อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

ขอโทษที่นี่รับเฉพาะนศ. จากมหา'ลัยชั้นนำเท่านั้น

สัปดาห์นี้ไปดูปัญหาการวางแผนพัฒนาคนของจีน รับเฉพาะผู้ที่จบมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้าทำงาน จึงเกิดปัญเหตุเลือกปฏิบัติ และอาจนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกัน อาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


เมื่อช่วงที่ผ่านมาในประเทศจีนมีกระแสการถกกันเรื่อง “ความไม่เท่าเทียมกัน” ในเรื่องของนโยบายในการรับคนเข้าทำงานในบริษัทต่าง ๆ โดยมีคนจบใหม่จำนวนหนึ่งที่ส่งเอกสารสมัครงานไปยังบริษัทชั้นนำ แต่บริษัทเหล่านี้กลับไม่สนใจแม้แต่จะดูประวัติของเขาแม้แต่น้อย แต่กลับเหวี่ยงลงตะกร้าไปอย่างง่าย ทำให้เกิดประเด็นว่าดูเหมือนจะไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย เมื่อมีการร้องเรียนไป เหล่าบริษัทเหล่านี้ก็จะบอกว่า “ขอโทษ นี่เป็นกฎที่เราต้องปฏิบัติ”
 
ทั้งนี้บริษัทชั้นนำ วิสาหกิจขนาดใหญ่ หน่วยงานรัฐบาลสำคัญ ๆ ทั่วประเทศจีน มีนโยบายรับคนที่ชัดเจนว่าต้องการคนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกเท่านั้น จนกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีอธิการมหาวิทยาลัยจีนท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาทางการเมืองของประเทศออกมาชี้ว่า ควรจะยุติการรับคนเฉพาะที่จบมหาวิทยาลัยระดับโลกเท่านั้น เพราะเป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
 
เนื่องจากประเทศจีนในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่การเป็นประเทศระดับโลก และกำลังจะขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก ดังนั้นจีนจึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง การคมนาคม ฯลฯ
 


ด้านการศึกษาก็เป็นอีกด้านที่รัฐบาลจีนออกมาวางนโยบายอย่างชัดเจน ที่ต้องการจะสนับสนุนตั้งแต่การวิจัยที่มีผลกระทบในระดับโลก รวมถึงการเน้นพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการเรียนการสอนอย่างมาก ซึ่งจะทำให้ช่องว่างระหว่างมหาวิทยาลัยจีนและมหาวิทยาลัยตะวันตกลดน้อยลงมากขึ้น ทุ่มเทพัฒนาด้านการศึกษาจนเป็นนโยบายชาติที่ต้องการจะสร้างประชากรที่ฉลาดและเก่งมาเป็นรากฐานของประเทศ
 
จีนยังวางแผนไว้ว่าการพัฒนาคนในประเทศ จะทำให้จีนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกได้อย่างมั่นคง โดยความจริงจังในการพัฒนาคนปรากฏในการลงทุนพัฒนาคนหรือทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสามารถสะท้อนออกมาจากรายงานการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยจีนมีอันดับที่สูงติดอันดับโลกมากมาย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยชิงหวา และมหาวิทยาลัยฟูตัน
 
นโยบายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของจีนนั้นได้ทำต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 โดยเฉพาะการการพัฒนาในด้านคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งในปัจจุบันกล่าวได้ว่าสามารถทัดเทียมและจะแซงหน้าสหรัฐฯ ในอีกไม่ช้า รวมถึงด้านการแพทย์ที่กำลังพัฒนาอย่าจริงจังเช่นเดียวกัน
 


อีกทั้งในปัจจุบันจำนวนนักเรียนจีนที่ศึกษาต่อในต่างประเทศก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนมากมักจะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยกลุ่มนี้มักจะเป็นนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของจีน ซึ่งมหาวิทยาลัยระดับโลกเหล่านี้ก็จะเลือกนักศึกษา โดยดูจากทั้งมหาวิทยาลัยที่จบว่ามีชื่อเสียงหรือไม่ มีคะแนน GPA สูงหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการสะท้อนถึงการยอมรับมหาวิทยาลัยในประเทศจีนของแวดวงการศึกษาในต่างประเทศ และในขณะเดียวกันนักศึกษาจีนเหล่านี้ก็มีความสามารถและสนใจจะเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเช่นกัน
 
เมื่อคนกลุ่มที่ได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้จบการศึกษามา ก็กลายเป็นทรัพยากรคนที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายภาครัฐจีนที่สนับสนุนให้คนจีนเหล่านี้ทั้งที่ได้ไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกกลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ  โดยจะยื่นข้อเสนอให้ได้รับสิทธิ์พิเศษในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนค่าตอบแทนที่น่าจูงใจมาก สวัสดิการที่เร้าใจ รวมถึงข้อเสนอด้านอื่น ๆ ทำให้คนเหล่านี้มีความรักชาติและอยากจะกลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
 
ในอีกด้านหนึ่งคือ กลุ่มนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่ติดอันดับโลก ก็จะได้รับข้อเสนอให้ทำงานในหน่วยงานราชการที่ได้รับทั้งผลตอบแทนที่สูง สวัสดิการที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการได้รับสิทธิ์พิเศษของลูกในการเข้าศึกษาในโรงเรียนพิเศษ การให้ตำแหน่งงานที่ดีกับคู่สมรส หรือแม้แต่การออกนโยบายในการให้สิทธิเรื่องทะเบียนบ้านในเมืองใหญ่กับคนกลุ่มนี้
 


จนต่อมาบริษัทวิสาหกิจขนาดใหญ่ หรือบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อเสียง ต่างก็เห็นด้วยกับนโยบายการรับคนที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกในต่างประเทศและในประเทศจีนเอง รวมถึงการใช้วิธีการเฮดฮันเตอร์ (Head Hunter) หาคนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ จนทำให้เกิดปัญหาว่าเป็นการเลือกปฏิบัติกับคน และนำมาซึ่งความไม่เท่าเทียมกันในสังคม จนกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมจีน
 
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาชาติของจีนนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก การที่คนได้รับการปฏิบัติที่ต่างกันก็เป็นสิ่งที่สมควร เพราะคนที่เก่งและเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกชั้นนำก็ควรที่จะได้รับผลตอบแทนที่ต่างกัน เพื่อเป็นกำลังใจให้อยากจะพัฒนาและทำงานให้กับหน่วยงานนั้น
 
สิ่งนี้ต่างกับประเทศไทยในปัจจุบัน จนทำให้คนเก่งในประเทศไทยนั้นหมดไฟ เพราะนโยบายของภาครัฐของไทยมักจะรับคนด้วยฐานเงินเดือนเท่ากัน โดยไม่คำนึงว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยระดับเวิร์ลคลาสหรือระดับหมู่บ้าน ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ภาวะสมองไหลในไทย หรือภาวะคนทำงานหมดไฟ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเรียกได้ว่า “นี่ก็คือยุทธศาสตร์ชาติไทย” ที่แตกต่างจาก “ยุทธศาสตร์การพัฒนาของชาติจีน”
………………………..........
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร  ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 199