อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

พปชร.ลุยต่อยอดนโยบายศก. อุ้มภาคเกษตร(คลิป)

พลังประชารัฐประกาศเดินหน้าต่อยอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ  เพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับภาคเกษตร-มนุษย์เงินเดือน   ลุยกอง ทุนโซเชียลอิมแพค ฟันด์ หวังระดมทุนนำเม็ดเงินมาแก้ปัญหาความยากจน  ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 เวลา 18.00 น.


โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง "เดลินิวส์ออนไลน์" ได้มีโอกาสได้พูดคุย "ศ.ดร.นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์"  กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ  อดีตรองคณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งได้พูดถึงนโยบายระยะสั้นและระยะยาวที่นำพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจยั่งยืน

**นโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่พรรคพลังประชารัฐจะทำ หากได้เป็นรัฐบาล
ศ.ดร.นฤมล :  จะต้องดูแลเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเพิ่มกำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ให้มีความเข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกันจะไม่ทิ้งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย  โดยเศรษฐกิจฐานราก จะเน้นที่ภาคเกษตร ซึ่งทางพรรคมีนโยบายดูแลเกษตรกรอย่างยั่งยืนด้วยนโยบาย "เกษตรประชารัฐ 3 เพิ่ม 3 ลด" 



สำหรับ 3 เพิ่ม ประกอบด้วย เพิ่มรายได้ เพิ่มตลาดจำหน่ายสินค้า และเพิ่มทางเลือก เช่น การทำปศุสัตว์ หรือเกษตรแปรรูป และนำไปสู่นวัตกรรมให้กับเกษตรกรทั้งการผลิตและแปรรูปสินค้า  ส่วนนโยบาย  3 ลด คือลดต้นทุน ลดหนี้ ลดความเสี่ยง ซึ่งเป็นนโยบายระยะยาวที่จะทำ   แต่เนื่องจากมาตรการ 3 เพิ่ม 3 ลด อาจจะยังไม่เกิดผลได้ทันที จึงมีการกำหนดนโยบายช่วยเหลือสินค้าเกษตรระยะสั้นก่อน โดยจะเน้นดูแลพืชหลัก เช่น ข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา และมันสำปะหลัง เหล่านี้เป็นพืชหลักที่ต้องดูแลทั้งในด้านราคา การผลิต และการตลาด




โดยข้าวให้ค่าปลูก 1,500 บาทต่อไร ไม่เกินพื้นที่ 20 ไร่ ค่าเก็บเกี่ยว 2,000 บาทต่อไร่ โดย 1 ครัวเรือนจะมีรายได้ไม่เกิน 3,500 บาทต่อไร่ หรือไม่เกิน 70,000 บาทต่อครัวเรือน แปลงเป็นราคาข้างต่อตันจะเห็นว่า หากเป็นข้าวเจ้าราคาเกิน 12,000 บาทต่อตัน และเป็นหอมมะลิเกิน 18,000 บาทต่อตัน  โดยการชดเชยจะน้อยลง ขณะที่อ้อยราคาเป้าหมาย 1,000 บาทต่อไร่ ราคาปาล์ม 5 บาทต่อกก. ยางพารา 65 บาทต่อกก. และมันสำปะหลัง 3 บาทต่อกก. เป็นพืชหลักที่ดูแล จากนั้นในระยะยาวจะทำให้ได้เป้าหมายด้านซัพพลายและดีมานจะต้องมีความสอดคล้องกัน และตลาดเป้าหมาย ต้นทุนจะช่วยอย่างไร เช่น ค่าปุ๋ยจะทลายการผูกขาดอย่างไรในตลาด เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร ลดความเสี่ยง รวมถึงดูแลเรื่องกรมชลประทานเพื่อให้ครบวงจรในระยะยาว



** กลุ่มคนรายได้ปานกลางหรือมนุษย์เงินเดือนจะมีมาตรการอะไรบ้าง
ศ.ดร.นฤมล : กลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีนายจ้างนั้นต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านภาษีที่เกิดขึ้นในรัฐบาลก่อนหน้านี้  นอกจากนี้หากเทียบอัตราภาษีของไทยกับประเทศภูมิภาค ประเทศไทยถือว่ามีการเก็บอัตราภาษีสูงสุดก็ไม่ได้ดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาทำงานในไทย เนื่องจากต้องเสียภาษีสูง หรือคนไทยอยากไปทำงานในต่างประเทศมากกว่า เพราะภาษีต่ำกว่า  ดังนั้นจะลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุดจาก 35% เหลือ 20% ซึ่งไม่ได้ทำให้รายได้ของรัฐหายไปมากนัก และจะมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ซึ่งการคืนเงินในกระเป๋าให้ประชาชน ด้วยการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงมา จะเพิ่มกำลังซื้อเศรษฐกิจมากขึ้นและเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ



** การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

ศ.ดร.นฤมล : การประกาศขึ้นค่าจ้างแรงงานของพรรคนั้นไม่ได้ไปบลัฟพรรคอื่น  ซึ่งมีการศึกษามานานแล้ว  โดยตัวเลข 400-425 บาทไม่ได้มั่ว มาจากค่าจ้างขั้นต่ำปี 44 อยู่ที่ 165 บาทต่อวัน  แต่มาตอนนี้ปี 62 ยังอยู่ที่ 325  บาท ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวจาก 15 บาท เป็น 40 บาท เพิ่มปีละ 5.6% หากนำมาคำนวณจะเป็นค่าจ้างที่ขึ้น 425 บาท  แต่ก็ไม่ควรเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเดียว เพราะในภาคอุตสาหกรรม จำนวนแรงงาน 73 % เป็นแรงงานไม่มีทักษะ หากปรับค่าแรงขั้นต่ำ ก็ต้องยกระดับฝีมือแรงงานขึ้นมาด้วย



** มีมุมมองต่อนโยบายตลาดเงิน-ตลาดทุนไทย
ศ.ดร.นฤมล : เราไม่อยากพึ่งกลไกภาษีมาใช้ในโครงการต่าง ๆ พัฒนาประเทศเหมือนหลายพรรค  แหล่งเงินจะใช้ตลาดเงิน-ตลาดทุน เช่น ให้เอกชนร่วมทุน(พีพีพี) และที่ผ่านมาเราทำโครงการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ซึ่งเป็นการระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และในอนาคตจะต่อยอดทำกองทุนสำหรับสังคม หรือ กองทุนโซเชียลอิมแพค ฟันด์ ซึ่งจะระดมทุนนำเม็ดเงินมาแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกร



**บัตรคนจนถูกวิพากษ์วิจารณ์และหลายพรรคจะแจกเป็นเงินสด
ศ.ดร.นฤมล : พรรคอื่นแจกเงินสดและจ่ายเงินเข้าบัญชีไปเลย แสดงว่าไม่รู้ว่าการดำเนินชีวิตของชุมชนเป็นอย่างไร เพราะเขาไม่มีบัญชีเงินฝาก  เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท จ่ายผ่านผู้แทนชุมชนทำให้เกิดการตกหล่นระหว่างทาง  แต่พรรคเราจะจ่ายตรงเข้าสู่มือของผู้ได้รับการดูแล เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต 

**บริหารประเทศมา 5 ปี ถูกโจมตีว่าไม่ประสบผลสำเร็จคนไทยจนลงนั้น
ศ.ดร.นฤมล : ต้องแยกพรรครัฐบาลขณะนี้กับพรรคพลังประชารัฐก่อน เพราะมีแค่ 4 รัฐมนตรี ที่ออกมาอยู่กับพรรค ส่วนผสมที่เหลือของพรรค ประกอบด้วยอดีตนักการเมือง นักการเมืองรุ่นใหม่ และนักวิชาการที่รวมตัวกัน  ดังนั้น นโยบายไม่ได้หยิบเอาของเดิมทั้งหมดมาทำ แต่ดูว่าชิ้นไหนสานต่อและเรื่องใดปรับปรุง ซึ่งรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็ไม่ใช่ คสช. แต่จะ มีพรรคการเมืองต่าง ๆ มาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และร่วมกันวางนโยบายต่อไป  
.................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย : ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์ออนไลน์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 1.26K