อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

ปิดคดีดิ่งตึกแต่มีงานต่อ เพราะตร.ต้องช่วยปชช.

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องเล่างานของ “ตำรวจ” ไม่ใช่แค่ปิดคดี แต่ต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่เว้นแบกตู้เย็นจากชั้น 6 ลงมา เพราะเจ้าของห้องเป็นหญิงสาวแสนสวย พุธที่ 24 เมษายน 2562 เวลา 14.00 น.


วอแจ้งพบชายโดดจากตึกตกมาค้างบนหลังคาเสียชีวิตแถวซอยลาดพร้าว ซึ่งตอนนั้นรถยังไม่ติดพินาศขนาดนี้ พวกเราซึ่งหมายถึงกลุ่มนักข่าวหนังสือพิมพ์และออนไลน์ก็รีบขึ้นรถเดินทางไปจุดเกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุเป็นอะพาร์ตเมนต์ ปากซอยเป็นสถานบันเทิง ซึ่งในอะพาร์ต์เมนต์แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสาว ๆ ที่ทำงานในสถานบันเทิง ตอนนั้นเป็นช่วงเย็น ๆ พวกเธอเพิ่งจะตื่นนอน เดินมาดูเป็นไทยมุงเชียว จุดเกิดเหตุเป็นกันสาด ไม่ใช่หลังคาตามที่วอแจ้ง บนกันสาดพบศพชายโดดลงกระแทกพื้นดับคาที่ นอนจมกองเลือด

ตำรวจตรวจสอบพยานก็พบว่า ชายคนนี้โดดมาจากชั้น 6 ตำรวจตรวจสอบห้องก็ไม่พบร่องรอยรื้อค้น สืบสวนก็ยิ่งงงหนักว่า ชายคนนี้ไม่ได้พักที่ห้องนี้ แล้วไปโดดทำไม



ลองสอบถามทุกห้องสิ มันต้องมีคนได้ยินเสียงอะไรบ้างแหละ” รองผู้กำกับการสืบสวนแนะนำ หลังจากนั้นสารวัตรสืบสวนกับรองก็ช่วยกันเคาะกันทุกห้อง จนสรุปได้ว่ามีได้ยินเสียงคนโวยวาย แล้วก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า เฮ้ย ยาว ๆ ก่อนที่จะมีเสียงของหนักตกใส่กันสาดดังสนั่น คนทั้งตึกออกมาดูก็พบว่าเป็นศพร่วงกระแทกกันสาดแล้ว

นักสืบใช้เวลาไม่นาน ก็ตามเจ้าของห้องมาได้ เป็นหญิงสาวทำงานสถานบริการ หลังเกิดเหตุเธอหลบไปห้องเพื่อน แต่ตำรวจไปเคาะทุกห้อง อย่างไรก็ต้องพบ เมื่อได้ตัวมาก็นำไปสู่การสืบสวน “เรื่องมันเป็นไงมาไง” สารวัตรทำเสียงขึงขัง แต่จริง ๆ แกทำเก๊กเพราะทั้งชั้นมีแต่สาว ๆ สวย ๆ เต็มไปหมดเลย

หญิงสาวสะอื้นไห้ ก่อนพูดว่า ชายที่ตกลงมาทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เขาแอบย่องมาหาเธอเพื่อกุ๊กกิ๊กกันเบา ๆ ก่อนที่เธอจะไปทำงาน เรื่องนี้มันก็เรื่องธรรมชาติสบาย ๆ ถ้าหญิงสาวไม่มีผู้อุปถัมภ์เป็นคนใหญ่โตระดับสั่งเป็นสั่งตายได้ แต่ผู้ตายก็รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง ชอบเล่นกับไฟ ก็เลยแอบมากุ๊กกิ๊กหญิงสาว



พลันที่โรมรันกันเสร็จ ระหว่างอาบน้ำแต่งตัว นอนคุยเล่นกัน เสียงประตูก็ถูกไขออกมา แต่เปิดมาไม่ได้ เพราะหญิงสาวล็อคห้องไว้ คราวนี้ทั้งคู่ตกใจสุดขีด หญิงสาวอุทานว่า “พี่....เฮียแกมา”

ผู้ตายที่กล้าเล่นกับไฟ คราวนี้สะดุ้งโหยง รีบปีนออกจากหน้าต่างไปยืนหลบตรงช่องนิด ๆ แบบที่เราคุ้นในละครไทยนะครับ ผมฟังเรื่องราวจากสารวัตรสืบสวนแล้วแทบอ้าปากค้าง นี่มันเรื่องจริง ๆ เหรอเนี่ย การไปยืนหลบที่หน้าต่าง ไม่มีอะไรป้องกันเลย ชายคนดังกล่าวเกิดพลาดอย่างไรไม่ทราบ ร่วงตกลงมา แกเปล่งเสียง...เฮ้ย ยาว ๆ ก่อนร่วงกระแทกพื้นดับ

เรื่องเจ็บปวดคือ ตอนหญิงสาวไปเปิดห้อง ไม่ใช่เฮียอะไรหรอกที่มา แต่เป็นเพื่อนมาชวนกินส้มตำ “อ้าว! ก็แกฝากกุญแจไว้กับฉัน จำไม่ได้เหรอ แกบอกให้ฉันสั่งส้มตำมากินที่ห้อง เมื่อคืนนะ แกนี่เมาแล้วทำลืม” เพื่อนบ่น แต่หญิงสาวอ้าปากค้าง วิ่งไปดูที่หน้าต่าง ตรงช่องยืนเล็ก ๆ ไม่ปรากฏใคร แต่ที่พื้นกันสาดพบชู้รักดับแน่นิ่ง เธอตกใจสุดขีด เพื่อนก็พาลตกใจ ต่างคิดไปว่าร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ไตร่ตรองไว้ก่อน สารพัดข้อหามันผุดเต็มไปหมด จึงไปนั่งกอดคอร้องไห้ห้องเพื่อนจนตำรวจไปพบ



เมื่อความจริงปรากฏตำรวจก็ปิดคดีไป “คุณตำรวจขา...” หญิงสาวสักคนมาเรียกนักสืบ

มีข้อมูลอะไรหรือเปล่า”

ไม่มีค่ะ แต่มีเรื่องอยากให้ช่วย” นักสืบมองหน้าหญิงสาว

หนูซื้อตู้เย็นใหม่ ตู้เย็นอันเดิมมันเสีย หนูไม่ใช้แล้ว เอาไว้ก็รกห้อง แทบไม่มีที่เดิน จึงจะเอาไปทิ้ง คือคุณตำรวจเป็นผู้ชายอยู่กันเยอะ ๆ แข็งแรง ช่วยกันขนได้ไหมค่ะ นะ ๆ ๆ ๆ” เธออ้อนวอนสุดฤทธิ์สุดเดช

รองผู้กำกับการสืบสวนมองหญิงสาวเห็นว่าสวย ก็ตามสไตล์ แกก็พูดว่า “ได้ครับ เป็นตำรวจต้องช่วยเหลือประชาชน” ว่าแล้วก็หันไปพูดว่า “เอ้า! สารวัตรสืบช่วยเหลือประชาชนนะ”

แล้วรองล่ะครับ”

หลังพี่ไม่ค่อยดีนะน้อง” รองแกกระซิบก่อนหันไปคุยกับหญิงสาวประชาชนคนไทยกันต่อ

สารวัตรสืบอ้าปากค้าง แต่คำสั่งต้องเป็นคำสั่ง ความทุลักทุเลคือตำรวจต่างช่วยกันขนตู้เย็นจากห้องหญิงสาวออกจากห้องชั้น 6 เพื่อลงลิฟต์ แต่ปรากฏว่าช่วงเกิดเหตุมีคนตกใจซุกซนปิดลิฟต์เสียอย่างนั้น นักสืบมองหน้ากันไปมา แล้วสรุปว่าต้องขนตู้เย็นลงจากอาคาร 6 ชั้นเลยนะรอง” สารวัตรโวยวาย แต่รองบอกว่านักข่าวอยู่กันเยอะ เขาจะได้เห็นว่าตำรวจทำงานช่วยเหลือประชาชน



สารวัตรได้ยินดังนั้น ก็จำต้องทำตาม นักสืบหลายคนช่วยกันแบกตู้เย็นลงจากชั้น 6 สู่ชั้นล่าง เอาไปไว้ไหนสักที่ ทำเอาตำรวจเหงื่อแตกแทบจะเป็นลม ในใจไม่รู้แช่งด่าใครบ้าง เพราะพลันที่นักข่าวเห็นก็ไม่มีใครสนใจอะไรเลย แม้แต่ผม ไม่มีใครทำข่าวเรื่องนี้แต่อย่างใด มีเพียงหญิงสาวเจ้าของห้องที่ดีใจสุดขีด กับรองสารวัตรสืบสวนที่เอ่ยปากชื่นชมการทำงานของลูกน้อง ทางหญิงสาวเลยหันมาขอบคุณรองผู้กำกับการสืบสวนและเตรียมตัวไปทำงานต่อในระดับความสวยเต็มสิบให้ร้อยเลยทีเดียว

ส่วนสารวัตรสืบสวนและลูกน้องได้แต่นั่งเหงื่อแตก “กลับโรงพักกันเถอะพวกเรา วันหลังต้องออกกำลังกายบ้างแล้วนะ”

ทุกคนเห็นด้วย เมื่อทำงานเสร็จก็เตรียมจะกลับโรงพัก แต่แล้วทันใดสะดุ้ง!

หญิงสาวเจ้าของตู้เย็น แต่งตัวงามแบบนางงามจักรวาลรีบวิ่งแบบตาลีตาเหลือมาหาตำรวจ แล้วพูดราบเรียบแต่ชวนสั่นสะท้านว่า “คุณตำรวจขา หนูขอโทษจริง ๆ นะคะ แต่ตู้เย็นที่พวกพี่ขนกันลงมานะ เป็นตู้เย็นที่หนูเพิ่งซื้อมานะ!!”
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 251