อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

เพื่อลูก'ผมทำได้'พ่อโกนหัว ประคองใจ5ขวบสู้ฤทธิ์คีโม

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตครอบครัวใจสู้ รู้ข่าวร้ายลูกวัย 5 ขวบป่วย “มะเร็งลูคีเมีย” ในวันเกิดคุณพ่อ แพทย์ให้คีโมรักษา ส่วนพ่อยอมโกนหัวเป็นเพื่อนลูก หวังสร้างกำลังใจเรียกรอยยิ้มลูกกลับคืนมา อาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 น.


“ความทุกข์ของคนเป็นพ่อ” เมื่อต้องรู้ข่าวร้ายในวันเกิดของตัวเอง “ลูกคุณเป็นมะเร็งนะครับ...”

เมื่อสิ้นเสียงคุณหมอ น้ำตาแห่งความเสียใจก็เริ่มไหลออกมาทันที เพราะต่อจากนี้ไป “ลูกชายตัวน้อย” จะต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน นี่เป็นเรื่องราวที่ผู้เป็นพ่อวัย 39 ปี “บอล-ณัฐพล โกมลธร” ช่างภาพอิสระ เล่านาทีที่รู้ว่า “น้องโทบี้” ลูกชายคนโตต้องพบเจอกับโรคร้ายด้วยวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น



กำลังใจที่เปรียนเสมือนไออุ่นจากหัวใจและคุณพ่อรายนี้ใช้โอบกอดลูกชายไว้ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่เขามอบให้ลูกเพื่อใช้เป็นพลังบวกต่อสู้มะเร็ง แม้วัยวุฒิลูกชายจะยังเด็กไม่ทราบว่าตัวเองเป็นอะไร แต่กำลังใจก็สำคัญไม่แพ้กัน

เหตุการณ์สะเทือนอารมณ์นี้ เกิดขึ้นระหว่างคืนวันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค.62 ซึ่งในปีนี้ครอบครัวเล็ก ๆ มีพ่อ แม่ ลูกวัย 5 ขวบ และ 3 ขวบ รวมกันทั้งหมด 4 คน ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ฉลองให้คุณพ่อสุดที่รักของพวกเขา “จริง ๆ วันเกิดของผม ตรงกับวันที่ 29 .. นะครับ ซึ่งทุก ๆ 4 ปีจะมี 1 ครั้ง” โดยในคืนวันที่ 28 ก.พ. กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องทราบข่าวร้าย “น้องโทบี้” ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน



ราว 8 เดือนก่อน เด็กวัย 5 ขวบที่มีแต่รอยยิ้ม กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 รร.อมาตยกุล กรุงเทพฯ จู่ ๆ มีเหตุให้ต้องขาดเรียนและป่วยบ่อยครั้ง เนื่องว่า...มีอาการปวดตามข้อ แพทย์วินิจฉัยตามรอยโรคคาดน่าจะเป็นอาการของ “โรคไข้รูมาติก” ต้องทานยากดภูมิคุ้มกันไว้ และเมื่อเวลาผ่านไป 8 เดือน รอยยิ้มแสนซนได้จางหายไปทีละนิด ๆ

กระทั่งวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา “น้องโทบี้” มีไข้สูงโดยไม่ลด ปวดไปทั้งตัว เดินไม่ได้ อาเจียน ต้องแอดมิด 2-3 วัน แพทย์เจาะไขกระดูกไปตรวจ ซึ่งผลที่ออกมาทำให้ทุกคนช็อก...วันเกิดของพ่อเป็นวันที่ลูกโชคร้ายต้องมีน้ำตาแทน

แต่เรื่องแย่ ๆ ไม่จบเพียงเท่านั้น ภรรยาของเขารีบกลับจากโรงพยาบาลไปเก็บเสื้อผ้ามาเฝ้าไข้ลูกชาย ซึ่งไม่ใช่แค่คนเป็นพ่อที่หมดกำลังใจ แต่คนเป็นแม่ก็หมดแรงเช่นกัน “ภรรยาผม เขาตกบันไดบ้าน จนกระดูกเท้าหัก 3 ท่อนต้องผ่าตัด ส่วนลูกชายก็ต้องให้เคมีบำบัดโดยด่วน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ๆ”



แพทย์แจ้งว่าโรคนี้พบได้ในเด็กถึง 70% (ลูคีเมียชนิดเฉียบพลัน) แต่ก็มีอัตราการรักษาหายถึง 70% เช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าโรคร้ายจะเกิดกับลูก พยายามไม่ร้องไห้กลั้นน้ำตาไว้ แจ่จู่ ๆ “น้องโทบี้” ก็ถามว่าเขาว่า “พ่อเป็นอะไรครับ ทำไมน้ำตาไหล” เขารีบชี้ไปที่ข้าวกล่องและบอกลูกว่า...ก็พ่อกินเผ็ดไง เลยร้องไห้...ด้วยความไร้เดียงสาเมื่อน้องโทบี้ได้ฟังจึงบอกพ่อว่า “พ่อก็ดื่มน้ำเยอะ ๆ นะ จะได้หายเผ็ดครับ”

ผมพูดไม่ออก แต่ได้บอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง จะอ่อนแอไม่ได้” ผู้เป็นพ่อ เผยความรู้สึกให้ฟัง

นายณัฐพล บอกว่า คุณหมอแจ้งวิธีการรักษาจะใช้เวลา 3 ปี จึงไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ แต่ตนก็จะสอนเขาเองที่บ้าน เพราะชีวิตลูกสำคัญที่สุด แต่สิ่งที่น่ากลัวคือผลจากการให้คีโม เม็ดเลือดขาวต่ำ ภูมิต้านทานตก ผักสดทานไม่ได้เลย มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อเกิดภาระแทรกซ้อนได้ง่าย กับข้าวต้องปรุงเองทุกมื้อ



หลังกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ 1 สัปดาห์ ขณะนี้อาการเด็กดีขึ้นตามลำดับ เดินคล่องมากขึ้น ผมเริ่มร่วงจากการให้คีโม แต่เด็กมีกำลังใจที่ดีมาก ๆ เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ตอนนี้ทุกคนในบ้านก็ต้องสวมหน้ากากกันหมด และพบแพทย์ตรวจเลือด เจาะดูน้ำไขสันหลังเป็นระยะ เฝ้าระวังการกลับมาของเซลล์มะเร็ง ถ้ากลับมาจริงแพทย์อาจจะต้องพิจารณาการปลูกถ่ายเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิด หรือเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกในอนาคต จากสถิติจำนวน 5 หมื่นคนจะตรงกัน 1 คน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายปลูกถ่ายที่ประมาณ 1-4 ล้านบาท (รพ.รัฐ) และเป็นกรณีที่ไม่มีอาการแทรกซ้อน เป็นวิธีที่จะทำภายหลังโรคสงบ โดยเม็ดเลือดขาวที่สร้างใหม่จะไม่มีเซลล์มะเร็งอีก เพราะถูกเปลี่ยนถ่ายที่ต้นกำเนิดแล้ว

“น้องโกนผมแล้วครับ ร่วงเยอะมาก ๆ เมื่อวานตอนจะโกนได้ออกอุบายว่า ที่จีนเขากำลังฮิตกันนะ เป็นแฟชั่นใหม่ เพราะลูกถามว่า...ทำไมพ่อไม่ตัดด้วยล่ะครับ จึงเป็นหน้าที่ของพ่อที่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และซ้อมมือก่อนตัดให้ลูก แต่สุดท้ายก็ต้องไปร้านอยู่ดีครับ เนื่องจากเกรงว่าโกนไปแล้วน้องจะเป็นแผลที่หัว พอดีระหว่างให้คีโม น้องจะเป็นแผลไม่ได้ครับ และเขาไว้ผมยาวมาตลอด เกรงว่าจะไม่โอเคจึงตัดเป็นเพื่อนลูกทรงเดียวกันครับ ซึ่งวันนี้น้องเดินได้ไกลขึ้น แต่ยังขึ้นบันไดลำบากขายังอ่อนแรงอยู่”





อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วการให้คีโมจะทำให้โรคสงบอาจใช้เวลามากถึง 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี แต่หากเป็น 10 ปีแล้วไม่เป็นอีกก็อาจจะหายขาด แต่จริง ๆ แล้วถ้าจะให้หายขาดนั้น ต้องรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ก็จะขึ้นอยู่กับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นกัน


“ผมเชื่อว่าที่น้องดีขึ้นนอกจากความสามารถของหมอแล้วก็มีกำลังใจจากทุก ๆ คน ถ้าผมจมปลักอยู่กับปัญหา ผมจะเอากำลังใจที่ไหนให้ลูก ผมต้องเปลี่ยนความคิด ทำให้ครอบครัวมีกำลังใจที่ต่อสู้กับโรคร้าย คิดหารายได้ทำริสแบนด์ขายเพื่อเป็นค่ารักษาลูกชาย” ผู้เป็นพ่อ เปลี่ยนความทุกข์และน้ำตา หวังสร้างแรงบันดาลใจส่งให้ลูกชาย.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่









คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 3.50K