อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

ค่ารถเมล์ที่จีนราคาถูกมาก แต่ทำไมไม่ยักจะขาดทุน?

สัปดาห์นี้พาไปศึกษากลยุทธ์ระบบขนส่งสาธารณะของจีน “ค่าตั๋วรถเมล์” ราคาถูกมาก แต่รัฐบาลก็ไม่ขาดทุน แถมสนับสนุนให้งดใช้รถส่วนตัว และทุกคนยอมจ่ายเงินค่าโดยสาร อาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


จีนเป็นประเทศที่มีระบบการเดินทางสาธารณะที่ค่อนข้างดีและสะดวกมากประเทศหนึ่งในโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะ ทั้งรถทัวร์ รถเมล์ รถไฟลอยฟ้า รถไฟใต้ดิน รถไฟ รถไฟด่วน รถไฟด่วนพิเศษ รถไฟความเร็วสูง เรือ เครื่องบิน ฯลฯ

รถเมล์จีนนั้นแต่เดิมในสมัยที่เปิดประเทศใหม่ ๆ สภาพทั้งเก่า คนแน่นเบียดเสียด และชักช้ามาก แต่ปัจจุบันจีนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราสามารถเช็กจากออนไลน์ว่าจากไหนไปไหน แล้วจะขึ้นสายรถเมล์จากไหนไปต่อที่สถานีไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ หากไปอีกสายจะใช้เวลาเท่ากันไหม ประหยัดหรือแพงกว่า วิธีไหนดีที่สุด ฉะนั้นสำหรับคนที่อ่านภาษาจีนออก เวลาไปจีนก็จะมีความสะดวกมากในการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะในประเทศจีน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีความพร้อมและสะดวกมาก

รถเมล์จีนนั้นจะบอกรายละเอียดในสถานีต้นสายและปลายสาย ในป้ายรถเมล์จะเขียนบอกว่าผ่านป้ายไหนบ้าง เอาเป็นว่านับป้ายให้ดีก็ลงตามนั้นได้แน่นอน เพราะคนขับจะขับจอดทุกป้ายและตามเส้นทาง ไม่มีการเปลี่ยนเส้นตามสบายใจฉัน ไม่ว่ารถจะติดหรือเปลี่ยนตามใจคนขับ และระหว่างทางจะบอกให้รู้ว่าป้ายหน้าคือป้ายสถานีอะไร เพื่อให้ผู้โดยสารเตรียมตัว



แต่ใช่ว่ารถเมล์จีนจะไม่แน่นเบียดเสียด เป็นธรรมดาที่เวลาเร่งด่วนคนจะแน่นราวปลากระป๋อง เอาเป็นว่าขึ้นได้ไม่ต้องจับราวก็ไม่ล้มในเวลาที่คนแน่น แต่ข้อดีคือรัฐบาลจีนได้ออกเงินอุดหนุนวิสาหกิจนี้ โดยทำให้ประชาชนจ่ายเงินค่าโดยสารไม่มาก บางเมืองจ่ายเหมาตลอดสาย 2 หยวนบ้าง (ราว 10 บาท) บ้างก็ 3 หยวน (ราว 15 บาท)

ถือว่าค่าเดินทางขนส่งสาธารณะในจีนนั้น ค่อนข้างสมเหตุสมผล และทำแบบครบวงจรคือใช้บัตรเดินทางที่สามารถขึ้นรถเมล์ รถไฟใต้ดิน แท็กซี่ได้หมด หรือว่าอยากจะจ่ายผ่านวีแชทแล้วสแกนด้วยคิวอาร์โค้ดก็ได้ สะดวกรวดเร็ว แถมถ้าคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าแล้วต่อด้วยรถเมล์ก็จะได้ส่วนลดเพิ่มในการนั่งรถเมล์เพิ่มขึ้น



เป็นการสนับสนุนให้คนหันมาเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ โดยจะขึ้นด้านหน้าและจ่ายเงินด้วยการสแกนบัตรหรือจ่ายผ่านแอปฯ ส่วนเวลาจะลงก็ลงด้านหลัง หรือตอนกลางรถ ถามว่ามีคนโกงไหม “ก็คงจะมี” แต่ที่ตำแหน่งของคนขับจะมีกล้องที่มองเห็น ฉะนั้นถ้ามีผู้โดยสารมั่วขึ้นด้านหลัง คนขับก็จะตะโกนใส่ไมค์ว่าให้มาจ่ายเงินด้านหน้าด้วย หากไม่มาจ่ายก็อาจจะถูกว่า หรือถูกสายตาคนทั้งรถมองด้วยความสงสัย และไม่พอใจ

แล้วการที่ค่ารถสาธารณะเหล่านี้มีราคาถูกทำให้คนอยากจะใช้บริการ และยังเป็นการช่วยค่าใช้จ่ายของประชาชนอีกด้วยนั้น บรรดาบริษัทขนส่งไม่ว่าจะเป็นรถเมล์หรือรถไฟฟ้านั้น ขาดทุนกันหรือไม่?

โดยรวมนั้นไม่ขาดทุน...เพราะมีรัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน ในด้านการตลาดรถเมล์เหล่านี้ก็จะทำการตลาดได้ค่อนข้างดี โดยทั่วไปคนก็จะใช้บริการในจำนวนที่พอสมควร เช่น คนน้อย ๆ ก็อาจจะมีถึง 50-60 คน คนละ 2 หยวนรวมกันก็ได้ถึง 100-120 หยวน (ราว 500-600 บาท) ไม่ต้องพูดถึงชั่วโมงเร่งด่วนที่คนแน่นคันรถ อีกทั้งยังมีบรรดาโฆษณาที่ติดตามรถทั้งที่เป็นป้ายหรือภาพ รวมถึงโฆษณาที่ฉายบนจอตามตัวรถ ซึ่งถือเป็นการโฆษณาที่เป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคทางตรงเลย บรรดาโฆษณาเหล่านี้ก็จะเป็นตัวช่วยเรื่องรายได้ที่เข้ามาเสริมให้กับบริษัทรถเมล์เหล่านี้



นอกจากนี้ ในสายรถเมล์ที่เมื่อวิ่งดูแล้วไม่ทำเงิน ทางด้านการตลาดของรถเมล์ก็จะทำวิจัยตรวจสอบ และปรับเปลี่ยนเส้นทางให้มีความเหมาะสม เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้ขาดทุนไปตามกรรมเวร โดยไร้ซึ่งคนดูแล และมาบ่นว่าขาดทุน แต่ไม่เคยคิดจะแก้ไขปรับปรุง

แล้วการที่คนส่วนมากใช้รถสาธารณะก็ทำให้เป็นการช่วยให้เมืองไม่แออัดไปด้วยรถ และอากาศก็จะดีขึ้น ไม่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ

ประเทศไทยที่ค่าเดินทางสาธารณะนั้นค่อนข้างสูงติดอันดับ น่าจะไปศึกษาการจัดการในประเทศจีนหน่อยไหม หรือช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมาหน่อย ไม่ว่าจะเป็นระบบบัตรที่ไม่เคยเป็นหนึ่งเดียว รวมถึงความล้าสมัย การขับรถที่ไร้ระเบียบ เร็วเกินไป สบายใจคนขับ เส้นทางเปลี่ยนไปตามแต่ละวัน รถไร้คุณภาพ บางคันวิ่งไปกลัวชิ้นส่วนหลุดไปตามทาง อีกทั้งแต่ละสายก็ต้องศึกษามาอย่างดีว่าจะไปที่ไหน นับป้ายไม่ได้ บางทีจอดกันกลางถนน ผู้โดยสารต้องคอยลุ้นว่าจะลงตรงไหนได้ จะโดนรถเฉี่ยวไหม จะขึ้นแล้วจับรถได้โดยไม่ล้มไหม หากระบบขนส่งสาธารณะมีประสิทธิภาพแล้ว เชื่อว่าคุณภาพชีวิตคนไทยคงดีกว่านี้อีกมาก.
………………………..........
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร  ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอบคุณภาพ : https://bit.ly/2VGsaSf


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%