อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562

เรียนรู้'ช่องว่างความคิด' คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่

สัปดาห์นี้เรียนรู้ความคิดที่แตกต่างกันของแต่ละช่วงอายุ แม้เติบโตต่างยุคต่างสมัย แต่ถ้ามีหลักคิดที่ถูกต้อง จะสามารถร่วมกันฝ่าฝันปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ พฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


ชาวพุทธที่มีการศึกษาพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมั่นคงและเป็นผู้มีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) ด้วยเหตุปัจจัยที่มีการสะสมความรู้ความเข้าใจในพระธรรมมาตั้งแต่ครั้งอดีตชาติและในปัจจุบันชาติ ย่อมทราบดีว่าความคิดนั้นไม่ได้เกิดจากสมองตามความรู้ทางโลกที่ได้ร่ำเรียนกันมา หากแต่สมองนั้นเป็นสภาวธรรมประเภทหนึ่งที่เป็นรูปธรรมหรือรูปธาตุหรือรูปขันธ์ เป็นสภาพธรรมที่ถูกรู้จากสภาวธรรมอีกประเภทหนึ่งที่เป็นนามธรรมหรือนามธาตุหรือนามขันธ์ ซึ่งมี “จิต” ทำหน้าที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์ที่กำลังปรากฏอยู่ และมี “เจตสิก” ทำหน้าที่รู้พร้อมกับ “จิต” โดยเกิดขึ้นพร้อมกับ “จิต” และดับพร้อมกับ “จิต”

สภาวธรรมมที่กล่าวถึงข้างต้นนี้เป็นสภาพธรรมในลักษณะ 3 ประการ (ไตรลักษณ์) ได้แก่ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ทุกขเวทนา, ทุกขสัจจ์ (ทุกข์) ความไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล (อนัตตา) ทั้ง 3 ลักษณะนี้ มีความแปรปรวนและไม่อาจบังคับบัญชาได้ซึ่งเป็นความจริงแท้ (อริยสัจธรรม) ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้โดยพระองค์เอง ด้วยพระปัญญาคุณและพระบริสุทธิคุณ ทรงมีพระมหากรุณาคุณทรงเผยแผ่พระธรรมเมื่อครั้งพุทธกาลเป็นเวลา 45 ปี เพื่อให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ จากการเวียนว่ายตายเกิด (สังสารวัฏ)



ผู้ที่มีสภาพธรรมฝ่ายดีหรือกุศลธรรมมากกว่าสภาพธรรมฝ่ายไม่ดีหรืออกุศลธรรม จะเป็นผู้ทำประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นตลอดจนประกอบคุณงามความดีแก่สังคมและประเทศชาติ ในทางกลับกันผู้ที่มีสภาพธรรมฝ่ายไม่ดีหรืออกุศลธรรมมากกว่าสภาพธรรมฝ่ายดีหรือกุศลธรรม จะเป็นผู้กระทำในสิ่งที่เป็นโทษแก่ตนและผู้อื่น ตลอดจนประกอบกรรมชั่วเลวทรามแก่สังคมและประเทศชาติ

สภาพการณ์ของชาติบ้านเมืองในปัจจุบันมีปัญหาต่าง ๆ ที่มีความสลับซับซ้อนในหลายมิติ เนื่องจากเป็นปัญหาที่สะสมและหมักหมมมายาวนานหลายทศวรรษ จนกลายเป็น “อภิมหาปัญหา” ที่จะต้องแก้ไขกันในระดับรากเหง้าของปัญหาอย่างถูกจุดและถูกวิธีทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ความคิดที่แตกต่างกันของคนต่างช่วงอายุในปัจจุบันเป็นเพราะเติบโตในต่างยุคต่างสมัยกัน ไม่ว่าจะเป็นการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว กระบวนการศึกษาและการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม ทัศนคติ ค่านิยม วิถีชีวิต พฤติกรรม ฯลฯ คนที่ความแตกต่างกันในหลายช่วงอายุ อาจแบ่งเป็นคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่



คนรุ่นเก่ากลุ่มที่หนึ่ง Silent Generation เกิดในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2468-2488 มีช่วงอายุ 74-94 ปี และกลุ่มที่สอง Baby boomer เกิดในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ปี พ.ศ.2489-2507 มีช่วงอายุ 55-73 ปี

คนรุ่นใหม่กลุ่มที่หนึ่ง Generation X เกิดระหว่างปี พ.ศ.2508-2522 มีช่วงอายุ 40-54 ปี กลุ่มที่สอง Generation Y เกิดระหว่างปี 2522-2540 มีช่วงอายุ 22-39 ปี และกลุ่มที่สาม Generation Z เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา มีอายุตั้งแต่ 21 ปีลงมา

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ล่อแหลมในการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและประชาชนมีความเจริญผาสุก เป็นสิ่งที่คนในทุกภาคส่วนของสังคมจะต้องคำนึงถึงความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศชาติเป็นอันดับแรก การช่วงชิงอำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดีโดยไม่คุณธรรมและจริยธรรมจะสร้างหายนะอันใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติและคนไทยทั้งแผ่นดิน

คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่แม้จะมีวัยที่แตกต่างกันแต่ถ้ามีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึกก็สามารถรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองและผนึกกำลังร่วมกันซึ่งแม้จะมีปัญหาและอุปสรรคอันใหญ่หลวงเพียงใดก็สามารถฝ่าฟันให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเพื่อประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งและประชาชนร่วมแผ่นดิน.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 247