อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

โบราณราชประเพณี บรมราชาภิเษกงามวิจิตรยิ่งใหญ่

สัปดาห์นี้ย้อนชมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระปฐมบรมราชโองการ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 จากนั้นเสด็จฯ โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค และในวันถัดไปเสด็จออกสีหบัญชร พฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น.


วันที่ 4 พ.ค. 62 เวลา 12.18 น. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ขณะประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระนพปฏลมหาเศวตฉัตร ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระปฐมบรมราชโองการพระราชทานอารักขาแก่ประชาชนชาวไทย “เราจะสืบสาน รักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” หลังเข้าพิธีสรงพระมุรธาภิเษก ทรงรับน้ำอภิเษก และทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก



เวลา 14.56 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์บนราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฏลมหาเศวตฉัตร ทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ มีพระราชดำรัสตอบในที่ชุมนุม พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ความว่า “ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขอเชิญชวนทุกท่านทุกฝ่ายในมหาสมาคมนี้ และประชาชนชาวไทยทุกคนได้ตั้งความปรารถนาร่วมกันกับข้าพเจ้า ในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติงานตามฐานะและหน้าที่ของตน โดยยึดเอาประโยชน์คือความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกร่มเย็นของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขอคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ประสบความสุข ความเจริญ พร้อมด้วยพรอันเป็นมงคลทุกประการ”

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ในที่ชุมนุมสงฆ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ กับข้าราชการ ความว่า “แต่เดิมมาข้าพเจ้าได้มีจิตรศรัทธาเลื่อมใส และระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะด้วยวิธีนั้น ๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว จึงขอมอบตัวแด่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้า กับได้รับการจัดการให้ความคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนาโดยชอบธรรมตลอดไป ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงจำไว้ด้วยดีว่า ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด”



ช่วงเช้าวันที่ 5 พ.ค. 62 ประชาชนชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศของประเทศสวมใส่เสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำพระราชชนมวาร ถนนทุกสายต่างมุ่งเข้าสู่ เกาะรัตนโกสินทร์และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทและถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เลียบพระนคร บรรยากาศเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินในช่วงเย็นวันนั้น ได้เกิดปรากฏการณ์ “ดวงอาทิตย์ทรงกลด” เหนือท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งในพระบุญญาธิการ ซึ่งจะทรงนำความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองและความเจริญผาสุกแก่พสกนิกรในอีกวาระหนึ่ง



เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จออกจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคตามโบราณราชประเพณี มีกองทหารแห่นำริ้วขบวนพระราชอิสริยยศออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี เสด็จพระราชดำเนินจากพระบรมมหาราชวังไปทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร รวมระยะทาง 6.77 กม. รวมเวลาประมาณ 6 ชม. ริ้วขบวนมีความยาวเกือบ 500 ม.

รูปแบบริ้วขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นการเดินตามเสียงกลองนับก้าว 75 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 ซม. ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลงได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, ใกล้รุ่ง, ยามเย็น, สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ใช้พลแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 32 นาย และสับเปลี่ยนกำลังพลแบกหามทุก 500 ม.



วันที่ 6 พ.ค. 62 เวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า.


………………………
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%