อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

ครูผู้มีหัวใจช่วยพัฒนาชุมชน ดูแลสุขภาพกายและใจคนไท

ตลอดระยะเวลาของการเป็นครูมานานกว่า 30 ปี การดูแลเด็กนักเรียนให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีไปพร้อมกัน ๆ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของ อาจารย์อนงค์ พัวตระกูล หรือครูอนงค์ ซึ่งเป็นครูประจำห้องพยาบาลโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ อาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.

 
ครูอนงค์มีความเชื่อเสมอว่า นอกจากความฉลาดในการเรียนแล้ว เด็กไทยควรต้องได้รับการปลูกฝังเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม การมีสุขอนามัยที่ดี และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ควบคู่กันไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าใกล้การเป็นสังคมผู้สูงอายุ เยาวชนในวันนี้จึงถือเป็นบุคลากรสำคัญ ที่จะได้ช่วยเหลือสมาชิกชุมชนหรือคนในครอบครัวให้มีความรู้เพียงพอ สามารถเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
 
“ยังมีเด็กไทยจำนวนมากติดการบริโภคขนมหวาน และมักเลือกบริโภคแต่อาหารไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลต่อเนื่องก็คือ เด็ก ๆ กลุ่มนี้มีสุขภาพแย่ลง เผชิญภาวะโรคอ้วน ซึ่งในช่วงแรกอาจดูไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด แต่หากปล่อยไว้จนกลายเป็นพฤติกรรมต่อเนื่อง สุขภาพกายที่ไม่ดีก็ย่อมส่งผลต่อภาวะทางอารมณ์ด้วยเช่นกัน” ครูอนงค์กล่าวถึงปัญหาด้านสุขภาพอนามัยและโภชนาการของเด็กไทย
 
การเป็นครูประจำห้องพยาบาลของโรงเรียน ไม่เพียงแต่ได้ดูแลเด็กนักเรียนเท่านั้นครูอนงค์ยังได้ช่วยให้คำปรึกษาครูท่านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งกลุ่มบุคลากรครูที่เข้ามาพบครูอนงค์ ต่างก็อยู่ในวัยก่อนเกษียณ (50-59 ปี) และมีครูบางท่านเผชิญปัญหาจากโรคกลุ่มไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ ครูอนงค์กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องสื่อสารเรื่องการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นแล้วประเทศไทยจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากในการรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ”

 
ด้วยความตั้งใจจริงที่อยากเห็นนักเรียนในโรงเรียนและเพื่อนครูด้วยกันมีสุขภาพดี และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ ครูอนงค์จึงเริ่มวางรูปแบบกิจกรรมการดูแลสุขภาพให้กับโรงเรียน เริ่มตั้งแต่จัดกิจกรรมรณรงค์เรื่องโภชนาการ การวัดส่วนสูง น้ำหนัก ไปจนถึงจัดหาเครื่องวิเคราะห์ไขมัน โปรตีน และน้ำในร่างกาย ที่สามารถใช้ได้ทั้งครูและนักเรียนทุกคน พร้อมทั้งเน้นให้ทุก ๆ คนได้จดบันทึกพัฒนาการด้านสุขภาพของตนเอง รวมถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาที่เจอ ตัวอย่างเช่น ใครที่มีไขมันเกินจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างไรเพื่อลดไขมัน เช่น ต้องเน้นโปรตีน กินผักผลไม้ และออกกำลังกายให้มากขึ้น เป็นต้น ซึ่งก็เป็นการสร้างบรรยากาศให้ท้าทายและทุกคนก็มีความตื่นเต้นที่จะได้พัฒนาสุขภาพของตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการโรงเรียนจัดสรรงบประมาณมาจัดกิจกรรม
 
ครูอนงค์ยังได้มีโอกาสร่วมงานกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ภายใต้โครงการ “ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า (เท่า)-ทัน-สุข” เข้าอบรมกับผู้รู้จริงด้านโภชนาการและ
สุขภาพ ทำให้เกิดการเพิ่มพูนความรู้ และมีความมั่นใจมากขึ้นเพื่อนำมาปรับใช้ในโรงเรียน รูปแบบการอบรมจะเน้นองค์ประกอบทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการออม มีการติดตามผลการพัฒนาการด้านสุขภาพ การเข้าเยี่ยมผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษา รวมทั้ง
ช่วยดูแลการบันทึกบัญชีและการออมเงิน ซึ่งการติดตามผลทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเป้าหมายให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่งขึ้น
 
“อายุเป็นเพียงตัวเลข การทำงานถือเป็นการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ยังมีคนมากมายในชุมชนที่เราช่วยเหลือเค้าได้เพราะถ้าผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและจิตดี มีเงินออม ก็จะรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ไม่เป็นภาระให้คนอื่น”
 
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และจะถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศ ที่ผู้สูงอายุจะมีส่วนร่วมด้านตลาดแรงงาน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเพิ่มของประชากรกลุ่มนี้ เพื่อช่วยพัฒนาประเทศไทยไปพร้อม ๆ กัน.
 
------------------------------
นภาพร พานิชชาติ.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11