อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

การงดอาหารเป็นช่วงๆ กับการลดน้ำหนักในผู้เป็นเบาหวาน

ความอ้วนและการลดนํ้าหนักคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนกังวลทุกครั้งที่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ หรือแม้แต่โดนคนรอบข้างทักว่า “อ้วนขึ้นนะ” อาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.30 น.

ความอ้วนและการลดนํ้าหนักคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนกังวลทุกครั้งที่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ หรือแม้แต่โดนคนรอบข้างทักว่า “อ้วนขึ้นนะ” รวมถึงเมื่อส่องดูโซเชียลเน็ตเวิร์กเห็นดาราหรือเน็ตไอดอลหลายคนมีพฤติกรรมหรือวิถีการเลือกกิน ที่แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ หรือคำแนะนำทางการแพทย์ มักทำให้คิดว่าน่าจะได้ผลดีตามบุคคลเหล่านี้ปฏิบัติกัน จึงทำตามกันจนเป็นกระแส

ในวันนี้อยากหยิบยกหนึ่งในพฤติกรรมการกินตามกระแสที่สุดแสนจะร้อนแรงอย่าง Intermittent Fasting หรือ คำย่อที่รู้จักกันในวงการคนลดนํ้าหนักคือ IF ภาษาไทยอาจใช้คำว่า “การงดอาหารเป็นช่วง ๆ” หรือ “การงดอาหารเป็นเวลา” ซึ่งอธิบายวิถีการกินแบบนี้ได้ดี

การงดอาหารเป็นช่วง ๆ มีแนวคิดสำคัญ 3 ข้อ คือ

1) เลือกงดอาหารเป็นเวลาในระดับที่ทนได้

2) ในช่วงงดอาหารสามารถกินอาหารพลังงานตํ่าได้เล็กน้อย และ

3) ในช่วงกินอาหารต้องกินอาหารในปริมาณพอดี ซึ่งสามารถแบ่งการงดอาหารเป็นช่วง ๆ ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ประเภทแรก กินอาหารได้ทุกวัน แต่จำกัดเวลากิน ในแต่ละวัน แบบนี้เรียกว่า Time- restricted fasting (TRF) โดยมีรหัสตัวเลขที่รวมกันแล้วได้ 24 เท่ากับ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันพอดี ยกตัวอย่างเช่น

• 16:8 หมายถึง งดอาหาร 16 ชั่วโมง กินอาหารได้ 8 ชั่วโมง โดยจะเริ่มกินมื้อแรกตอนกี่โมงก็ได้ แต่มื้อสุดท้ายจะต้องภายในเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงจากเริ่มกินมื้อแรก เช่น กินมื้อแรก 8 โมงเช้า ต้องกินอาหาร มื้อสุดท้ายภายใน 4 โมงเย็น สูตรนี้เป็นที่นิยมเพราะปฏิบัติได้ง่าย และคล้าย ๆ กับความเชื่อเรื่อง “ไม่กินมื้อเย็นดึก ๆ” มนุษย์ออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่ปฏิบัติได้ดีเพราะมักกินมื้อแรกตอนเที่ยง และกินมื้อสุดท้ายไม่เกิน 2 ทุ่ม

• 19:5 หมายถึง ให้กินอาหารได้ไม่เกิน 5 ชั่วโมงและต้องงดการกินอาหาร 19 ชั่วโมง

การถือศีลข้อวิกาลโภชนานั้นจัดเป็น TRF แบบหนึ่ง โดยอนุญาตให้กินอาหารได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ แต่ไม่เกินเพล (7 ถึง 9 โมง ไปจนถึงเที่ยงวัน) นับเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ 19:5 ส่วนการถือศีลอดก็เช่นเดียวกันต่างกันตรงที่ เริ่มกินมื้อแรกหลังตะวันตกดิน (ไม่เกิน 1 ทุ่ม) และมื้อสุดท้ายไม่เกินตะวันขึ้น (ตั้งแต่ตี 4) นับเป็น TRF แบบ 13:11 ได้เช่นกัน

อีกประเภทคือ ไม่ได้กินทุกวันโดยจะต้องมีวันงดอาหารประจำสัปดาห์ ซึ่งเรียกว่า Alternated day fasting (ADF) รหัสตัวเลขจะรวมกันได้ 7 ซึ่งเท่ากับจำนวนวันในแต่ละสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่น 5:2 ซึ่งหมายถึงกินอาหารได้ 5 วัน และ งดอาหาร 2 วัน

การงดอาหารเป็นช่วง ๆ กับผลต่อสุขภาพเป็นที่กังขาของหลายคน การงดอาหารเป็นช่วง ๆ ที่กินอาหารได้ทุกวัน แต่จำกัดเวลากินในแต่ละวันนั้น ถือว่าใกล้เคียงกับวิถีชีวิตปกติ ที่อาจจะกินอาหารวันละ 2 มื้อ หรืออาจจะ 3 มื้อ โดยที่กินอาหารมื้อเย็นเร็วหน่อย การงดอาหารแบบนี้ในคนที่มีนํ้าหนักเกินโดยที่ไม่มีปัญหาสุขภาพอื่น ไม่น่าจะมีอันตรายใด ถ้าในช่วงเวลาที่กินอาหารผู้ปฏิบัติกินแค่พออิ่ม กินอาหารปริมาณปกติ ก็น่าจะช่วยลด/ควบคุมนํ้าหนักได้ แต่ถ้าช่วงเวลา 5-8 ชั่วโมงนั้นกินอาหารปริมาณมาก เกือบตลอดเวลา ซึ่งมากกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็ไม่สามารถ ลดนํ้าหนักได้ สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานการงดอาหารนาน 16-19 ชั่วโมงนั้น อาจมีผลทำให้ระดับนํ้าตาลในเลือดช่วงนั้นตํ่ามากเกินไปได้ โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวานที่ได้รับยาฉีดอินซูลินหรือได้รับยาที่ทำให้นํ้าตาลตํ่า เช่น ยาซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ด้งนั้นจึงควรมีการเจาะเลือดปลายนิ้ว เพื่อตรวจระดับนํ้าตาลด้วยและควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่ผู้รักษาร่วมด้วย ทั้งนี้อาจจำเป็นต้องมีการปรับยาที่ใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับการกินอาหาร

ในช่วงที่งดอาหารไม่ได้แปลว่าไม่กินอะไรเลย เกือบทุกสูตรมักอะลุ้มอล่วยให้กินอาหารพลังงานตํ่าปริมาณเล็กน้อย หรือรวมอาหารทั้งวันไม่เกิน 500 กิโลแคลอรีได้ และมักแนะนำอาหารที่ไม่ผ่าน กระบวนการแปรรูป หรืออาหารรูปแบบธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เช่น โยเกิร์ต ปลา ถั่ว ไข่ กาแฟ ผักใบชนิดต่าง ๆ สำหรับช่วงที่กินอาหารในทุกสูตรจะมีข้อความกำกับถึงปริมาณอาหารหรือวิธีกินที่ไม่ต่างกัน เช่น กินแค่พออิ่ม กินอาหารปริมาณปกติ ไม่มีสูตรใดเลยที่อนุญาตให้กินเท่าไหร่ก็ได้

ในงานวิจัยที่ทำการเปรียบเทียบการลดนํ้าหนักในคนอ้วนระหว่างวิธีการคุมแคลอรีแบบมาตรฐานกับการงดอาหารแบบ ADF 5:2 ในระยะเวลา 1 ปี พบว่า นํ้าหนักที่ลดลงของทั้งสองวิธีนั้นไม่ได้แตกต่างกัน แต่กลุ่มที่งดอาหารแบบ ADF 5:2 นั้นไม่สามารถทนต่อการจำกัดอาหารในวันงดกินได้ มักจะกินอาหารเกินเลยไปถึง 800 กิโลแคลอรีต่อวัน และพยายามไปลดปริมาณอาหารในวันกินได้เป็นการชดเชย การงดอาหารแบบ ADF นั้นมีแนวโน้มทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปมากกว่าการลดนํ้าหนักวิธีอื่น ซึ่งการรักษามวลกล้ามเนื้อให้คงอยู่ระหว่างการลดนํ้าหนักมีส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันภาวะโยโย่ได้ ในงานวิจัยอีกชิ้นที่เปรียบเทียบระหว่างการงดอาหารแบบ TRF 18:6 หรืองดอาหาร 18 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับกลุ่มคนปกติที่งดอาหาร 12 ชั่วโมง โดยให้อาหารพลังงานเท่ากันทั้งสองกลุ่ม พบว่านํ้าหนักนั้นไม่ลดลงแต่อย่างใด

ในผู้เป็นเบาหวานที่ต้องการงดอาหารเป็นช่วง ๆ ก็สามารถใช้การจัดการแบบเดียวกับการเตรียมตัวถือศีลอดของชาวมุสลิม โดยแบ่งผู้เป็นเบาหวานเป็น 3 กลุ่มตามชนิดยาที่ใช้ คือ กลุ่มที่ใช้ยาที่ไม่ทำให้นํ้าตาลตํ่า กลุ่มที่ใช้ยาที่อาจทำให้นํ้าตาลตํ่าหรือมีใช้ยาฉีดอินซูลินร่วม และ กลุ่มที่ใช้ยาฉีดอินซูลินเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม จำเป็นต้องมีเครื่องตรวจระดับนํ้าตาลในเลือดพร้อมใช้งานเสมอ

ผู้เป็นเบาหวานกลุ่มที่ใช้ยาที่ไม่ทำให้เกิดนํ้าตาลตํ่า เช่น Metformin, Pioglitazone ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ยาแต่อย่างใด สามารถเริ่มทำการงดอาหารเป็นช่วง ๆ ได้เลย ในขณะที่อีกสองกลุ่มจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อปรับการใช้ยาให้เข้ากับพฤติกรรมการกินที่ต่างไปจากเดิม

จะเห็นได้ว่า การงดอาหารเป็นช่วง ๆ นั้นจะไม่ช่วยลดนํ้าหนักเลย ถ้ายังกินอาหารที่ให้พลังงานใกล้เคียงปกติ การงดอาหารเป็น ช่วง ๆ จึงเป็นเพียงกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้กินอาหารเป็นเวลา และเมื่อจำกัดเวลาการกิน ก็ควรได้รับพลังงานจากอาหารน้อยลง นอกจากนี้งานวิจัยคุณภาพดียังบ่งชี้ประโยชน์ของการควบคุมอาหารตามวิธีการมาตรฐานดั้งเดิม เมื่อลดนํ้าหนักได้เพียงร้อยละ 3 ของนํ้าหนักตั้งต้นก็ให้ประโยชน์ได้ไม่แตกต่างไปจากการงดอาหารเป็น ช่วง ๆ แต่มีความทรมานร่างกายน้อยกว่า โดยสรุปแล้ว ควรเลือกใช้แนวทางปฏิบัติหรือวิถีที่เหมาะสมกับตัวเองในการลดนํ้าหนัก โดยสามารถปฏิบัติตามได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ทรมานร่างกายเกินความจำเป็น เพื่อช่วยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน.

ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27