อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

ความเห็นถูกของชาวพุทธ จะนำชาติไปสู่ธรรมาธิปไตย

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่อง การนำชาติไปสู่ธรรมาธิปไตย ชาวพุทธจะต้องมีความเห็นถูกตามหลักธรรมคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเกิดผลดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ผู้คนทั่วไปในสังคมมักกล่าวถึงประเทศไทยว่าเป็น “เมืองพุทธ” ดูประหนึ่งว่าเป็นชาวพุทธที่มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องและเป็นผู้มีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) นับเป็นเรื่องที่ควรแก่การพิจารณาเป็นอย่างยิ่งว่าความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ การนับถือพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเพียงการนับถือตามบรรพบุรุษ หรือบิดามารดาตาม ๆ กันมาเท่านั้น แต่หาได้มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง เพราะไม่มีการศึกษาพระธรรมซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในการฟังธรรมหรือการอ่านหนังสือธรรม ซึ่งเป็นพระพุทธศาสนาเถรวาทที่ตรงตามพระไตรปิฎก เมื่อไม่รู้ในความจริง (อวิชชา) จึงเป็นผู้มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) มีความลุ่มหลงมัวเมาในรูป เสียง กลิ่น รสและสัมผัสแสวงในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งเป็นไปตามกำลังของกิเลสที่มีอยู่อย่างหยาบหนาเละเหนียวแน่น กล้ากระทำทุจริตทั้งทางกาย วาจา ใจ โดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี ไม่ละอายชั่วกลัวบาปทั้งสิ้น

หากคนไทยยังคงเป็นชาวพุทธเพียงในนามหาได้มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง สังคมไทยก็จะยิ่งเสื่อมทรามลงเป็นลำดับ ชาวพุทธแทนที่จะได้รับประโยชน์จากหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กลับมีความเห็นผิด ได้รับโทษจากอกุศลกรรมและอบายมุขต่าง ๆ ประพฤติและปฏิบัติในสิ่งที่เป็นโทษต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งในชีวิตครอบครัว ชีวิตการทำงาน ชีวิตสังคม ตลอดจนความเป็นพลเมืองของประเทศชาติ ประเทศชาติจะมีความเจริญมั่นคงได้อย่างไรและประชาชนจะมีความเจริญผาสุกได้อย่างไร



มีกิจกรรมการสนทนาธรรมเรื่อง “พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของชาวพุทธ” จัดขึ้นโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สนใจศึกษาพระธรรมวินัย ร่วมกับมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 19 มี.ค.62 ณ ห้องประชุมอาคารนานาชาติ (IUP) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสารธรรมและประเด็นที่น่าสนใจซึ่งใคร่นำมาเผยแพร่ให้ได้รับทราบกันดังนี้

ในเวทีการสนทนาธรรมได้กล่าวถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาซึ่งอุบัติขึ้นโดยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งทรงตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง ทรงนำความจริง (อริยสัจธรรม) ที่ได้ทรงตรัสรู้มาเผยแผ่แก่สัตว์โลกเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ก่อนจะเสด็จดับขันธ์ ปรินิพพานทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัท ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไม่ได้ทรงแต่งตั้งให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นศาสดาสืบแทน พระธรรมวินัยจึงเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนาที่สืบแทนจนมาถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นหากชาวพุทธไม่ได้ศึกษาพระธรรมและน้อมนำมาพิจารณาไตร่ตรอง ก็เท่ากับเป็นผู้ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ไม่มีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการนับถือพระพุทธศาสนาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า





การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 ผ่านพ้นไปแล้ว รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศชาติ จะต้องยึดหลักสำคัญโดยการน้อมนำพระพุทธศาสนาเถรวาทมาเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 67 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดําเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”

ชาวพุทธเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ หากเป็นผู้มีความเห็นถูกตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ ผู้ประกอบการ พนักงานเอกชน เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ตลอดจนประชาชนทั่วไป จะมีบทบาทสำคัญร่วมกันในการพัฒนาและแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองให้ลุล่วงและเกิดผลดีต่อประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริงโดยยึดหลัก “ธรรมาธิปไตย”


................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 260