อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562

อย่าชะล่าใจ "รอยดำ" บนผิวหนัง อาจส่งต่อ 3 โรคร้าย

หลายครั้ง ที่เราค้นพบรอยดำบริเวณผิวหนัง บางคนอาจไม่สนใจ แต่บางคนรู้สึกว่าทำให้เสียบุคลิก เกิดความไม่มั่นใจ รอยดำที่ผิวหนังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยคือรอยดำที่เกิดภายหลังการอักเสบ โรคที่มีรอยดำซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง และโรคกลุ่มแพ้ภูมิตนเอง อาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 เวลา 07.30 น.

หลายครั้ง ที่เราค้นพบรอยดำบริเวณผิวหนัง บางคนอาจไม่สนใจ แต่บางคนรู้สึกว่าทำให้เสียบุคลิก เกิดความไม่มั่นใจ ดังนั้น ผศ.นพ.กัมพล เอี่ยมพนากิจ แพทย์
ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้มาขอไขข้อกระจ่างในเรื่องนี้ โดยระบุว่ารอยดำที่ผิวหนังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยคือรอยดำที่เกิดภายหลังการอักเสบ หรือเรียกว่า post-inflammatory hyperpigmentation โดยเกิดตามหลังโรคผิวหนังอักเสบชนิดต่าง ๆ ซึ่งภาวะรอยดำภายหลังการอักเสบเป็นภาวะไม่ได้อันตรายและสามารถจางหายได้เองแต่อาจใช้เวลาหลายเดือนจนถึงปี แต่ โรคที่มีรอยดำซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง และโรคกลุ่มแพ้ภูมิตนเอง



สำหรับมะเร็งผิวหนัง มี 2 ชนิดใหญ่ ได้แก่ 1. “มะเร็งผิวหนังชนิดไม่ใช่เมลาโนมา” พบบ่อยมากกว่าและเกิดบริเวณผิวหนังที่มีการสัมผัสแสงแดดมานาน เช่นที่ใบหน้า โดยจะแบ่งเป็น “มะเร็งเบซัลเซลล์” ลักษณะเป็นสีดำ ขอบยกนูนโตช้า และ “มะเร็งสความัสเซลล์” ซึ่งลักษณะเป็นผื่นแดง ขอบเขตชัด บางรายมีรอยดำร่วมด้วย และมักเกิดแผลได้บ่อย



2. มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา” พบได้น้อยในประเทศไทยแต่เป็นมะเร็งผิวหนังที่มีความรุนแรงมากที่สุด พบการแพร่กระจายไปอวัยวะต่าง ๆ ได้เร็ว มะเร็งชนิดนี้มักเกิดจาก “ไฝ” ซึ่งเป็นเนื้องอกที่ผิวหนังที่พบได้บ่อย พบได้ทุกบริเวณในร่างกาย โดยลักษณะที่บ่งชี้ว่าไฝมีการกลายเป็นมะเร็งเมลาโนมา ได้แก่ รูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบสม่ำเสมอ มีหลายสีทั้งสีดำเข้มและจาง ขนาดมากกว่า 6 มิลลิเมตร และโตเร็ว



ผศ.นพ.กัมพล บอกว่า สำหรับ โรคกลุ่มแพ้ภูมิตนเอง เกิดจากภาวะที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้างผิดปกติมากขึ้นส่งผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย รวมไปถึงผิวหนัง โดยโรคที่มีภาวะผิวหนังเป็นรอยดำ ได้แก่ โรคหนังแข็ง และโรคแพ้ภูมิตนเองเอสแอลอีหรือโรคลูปัส

โดย โรคหนังแข็ง พบอาการบวมตึงที่ผิวหนังบริเวณมือ เท้า และใบหน้า พบการเปลี่ยนแปลงสีผิวทั้งรอยขาวและรอยดำ อาจพบรอยดำคล้ำทั่วร่างกายได้ และยังพบอาการร่วมในระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบหายใจ เหนื่อยง่าย ระบบทางเดินอาหาร คือคลื่นไส้อาเจียน ท้องอืด เป็นต้น



ส่วน โรคแพ้ภูมิตนเองเอสแอลอีหรือโรคลูปัส พบผื่นผิวหนังอักเสบได้โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณที่สัมผัสแสงแดด และพบรอยดำได้ที่บริเวณใบหูและหนังศีรษะ สามารถพบอาการผมร่วงและแผลในปากร่วมด้วยได้ และพบอาการร่วมในระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบเลือด พบอาการซีด เพลีย เลือดออกง่าย ระบบไต พบปัสสาวะเป็นฟอง ปริมาณลดลง หรือปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ และอาการปวดข้อ เป็นต้น

ดังนั้นถ้ามีรอยดำที่ผิดปกติโดยเฉพาะที่มีลักษณะตามที่ได้กล่าวข้างต้น หรือมีอาการร่วมในระบบต่าง ๆ ของร่างกายควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเพื่อให้การวินิจฉัยทันท่วงที และให้การรักษาอย่างเหมาะสมซึ่งโรคบางอย่างสามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น มะเร็งเบซัลเซลล์ มะเร็งสความัสเซลล์ เป็นต้น แต่บางภาวะโดยเฉพาะโรคกลุ่มแพ้ภูมิตนเองสามารถรักษาโดยควบคุมอาการของโรคและช่วยให้รอยโรคผิวหนังดีขึ้นได้ ทั้งนี้ถ้าต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.dst.or.th ของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หรือเฟซบุ๊ก “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง”.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%