกาศในทันที ว่าจะแก้กฎหมายควบคุมอาวุธปืน โดยตั้งข้อสังเกตในแง่ที่ผู้ก่อเหตุมาจากออสเตรเลีย มีกฎหมายห้ามประชาชน ซื้อ ขาย ครอบครอง อาวุธปืนยาวกึ่งอัตโนมัติ ที่ออกหลังเหตุกราดยิงที่ Port Arthur ในปี 1996 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน แต่เมื่อข้ามมาประเทศนิวซีแลนด์ ผู้ก่อเหตุสามารถขอใบอนุญาตซื้อปืนชนิดนี้ได้ตั้งแต่ปี 2017

ปืนที่ว่านี้ ในประเทศนิวซีแลนด์เรียก MSSA Rifle ย่อจาก Military-Style Semi-Automatic คือปืนยาวระบบกึ่งอัตโนมัติเลียนแบบปืนทหาร ซึ่งถ้าเป็น “ปืนสงคราม” เต็มรูปแบบจะมีการทำงานแบบอัตโนมัติ (full automatic) ที่บ้านเราเรียกว่า “ปืนกลมือ” (machine gun) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ปืนจู่โจม” (แปลจาก assault rifle) โดยมีเพียงสองประเทศที่ยอมให้ประชาชนครอบครองได้ คือสหรัฐอเมริกา กับสมาพันธรัฐสวิส



กล่าวได้ว่า ปืนจู่โจมยุคใหม่ถือกำเนิดขึ้นในสมัยสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐช่วงแรกยังใช้ปืน M14 ที่พัฒนาจาก M1 Garrand หรือชื่อไทยคือ ปลยบ.88 ที่ทหารอเมริกันใช้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวปืน M14 ยาว 110 ซม. หนัก 4.3 กก. ใช้กระสุน 7.62x51 มม. จุ 20 นัด ส่วนฝ่ายเวียดนามเหนือใช้ AK47 เป็นหลัก ตัวปืนยาว 88 ซม. หนัก 3.5 กก. จุกระสุนขนาด 7.62x39 มม. ได้ถึง 30 นัด ตัวปืนที่สั้นกว่าเหมาะสำหรับสภาพสนามรบแบบกองโจรในป่า ทำให้ฝ่ายอเมริกันเสียเปรียบมาก จนมีการออกแบบปืน M16 ให้กะทัดรัดคล่องตัว ความยาว 100 ซม. หนัก 3.5 กก.ใช้กระสุน 5.56x45 มม. แม็กจุ 20 หรือ 30 นัดเลือกได้ ซึ่งทั้ง AK47 และ M16 กลายเป็นต้นแบบให้หลาย ๆ ประเทศ พัฒนาปืนไรเฟิลจู่โจมต่อมา โดยเน้นความคล่องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบ “บูลพัพ” (bull pup) ใช้โครงลูกเลื่อนเป็นพานท้าย ย้ายชุดลั่นไกไปไว้หน้าซองกระสุน เช่น สไตเออร์ AUG ของออสเตรีย และ TAVOR ของอิสราเอล เป็นต้น

ปืนที่ใช้ก่อเหตุใน Christchurch ดูจากภาพข่าว เป็นปืน M4 ซึ่งเป็นวิวัฒนา การของปืน M16 ให้สั้นลง คล่องตัวกว่าของเดิม และที่ขายในตลาดเอกชนจะเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติเท่า นั้น เข้าลักษณะ MSSA ของนิวซี แลนด์ มีการแต่งพิเศษคือติดกล้องกำลังขยายต่ำสำหรับเล็งยิงระยะใกล้ และเปลี่ยนพานท้ายเป็นรุ่น CQR ของบริษัท Hera (CQR : Close Quarter Rifle) ซึ่งน่าสังเกตว่า พานท้าย CQR นี้ ออกแบบสำหรับดัดแปลงปืน M4 ให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใส่แผ่นอะลูมิเนียมปิดช่องสามเหลี่ยมหลังด้าม ทำให้กำรอบด้ามไม่ได้ หลุดพ้นจากสถานะ “ปืนจู่โจม” ที่กฎหมายห้าม

กฎหมายปืนของนิวซี แลนด์ในปัจจุบัน เน้นการตรวจสอบตัวบุคคล ออกใบอนุญาตเหมือนใบขับขี่รถยนต์ หนึ่งใบต่อหนึ่งคน ไม่กำหนดจำนวนปืนที่จะซื้อได้ แตกต่างจากของไทยที่ใช้ “ใบอนุญาตมีและใช้” เหมือนทะเบียนกำกับปืนแต่ละกระบอก คุมทั้งตัวบุคคลที่ขออนุญาตและคุมจำนวนปืนไปพร้อมกัน ปืนไรเฟิลชนวนกลาง ที่มีการทำงานป้อนกระสุนกึ่งอัตโนมัติ (semi- automatic) ไม่ว่ารูปร่างจะเหมือนปืนทหาร (military-style) หรือไม่ ก็ผิดกฎหมายไทยอยู่แล้ว ผู้ก่อการร้ายในไทยไม่สามารถหาซื้อปืนเช่นนี้ได้ มีแต่ปล้นชิงปืนสงครามเต็มตัวจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น.
..................................
ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 59