อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

เมาขับชนตาย'เจตนาฆ่า' ชี้ยาไม่แรงศาลไม่รับฟ้อง

ยาไม่แรงจริง? เมาขับชนคนตายโดน"เจตนาฆ่า" ทนายชี้ชัดไม่ครบองค์ประกอบความผิด ศาลไม่รับฟ้องสำนวนตีกลับ ระบุเป็นคำสั่งไม่ใช่กฎหมายหลัก ถ้าใช้จริงต้องแก้พรบ.จราจรทางบก ยึดตัวกฎหมายหลักตัดสินโทษ อังคารที่ 16 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


ผ่านพ้นห้วงสงกรานต์ 13-15 เม.ย. กันไปแล้ว แต่หลายพื้นที่หลายจังหวัดยังคงจัดงานสงกรานต์และเล่นน้ำกันอยู่ โดยที่ผ่านมาแม้จะยังไม่จบ "7 วันอันตราย" (11-17 เม.ย.) ซึ่งหน่วยงานรราชการจะจัดการรณรงค์ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงการเดินทางคับคั่งทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเกิดอุบัติเหตุเฉกเช่นทุกปี สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจาก การดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว

ก่อนหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้กล่าวไว้ชัด เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต "ผิดฐานเจตนาฆ่า" ถือเป็น "ยาแรง" หวังให้เกิดความตระหนักและเกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ได้ทำหนังสือถึงตำรวจที่เกี่ยวทั่วประเทศ กำชับการปฏิบัติในการสอบสวนคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก โดยเฉพาะผู้เมาแล้วขับแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ให้การสอบสวนสอดคล้องกับกฎหมายจราจรทางบกฉบับแก้ไขใหม่ มาตรา 160 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 หากพบว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาย่อมเล็งเห็นผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" หากผลไม่ถึงตายให้แจ้งข้อกล่าวหา "พยายามฆ่าผู้อื่น" หรือ "ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส" หรือ "ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ"



ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมยอดสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (วันที่ 11 – 14 เม.ย. 62) เกิดอุบัติเหตุ 2,232 ครั้ง เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว (2,443 ครั้ง) ลดลง 211 ครั้ง (คิดเป็น -8.64 %) ผู้เสียชีวิต 237 ราย เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว (271 รำย) ลดลง -34 ราย (คิดเป็น -12.55 %) ผู้บาดเจ็บ 2,322 คน เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว (2,526 คน) ลดลง 204 คน (คิดเป็น -8.08 %) จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช (81 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ จ.เชียงใหม่ (78 ครั้ง) และจ.เชียงราย (70 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา จ.อุดรธานี (11 ราย) รองลงมาได้แก่ จ.ลพบุรี (10 ราย) และ จ.ชลบุรี ชัยภูมิ บุรีรัมย์ (8 ราย) ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช (82 คน) รองลงมาได้แก่ จ.เชียงใหม่ (77 คน) และ จ.นครราชสีมา (72 คน) โดยจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 17 จังหวัด

เมื่อดูสถิติในช่วง 4 วันของการรณรงค์ปลอดภัย "สงกรานต์" พบว่า การเกิดอุบัติเหตุ การเสียชีวิต และผู้บาดเจ็บลดลงทั้งหมด โดยเฉพาะสาเหตุหลัก "เมาแล้วขับ" สถิติสะสมร้อยละ 39.29 ลดลงจากปีก่อนที่สถิติร้อยละ 44.00



ขณะที่ ทนายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อมาตราการ "เมาแล้วขับ" ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต "ผิดฐานเจตนาฆ่า" ว่า มาตราการดังกล่าว เป็นประกาศ หลัก ๆ ในการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในกรณีตามมาตรา 59 ต้องกระทำโดยเจตนา เว้นแต่กระทำโดยประมาท แต่เมื่อกฎหมายหลักไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ทางบก พ.ศ. 2522 ตามมาตรา 43 เมาขับ ผิดตามมาตรา 160 จำคุก 3-10 ปี อย่างไรหากส่งสำนวนไปยังศาล ศาลก็ยังคงยึดตัดสินตามตัวบทกฎหมายหลัก ส่วนเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผิดฐานเจตนาฆ่าเป็นเพียงแค่มาตราการหนึ่ง ไม่ใช่ตัวบทกฎหมายที่จะมาตัดสินเรื่องเจตนา ตอนนี้หากว่าเมาขับจะเป็นการฆ่าคนโดยเจตนา ซึ่งไม่เข้าข่ายความผิด ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ทั้งนี้ต้องแก้กฎหมาจราจรทางบก ให้มีโทษจำคุก 5-20 ปี อัตราโทษสูง ปรับหนัก โดยจะเอามาตราการมาลงโทษไม่ได้ การออกมาตราดังกล่าวเป็นเพียงกฎหมายรอง ซึ่งเป็นคำสั่ง แต่ไม่ใช่กฎหมายหลัก เมื่อศาลตัดสิน ศาลก็จะหยิบยกตัวกฎหมายหลักเป็นตัวตัดสิน

ต้องรอดูว่า หลัง 7 วันอันตรายกับยาแรง "เมาขับทำผู้อื่นตาย" ต้องคดี "เจตนาฆ่า" ซึ่งทางทนายชี้ชัดเมื่อส่งฟ้องศาลแล้ว สำนวนจะถูกตีกลับ สุดท้ายแล้วจะเกรงกลัวกันแค่ไหน แล้วสถิติอุบัติเหตุจะลดได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ดี ไม่ว่ามาตรการจะออกมาเท่าไหร่ คาดโทษทางกฎหมายด้วยบทรุนแรงเท่าใด หากยังประมาทและไร้จิตสำนึก ก็ไม่มีวันที่อุบัติเหตุจะลดลงได้.
....................................
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย "สุธัญณราช สุวรรณธาดา"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 12