อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

การกระทำและคำพูดทุจริต พิษภัยร้ายทำลายบ้านเมือง

สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่อง พฤติการณ์ของนักการเมือง ที่มีความเห็นผิดหนาแน่นด้วยกิเลสตัณหา แสดงออกผ่านการกระทำและคำพูดทุจริต นับเป็นพิษภัยร้ายทำลายบ้านเมือง พฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


การสำรวจทัศนคติของประชาชนที่ไม่ไว้ใจต่อบุคคลซึ่งประกอบอาชีพต่าง ๆ ของหลายประเทศในซีกโลกตะวันตก ซึ่งมีการสำรวจทัศนคติเช่นนี้มาเป็นประจำต่อเนื่อง ปรากฎว่า “นักการเมือง” เป็นอาชีพที่ประชาชนไม่ไว้ใจมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพอื่น ๆ คงพอจะสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของนักการเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังมีปัญหาในความจริงใจและความซื่อสัตย์สุจริต สำหรับนักการเมืองของประเทศไทยท่านทั้งหลายก็มีข้อมูลของท่านอยู่แล้วสามารถให้คะแนนตามความสะดวกใจของแต่ละบุคคล ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวที่ไม่มีผู้อื่นล่วงรู้ได้



ในห้วงเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมาพฤติการณ์นักการเมืองที่มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ได้กระทำทุจริตทั้งทางกายและวาจาโดยไม่แยกแยะความผิดชอบชั่วดี ไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ ไม่มีความละอายชั่วกลัวบาป ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและผลประโยชน์ของประชาชนอย่างมหาศาล ส่งผลให้ประเทศชาติมีความสั่นคลอนและอ่อนแอ ประชาชนมีความสับสนอลหม่านไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็น นับเป็นชะตากรรมของประเทศชาติที่ต้องประสบกับความระส่ำระสายและโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทุกหัวระแหงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย คนในชาติที่เคยมีความสมัครสมานกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พลันต้องแตกความสามัคคีมีความขัดแย้งความคิดทางการเมืองด้วยมีความเชื่อจากข้อมูลข่าวสารตามที่ได้รับมา มีความจงเกลียดจงชังต่อกันและมีการเผชิญหน้ากันและพร้อมที่จะห้ำหั่นกันทุกเมื่อเหมือนกับว่าไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ชาติบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพไร้ขื่อแป ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายใด ๆ ในลักษณะสังคมอนาธิปไตย (Anachy) ประเทศชาติตกอยู่ในสภาพ “รัฐล้มเหลว” (failure state) ถูกประเทศอื่นทั้งหลายต่างมองว่า ประเทศไทยตกอยู่ในสถานะ “คนป่วยของเอเชีย” เพราะไม่สามารถบริหารประเทศตามอำนาจหน้าที่และภารกิจอย่างมีศักยภาพ ก่อให้เกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจโดยไม่สามารถพัฒนาและแก้ปัญหาของประเทศได้ เนื่องจากประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายและรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ



นักการเมืองที่มีความเห็นผิดซึ่งคิดการใหญ่มีแนวความคิดอย่างสุดโต่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่โครงสร้างการปกครองแบบใหม่ที่คนไทยไม่รู้จักและไม่ยอมรับ มีการใช้กลยุทธ์ในการจับจุดอ่อนของคนไทยนำมาขับเคลื่อนทางการเมืองอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนและแยบยล กล่าวคือจุดอ่อนของคนไทยเป็นคนเชื่อง่าย ไม่ชอบคิดอะไรที่ยุ่งยากจึงมักทำอะไรตาม ๆ กันอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อถูกครอบงำความคิดแล้วก็ฝังใจไม่รู้เลือนซึ่งเป็นไปในลักษณะ “อุปทานหมู่”

ชาติบ้านเมืองใดมีนักการเมืองดี มีความรู้และมีความสามารถ มีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึกเป็นจำนวนมากก็ถือว่าเป็นความโชคดีของชาติบ้านเมืองและพลเมืองที่อาศัยอยู่ในชาติบ้านเมืองนั้น

แต่ในทางกลับกันชาติบ้านเมืองใดไม่มีนักการเมืองที่มีคุณสมบัติและคุณลักษณะดังกล่าวข้างต้น ก็ถือเป็นความโชคร้ายของชาติบ้านเมืองและพลเมืองที่อาศัยอยู่ในชาติบ้านเมืองนั้น





ความเห็นผิดของนักการเมืองซึ่งหนาแน่นด้วยกิเลสตัณหาที่มีกำลังมาก ย่อมไม่คำนึงถึงผลกรรมที่จะได้รับไม่ว่าจะเป็นกฎหมายและกฎแห่งกรรมจึงกล้าสร้างความแตกแยกแก่คนในชาติ ด้วยวิธีการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ปล่อยข่าวเท็จและข่าวบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงสู่ผู้รับสารที่เป็นคนเชื่อง่ายไม่พิจารณา ไม่มีเหตุผล นับเป็นการบ่อนทำลายความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและความเจริญผาสุกของประชาน

ความประพฤติและการปฏิบัติของนักการเมืองที่มีความเห็นผิด โดยไม่เว้นจากการลักทรัพย์และการพูดโกหกในศีล 5 รวมถึงการลักทรัพย์และการพูดโกหก การพูดหยาบคาย การพูดเพ้อเจ้อ การพูดส่อเสียด ในอกุศลกรรมบถซึ่งเป็นทางแห่งกรรมชั่ว เมื่อถึงแก่กรรมแล้วย่อมไปเกิดในทุคติภูมิหรืออบายภูมิอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการก่อกรรมชั่วที่ได้สร้างไว้กับแผ่นดินเกิด.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 359