อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

โปลิศต้องจับโจรลักทรัพย์ ล่อให้ติดกับจับกุมสำเร็จ

สัปดาห์นี้หน้าที่ที่คู่กับอาชีพตำรวจ ไม่ว่ายศจะสูงแค่ไหนคือ “ต้องจับโจร” แต่จะสำเร็จได้โดยเร็วด้วยวิธีไหน ต้องไปติดตามกัน พุธที่ 27 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น.


โดนอีกแล้วเหรอ!” ผู้กำกับถูกรองผู้การโวยมาในมือถือ เสียงดังลั่นทำเอาหูแทบชา รองผู้การระเบิดอารมณ์เต็มที่หลังจากโดนผู้การจวกมาอีกที ผู้การก็จวกเต็มที่หลังจากถูกรองผู้บัญชาการจวกต่อมา และรองผู้บัญชาการก็ใส่เต็มที่หลังถูกผู้บัญชาการจวกมา

ข่าวใหญ่ขนาดนี้จับให้ได้!!” ผู้กำกับการรับการโวยและคาดคั้นให้จับโจร ตอนนี้นั่งเหงื่อตก เหงื่อแตก เรียกรองผู้กำกับสืบมาคุย ส่วนสารวัตรสืบไม่อยู่ไปตามนาย เลยข้ามไปเรียกทีมงานสืบสวนทั้งหมดมาประชุมโดยด่วน

เรื่องของเรื่องเกิดจาก ภรรยาของผู้มีอำนาจจอดรถริมถนนเพื่อแวะกินข้าว ยังไม่ทันจะได้สั่งอาหารดี เด็กเสิร์ฟก็วิ่งตาตื่นมาบอกว่า รถพี่หรือเปล่าค่ะ” เด็กเสิร์ฟบอกยี่ห้อสีรถ ภรรยาผู้มีอำนาจพยักหน้า

รถโดนทุบค่ะ



ตำรวจโรงพักมาดูจุดเกิดเหตุ โดยมีนักข่าวมายืนด้วย แม้ทรัพย์สินจะได้ไปไม่เยอะ ก็กระเป๋ายี่ห้อดีราคาแพงหลักหมื่น ทรัพย์สินไม่มีอะไรมาก แต่ประเด็นข่าวมันสำคัญตรงที่พอนักข่าวรู้ว่าเจ้าของรถที่ขับมาเป็นใคร ก็เขียนข่าวไปอย่างตื่นตะลึงสะเทือนสังคมทันที ทำเอาตำรวจโรงพักเต้นด้วย เพราะเมื่อนายตำรวจเห็นข่าวก็ด่ากันเป็นทอด ๆ

แล้วคนทำงานคือคนที่โดนด่าหนักสุด แล้วไปด่าใครก็ไม่ได้ ต้องทำงานจับโจร

ถนนเส้นนี้มันมีทุบรถกันบ่อยมาก ตอนกลางคืนไม่ค่อยมี พอตอนกลางวันมันขี่รถมาทุบ ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาทีงัดกระจกรถแล้วล้วงของไปเฉย ๆ ไวมาก โจรจริง ๆ” ผู้กำกับอธิบาย

รองผู้กำกับการสืบสวนขมวดคิ้ว โจรนะโจรจริง ๆ แน่ แต่จะจับโจรทุบกระจกรถนั้นไม่ง่าย ถ้าไปซุ่ม โจรมันเห็นมันก็ไม่ก่อเหตุ ใช้วงจรปิดติดก็ต้องขอขั้นตอนอีกเยอะกว่าจะได้ภาพ แถมมันมาเหนือเมฆก่อเหตุตอนกลางวันด้วย



ผู้กำกับการนั่งปวดขมับ กำลังจะเกษียณตุลาคมนี้ ขอเกษียณตำแหน่งดี ๆ หน่อย นายก็จวกเสียจัง จวกแบบไม่ดูอายุกันบ้างเลย ใครบอกประเทศไทยคำนึงถึงอายุ ไม่จริงหรอก เราคำนึงถึงอำนาจมากกว่า

รองผู้กำกับสืบสวนครุ่นคิด พาลูกน้องออกไปสำรวจสถานที่ ตอนกลางคืนไม่มีเหตุโจรทุบกระจกรถ มันมาตอนกลางวัน แล้วจะจับมันยังไงดีวะเนี่ย “มันต้องมีวิธีสิ” รองผู้กำกับครุ่นคิด

โจรนั้นหาใช่ใครที่ไหน ชายวัย 20 กว่า ๆ ร่างสันทัด มันมีความสามารถจากเรือนจำที่มันได้เข้ารับการอบรมจากรุ่นพี่ คราวที่มันติดคุกครั้งแรกจากการลักทรัพย์ในเคหะสถานตอนกลางคืน เมื่อติดคุก รุ่นพี่ในคุกได้ถ่ายทอดวิชาสำคัญคือ การใช้ไขควงงัดกระจกรถ รุ่นพี่สอนว่าควรงัดตรงไหน จุดใด สัญญากันขโมยรถจะไม่ดัง รุ่นพี่สอนว่าหยิบของแบบไหน เอาไปขายที่ไหน “คนจำนวนมากไม่คิดว่าจะโดนทุบกระจกรถ หยิบอะไรมาได้ก็หยิบไป ทุกกระเป๋ามีค่า เอาไปขายเป็นเงินได้หมด”

มันเชื่อตรงนี้ ตอนก่อเหตุครั้งแรกตื่นเต้นพอสมควร ขี่รถวนดูลาดเลาหลายครั้ง พอสบโอกาสใช้ไขควงงัดที่รถ กระจกแตกเป็นแผ่น มันงัดออกมา แล้วหยิบกระเป๋าก่อนขี่รถไป งานแรกมันได้คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมาเครื่อง เอาไปขายสบาย ๆ



ครั้งแรกที่มันก่อเหตุใช้เวลากลางคืนพรางตัว แต่เมื่อทำจนชำนาญ มันเพิ่มความเสี่ยง ใช้เวลากลางวันแสก ๆ ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าจะโดนแบบนี้ จึงมักจะเอากระเป๋าไว้ในรถ ผิดจากตอนกลางคืนที่มักจะเอากระเป๋าไว้ท้ายกระโปรงรถ หรือไม่ก็เอาติดไปด้วย เพราะความมืดขับความน่ากลัว แต่กลางวันทุกคนประมาท โจรทุบกระจกรถคิด มันมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

วันนี้ก็เช่นกัน แดดร้อนเปรี้ยง ๆ มันตระเวนขี่รถจักรยานยนต์อย่างสบายใจ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ ใส่เสื้อแจ็กเก็ต ดูคล้ายเมสเซนเจอร์จะไปส่งของ อย่างไรก็ดีมันพกไขควงคู่ใจเสมอ มันเห็นรถเก๋งสีขาวยี่ห้อดีราคาแพง มันขี่ผ่านไปแว่บ ดวงตาที่ได้รับการฝึกฝน มองเพียงเสี้ยววินาทีในรถก็รู้ว่าในรถมีกระเป๋าหรือของวางหรือไม่ ต่อให้ฟิล์มมืดแค่ไหน มันก็มองเห็น

รถคันนี้มี มันวนรถจักรยานยนต์กลับ ขี่รถมาเทียบ ลงจากรถอย่างเยือกเย็นและชำนาญ ใช้ไขควงงัดที่กระจกเบาะหลังคนขับ งัดเบา ๆ กระจกก็หลุดออกมาเป็นแผ่น มันใช้ไขควงและถุงมือปริกระจกออก กระเป๋าสะพายสีดำวางอยู่ตรงนั้น หวานหมู เหมือนทุกครา งานง่าย ๆ มือล้วงไปหยิบกระเป๋า กำลังจะหยิบออกมา

ทันใดสะดุ้ง!



มือหนึ่งคว้ามือโจรจากในรถ ทำเอาโจรสะดุ้ง มือนั้นจับแรงและกระชากร่างโจรกระแทกกับตัวรถ ก่อนที่กุญแจมือจะสับลงกับมือของคนร้ายกับมือของคนในรถ เสียงวอดังลั่น “จับได้แล้ว” จากนั้นรถเก๋งคันหนึ่งก็ขับพุ่งมา สายสืบลงจากรถ วิ่งเข้าสับกุญแจมือโจรทันที ตอนนี้มือมันถูกสับกุญแจมือทั้งสองข้างแล้ว

รองผู้กำกับการสืบสวนลงจากรถเก๋งที่เอามาจอดล่อคนร้ายกลางวันแสก ๆ เขาสวมชุดสีดำทั้งตัวทั้งร่าง มีผ้าสีดำคลุมตัว เหงื่อซ่กเต็มร่าง “รอมา 4 วันแล้ว ในที่สุดเอ็งก็มา” ลูกน้องไขกุญแจมือของรองกับมือของคนร้าย ในที่สุดก็คว้ากุมตัวได้สำเร็จ ผู้กำกับการเดินทางมาชมความสำเร็จนี้ โจรถูกคุมตัวไปสอบปากคำ มันรับสารภาพหมดสิ้นว่าก่อเหตุอย่างชำนาญ กระเป๋าภรรยาผู้มีอำนาจอาจไม่ได้คืนเพราะเอาไปขายแล้ว ได้เงินมาหลักพัน โธ่! งานนี้นายตำรวจได้หน้า เดินทางมาชมตัวคนร้าย จัดแถลงข่าวใหญ่โต พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ทุกคนชมตำรวจว่าทำงานเก่ง สายสืบระดับโรงพักไม่มีใครสนใจ หลังจับกุมคนร้ายได้ ก็กินหมูกระทะกัน รองผู้กำกับการสืบสวนดื่มกินอย่างเต็มที่ พลางรับเสียงชื่นชมของลูกน้อง ที่คิดแผนจับคนร้ายโดยการเอาผ้าดำไปคลุมตัวซุ่มในรถ รอมา 4 วัน จนแทบท้อว่าจะจับคนร้ายได้ไหม แต่ในที่สุดก็จับได้ สมกับความพยายามและเหงื่อแตกจนแทบขาดใจตาย

ผู้กำกับการโทรมา “เฮ้ย! มันมีเพิ่มว่ะ คราวนี้ทุบกระจกรถตัวผู้มีอำนาจเลย ซวยแล้ว” รองผู้กำกับการครวญออกมา สายสืบหน้าซีด งานเข้าอีกแล้ว

แต่มันเป็นหน้าที่ยังไงก็ต้องทำ เป็นตำรวจไม่จับโจร แล้วจะเป็นตำรวจทำไม จริงไหม....รองผู้กำกับสืบสวนคิด ใช่ ต้องจับโจร!! และต้องจับให้ได้โดยไวด้วย!! ไป ๆ ๆ ๆ ทำงานกัน.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 274