อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562

ทำไมวัดร้างเพิ่มมากขึ้น? ยิ่งปฏิรูป'คนบวช'ยิ่งน้อย

สัปดาห์นี้ไปดูความเคลื่อนไหวของ “วงการสงฆ์” ค่อนข้างเงียบกริบ ยิ่งบรรยากาศหลังการออกกฎหวังปฏิรูปกรองคนบวช เห็นได้ชัดว่าคนบวชน้อยลง ซ้ำคนเข้าวัดลดลงแต่ที่เพิ่มขึ้นคือวัดร้าง พุธที่ 17 เมษายน 2562 เวลา 11.00 น.


ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูปถูกจับกุมที่ตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำ ส่วนอีกรูปหนีออกไปต่างประเทศ วงการคณะสงฆ์เงียบกริบมาก
 
การขับเคลื่อนการปฏิรูปคณะสงฆ์ที่ก่อนหน้านี้มีการประชุม สัมมนา สรุป ติดตาม ตามภารกิจ 6 ด้าน บวก 1 รวมทั้งการขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูปอีก 13 โครงการ ที่ออกตัวกันอย่างคึกคัก ประชุมและลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ไม่แท้งก็เหมือนแท้ง
 
คือไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวให้เห็น ไม่เว้นแม้กระทั่งโครงการศีล 5 ที่คณะสงฆ์เริ่มทำไว้ตั้งแต่ช่วงรัฐบาล คสช. ใหม่ ๆ กิจกรรมทั้งหมดอยู่ในช่วง “พักฟื้น” หรืออย่างไรไม่ทราบ หรือจะเหมือนกับทางราชการบ้านเมืองที่ถูกกล่าวหาว่า “เกียร์ว่าง” ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ แต่ดูเหมือนคณะสงฆ์รออะไรบางอย่างให้ความชัดเจนเหมือนพรรคการเมือง คือ หลังวันที่ 9 พ.ค. หรือไม่อาจทราบได้
 


แต่ผลพวงจากการปฏิรูปคณะสงฆ์ตอนนี้ที่เห็นชัด คือ จำนวนคนบวชน้อยลง ซึ่งเดิมน้อยลงอยู่แล้วมันยิ่งน้อยลงไปอีก ผมกลับไปต่างจังหวัดเพื่อไปเชิญชวนพระภิกษุ-สามเณรมาบวช ซึ่งผมทำอยู่เป็นประจำทุกปี คือ บวชฟรี ส่งเรียนฟรี ปีนี้เงียบไม่มีเสียงตอบรับเข้าร่วมบวชเรียนเลยสักคนเดียว ถามผู้ปกครองบอกว่า บวชเณรเดียวนี้อยู่ยาก ทน ๆ ส่งเรียนไปแบบนี้แหละ และอีกอย่างลูกหลานก็ไม่ประสงค์จะบวช เพราะบวชไปแล้วไม่รู้จะถูกตรวจสอบอะไรบ้าง สรุปคือ เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาในสังคมไทยตอนนี้อยู่ยากว่าอย่างนั้น
 
สำหรับคนบวชเป็นพระภิกษุ ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยการรับรองของมหาเถรสมาคม ออกกฎเกณฑ์ป้องกันคนมีคดี ป้องกันคนปลอมตัวเข้ามาบวช ป้องกันคนจะเข้ามาหากินในคราบผ้าเหลือง ตอนนี้ “ส่ายหน้า” ทั่วบ้านทั่วเมือง
 


สาเหตุเพราะกว่าจะบวชได้ ต้องมีขั้นตอน ต้องเดินเอกสาร ต้องได้รับการตรวจสอบประวัติ ต้องตระเตรียมงานอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป บางคนจะบวชเข้าพรรษา บางคนจะบวชหน้าไฟ บางคนจะบวชแก้บน บางคนจะบวชอุทิศส่วนกุศล ต้องเดินเอกสารยุ่งยาก ตาสีตาสายายมียายมาต่างบ่นกันถ้วนหน้า ออกกฎมาโดยไม่ดูความพร้อมของชาวบ้าน คนเมืองออกกฎนั่งจินตนาการอยู่ในห้องแอร์ ไปทำลายวิถีชีวิตชาวพุทธและชาวบ้านทั้งประเทศ มาตรการนี้ผมว่ารัฐบาลและมหาเถรสมาคมต้องหาทางแก้ด่วน ไม่อย่างนั่นผลกระทบจะตามมาแน่นอน
 
ผลกระทบที่เห็นชัด คือ ปัจจุบัน “ศาสนทายาท” บวชเรียนน้อยลงมาก ในต่างจังหวัดบางวัดที่เคยมีพระเณรเยอะ ๆ ปัจจุบันหลงเหลือไม่กี่รูป ยิ่งสามเณรบางวัดแทบไม่มีให้เห็น กุฏิมีแต่ห้องว่างเปล่า บางส่วนไหลเข้ามาสู่เมืองกันหมด บางวัดเป็นวัดระดับเจ้าคณะอำเภอ มีพระภิกษุไม่ถึง 10 รูป สามเณรศูนย์
 
ไปสนทนากับเจ้าสำนักเรียนระดับจังหวัดแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เดียวนี้คนบวชเรียนน้อยเหลือเกิน ยิ่งสามเณรยิ่งไม่มี ไม่เหมือนกับสมัยเราเป็นสามเณรเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นสำนักเรียนแห่งนี้มีสามเณรเป็นร้อย ตอนนี้เหลือไม่ถึง 20 รูป ที่เหลืออยู่นี้ต้องดิ้นรนไปขอตามวัดต่าง ๆ เอามาอยู่ที่สำนักเรียนแห่งนี้ เพื่อมิให้สำนักเรียนปิดตัวลง และยิ่งเรียนบาลีอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเปิดเรียนพระปริยัติสามัญระดับม.1-ม.6 ด้วย จึงจะอยู่รอด
 




ส่วนที่เราเห็นในช่วงนี้ว่ามีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนกันเยอะ ๆ เกือบทั้งหมดพ่อแม่ผู้ปกครองมาให้บวชช่วงระยะสั้น ๆ เมื่อครบกำหนดแล้วก็สึกออกไปเรียนต่อ
 
อันนี้เล่าให้คณะสงฆ์ ชาวพุทธ และหน่วยงานที่รับผิดชอบฟังว่า ผลกระทบจากการปฏิรูป การออกกฎเกณฑ์โดยไม่ได้ศึกษาบริบทความเป็นไปได้ วิถีชีวิตชาวบ้าน มันส่งผลกระทบแบบนี้ สิ่งที่ตามมาอีกเรื่องหลังจากนี้ คือ คนเข้าวัดจะน้อยลง วัดร้างจะเพิ่มขึ้น เพราะอะไร ผมว่าคนเข้าวัดใกล้ชิดพระพุทธศาสนาเท่านั้น จะเข้าใจสิ่งที่ผมพูด.
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    84%
  • ไม่เห็นด้วย
    16%