อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

'เซ็กส์ทอย' ความลับและค่านิยมที่กดทับผู้หญิง

สัปดาห์นี้ชวนคุยย้อนข่าวดังอิงกระแสสังคม “ผู้หญิงกับเซ็กส์ทอย” มองอย่างไรเมื่อสังคมเปลี่ยนไปแล้ว หรือควรยอมรับเสรีภาพให้มากกว่านี้ พฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เอาจริงแม้ว่าการเมืองสัปดาห์นี้จะเดือด เพราะวันนี้ก็คือวันสุดท้ายที่ กกต. จะต้องรับรองผู้สมัคร ส.ส. เพื่อเตรียมเปิดสภาเลือกนายกฯ ตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว แต่ในความเคลื่อนไหวก็ยังมีความไม่แน่นอนหลายอย่างในเรื่องจำนวนเสียงที่จะตั้งรัฐบาล จนกระทั่งเกิดเป็นข่าวลือทำนองว่า “มันอาจไปไม่ได้” และอาจนำไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติแทน แต่สูตรที่มาประเมินสถานการณ์มันเยอะ ขอให้เห็นภาพอะไรมากกว่านี้คงพูดได้ชัดเจนกว่า

กลับมาดู ๆ ชวนพูดชวนคุยเรื่องใกล้ตัวน่าสนใจรอไปพลาง ๆ ก่อน มีเรื่องหนึ่งที่เห็นแล้วอยากหยิบยกมาพูดถึงมาก คือ พนักงานของบริษัทขนส่งเจ้าดัง ได้คัดแยกกล่องพัสดุแล้วเจอซองที่ชำรุด ตามหน้าที่ก็ควรเก็บไปซ่อมเงียบ ๆ แล้วส่งที่หมายไป แต่พนักงานทั้ง 4 คนก็ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาที่ดันตาลุกเมื่อเห็นว่าของนั้นคือ “เซ็กส์ทอย”



ความอุตริของพนักงานยังไม่หยุดโดยการเอาไปถ่ายรูปล้อเลียน และถ่ายเองฆ่าตัวตายเองที่นำมาโพสต์ลงโซเชียลฯ อย่างสนุกสนาน เขียนข้อความล้อเลียนแบบเจ้าของพัสดุอ่านแล้วต้องอับอาย แถมอยู่ดีไม่ว่าดี ไปเปิดเผยความลับของเจ้าของพัสดุจนเขารู้ตัว และส่งเรื่องร้องเรียนให้เพจสายรับ เพจพวกนี้ทำงานแบบเกาะไม่ปล่อยด้วย คนตามก็เยอะ โพสต์ประจานก็เป็นเรื่อง

ไอ้เรื่องกะจะเล่น ๆ ก็ไม่เล่นเสียแล้ว กลายเป็นข่าวดังมาก ทางบริษัทขนส่งนั้นรีบออกแถลงการณ์ด่วนตอนดึกสงัด ที่ไม่ได้จบแค่คำว่า “ไม่ได้นิ่งนอนใจ” ให้อ่านแล้วอารมณ์เสีย แต่จัดการไล่ล่าหาตัวคนทำผิดที่ศูนย์กำแพงแสน แล้วประกาศยอมไม่ได้ต้องเลิกจ้างงานทันที พร้อมทั้งขู่จะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด และถ้าเจ้าทุกข์เขาจะขอดำเนินคดีด้วยก็จะช่วยอย่างถึงที่สุดเช่นกัน ความคึกคะนองนำมาซึ่งผลที่คาดไม่ถึง...โดยเฉพาะไม่รู้จักอานุภาพของอินเทอร์เน็ต



วันรุ่งขึ้นหลังกลายเป็นข่าว บริษัทก็แสดงความรับผิดชอบชัด เป็นเรื่องที่ดีของการสื่อสารในช่วงวิกฤต ที่ต้องแสดงความเสียใจ แสดงความรับผิดชอบและการชดเชยเยียวยาอย่างเร็วที่สุด (ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือต้องรีบสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมากลบกระแสเก่าให้เร็วที่สุด) เอาพนักงานเจ้าปัญหา 4 คนมาขอโทษ ทั้ง 4 คนบอกว่า สำนึกแล้วกับผลของการทำอะไรไม่คิด และจากนี้ยอมออกจากงานจะรวมตัวไปขายของที่ตลาดนัดเพราะคงไม่มีใครจ้างอีก

สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีนี้ คือ ท่าทีของผู้ตกเป็นข่าว ที่เปิดเผยผ่านเพจ “ล่า” ว่า การถูกประจานทำให้อับอายมาก จนแทบอยากลาออกจากงาน ครอบครัว คนรัก ก็ไม่เข้าใจ และพี่สาวของผู้ตกเป็นข่าวก็บอกทำนองว่า “น้องมีอาการซึมเศร้าอยู่ด้วย และเกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้คิดมากจนไปกันใหญ่” จนมีคนออกมาแสดงความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจและพร้อมยืนข้างกันใหญ่ เพราะสิ่งที่เธอทำมันไม่ใช่ความผิดอาชญากรรม มันเรื่องธรรมดาด้วยซ้ำ

ก็ถามว่า “อารมณ์ทางเพศ” ของคนเรามันเป็นเรื่องผิดปกติหรือ? เกิดมาใครไม่เคยมีอารมณ์ทางเพศบ้าง แต่พอเป็นเรื่องของผู้หญิงทำไม่ถึงมองให้มันเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องน่าอับอายที่สังคมต้องประณาม มีคนเปรียบเทียบให้ฟังว่า ลองเป็นผู้ชายสั่งเซ็กส์ทอยอย่างตุ๊กตายาง หรืออย่างว่ากระป๋อง เรื่องมันไม่ได้หนักหนาสาหัสน่าอายอะไรขนาดนี้ ผู้ชายทะลึ่ง ๆ บางคนตกเป็นข่าวอาจพลิกมาเป็นเรื่องขบขันไปเลยก็ได้ ไม่ได้ถูกประณาม



เสรีภาพเรื่องเพศของผู้หญิงในหลายสังคมยังถูกกดทับไว้ เพราะคนยังมองเป็นเรื่องน่าอาย พูดไปพูดมาก็คือสิ่งที่เรียกว่า “ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง” อีกนั่นแหละ คำนี้หมายถึงชุดความเชื่ออะไรที่สะสมมานานจนคนเชื่อว่าเป็นความจริง ทั้งที่มันกดทับเสรีภาพการใช้ชีวิตของมนุษย์อยู่ ชุดความเชื่อเหล่านี้ถูกนำมาใช้สร้างบรรทัดฐานทางสังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็น “บรรทัดฐานที่ดี” ถ้าผิดไปจากนั้นคือคนที่ทำผิดจะถูกประณามหรืออยู่ในสังคมไม่ได้

ในหลายสังคม ผู้หญิงถูกกดทับไม่ให้แสดงออกถึงความต้องการทางเพศ หรือความรู้สึกทางเพศ จนมีวิธีควบคุมอะไรหลาย ๆ วิธี เช่นในชุดความเชื่อของมุสลิมก็ดูจะรุนแรง ในหลายประเทศทางแอฟริกายังใช้วิธีขริบอวัยวะเพศหญิงโดยเฉือนคว้านบางชิ้นส่วนออกไปและเย็บปิด เพื่อลดการเกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตจนถึงป่วยตลอดชีวิตจำนวนมาก จนองค์กรอนามัยโลกออกมาต่อต้าน แต่เรื่องนี้ก็ยังทำกันมากในแอฟริกา เพราะเป็นความเชื่อ



ประเทศไทยเรานี้แม้ไม่ถึงกับใช้ความรุนแรงทางร่างกายในการควบคุม แต่ก็ใช้ชุดความเชื่อเกี่ยวกับ “กุลสตรี” หรือ “ผู้หญิงที่ดี” ขึ้นมาสร้างภาพกดทับว่า การเป็นผู้หญิงที่ดีจะต้องเป็นอย่างไร กลอนที่เรียกว่าถูกยกมาอ้างถึงจนวันนี้ก็อย่าง “สุภาษิตสอนหญิง” ของสุนทรภู่ ซึ่ง “สายสตรีนิยม” เขาไม่ค่อยปลื้มเท่าไร มองว่ามันคือชุดความคิดที่ผู้ชายเองสร้างมาครอบงำผู้หญิง เพื่อให้ผู้หญิงมีลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับชาย เหมาะสำหรับการเป็นสมบัติเท่านั้น

เรื่องที่กดทับผู้หญิงอย่างมาก คือ เรื่องของการแสดงออกซึ่งความต้องการทางเพศ ถ้าใครแสดงออกมาจะถูกมองเป็นผู้หญิงไม่ดี และถูกใช้คำพูดตีตรา หรือถูกประจาน ประณาม กรณีของพนักงานบริษัทขนส่งนั้นก็เชื่อได้ว่า ส่วนลึกจิตใต้สำนึกของคนพวกนั้นคือเห็นว่าผู้หญิงที่สั่งเซ็กส์ทอยก็คือ “ผู้หญิงที่ต้องถูกนำมาประจาน” ถึงขนาดเปิดเผยรายละเอียดคนสั่งซื้อให้คนอื่นที่มีชุดความคิดแบบเดียวกันอยากไปเห็นเพื่อจะประจานนั่นแหละ

ฟากฝั่ง “เสรีนิยม” หลายคนไม่ปลื้มเรื่องนี้ เพราะสังคมเปลี่ยนไปแล้ว ควรยอมรับเสรีภาพ ยอมรับความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ชุดความเชื่อในอดีตที่ทำให้คนอยู่กันไม่มีความสุขมันควรได้รับการรื้อถอน อย่างเรื่องเซ็กส์ทอยคือธรรมชาติวิสัยธรรมดา ๆ ของมนุษย์ เพศไหนก็มีอารมณ์ สายเสรีนิยมบางคนว่า “มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องนำมาเปิดเผยกันหรอก แต่มันเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ที่ถ้าเข้าใจ เคารพกันก็ไม่ต้องมามีปฏิกิริยาอะไร”



เขาว่าความดัดจริตของประเทศไทย คือ มองเซ็กส์ทอยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยการยกเรื่อง “เพื่อศีลธรรมอันดีงามของคนเรา” ซึ่งต้องย้อนกลับไปถามว่า การมีอารมณ์ทางเพศเกี่ยวข้องกับการเป็นคนมีศีลธรรมตรงไหน เผลอ ๆ จะทำให้คนไม่ผิดศีลข้อกาเมเสียด้วยซ้ำ เพราะมีอะไรก็มีเครื่องมือระบายออกไม่ต้องไปผิดลูกผิดผัวผิดเมียใคร แถมมองกว้าง ๆ ยังลดปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกทางหนึ่ง เพราะไม่ได้ไปรับเชื้อจากใคร

เขาให้นึกถึงคำพูดในหนังเรื่อง the basis of sex ที่ว่า “กฎหมายถ้ามันไม่เข้ากับโลกปัจจุบัน มันก็ต้องเปลี่ยน” ประเทศไทยเป็นเสรีนิยมมากขึ้นแล้ว ก็หัดปรับกับบางเรื่องบ้าง แต่ที่สำคัญคือ การล้างชุดความเชื่อเดิม ซึ่งไม่ต้องถึงขนาดสุดโต่งก็ได้ว่า เสรีภาพทางเพศจะทำอะไรก็ได้ แต่แค่ให้เข้าใจกันว่ามันเป็นสิทธิและเรื่องธรรมชาติก็พอ

แรงกดดันที่สร้างกดทับกันไว้จนไม่มีความสุข ก็เข้าใจและผ่อนคลายมันเสียบ้างก็ดี. 
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : เพจล่า , Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%