อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563

'สารพัดปัญหา'รอสะสาง บทพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลใหม่

สัปดาห์นี้พาไปส่องสารพัดปัญหาเมืองไทย บทพิสูจน์ฝีไม้ลายมือรอรัฐบาลชุดใหม่แก้ไข แม้ทีม “บิ๊กตู่” ยอมควักเนื้อพยุงเศรษฐกิจไว้ แต่จะเดินไปอย่างไรติดตามต่อไป จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ยังขมุกขมัวกันไม่เลิกกับ...การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งแม้ไม่สมบูรณ์แบบ 100% อย่างที่หลายคนคาดหวังก็ตาม แต่ในเมื่อได้ ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาตี้ลิสต์ กันมาแล้ว ก็ต้องยอมรับ เพราะประชาชนคนไทยได้ลงคะแนนเสียงเลือกกันมาเอง

ฉะนั้น...ณ เวลานี้ จะมาเลือก จะมาบ่น ก็ใช่ที่ เพียงแต่ต้องรอดู...โฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีหน้าตาอย่างไร? ยี้หรือไม่ยี้!! ถูกใจหรือไม่ถูกใจ!! ก็ต้องนั่งนับวันรอดูกันไป แม้จะมีรายชื่อพลอมแพลมออกมาให้เห็นกันบ้าง แต่เรื่องของการเมือง มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทุกนาที ตอนนี้ก็คงต้องนั่งลุ้นกันต่อไป เหมือน ๆ กับเรื่องราวช็อกโลกที่เกิดขึ้นมาแล้วจากการที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนจำนวน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตรา 25% ที่ใครต่อใครก็นั่งลุ้นกันไม่ติดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เผลอ ๆ ว่ากันว่ายังมีสินค้าอีก 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังไม่ได้ขึ้นภาษีเลย แถมประธานาธิบดี “ทรัมป์” ก็ยังออกมาขู่ฟ่อตลอดเวลา ก็ต้องลุ้นว่าเรื่องนี้ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” จะแก้เกมเอาคืนกันอย่างไร?



เอาเป็นว่า...งานนี้จะกลายเป็นเรื่องที่พิสูจน์ฝีไม้ลายมือของรัฐบาลชุดใหม่กันอีกหนึ่งเรื่อง แถมยังกลายเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว เพราะเพียงแค่นี้ ก็ทำเอาสถานการณ์ส่งออกไทยรูดลงไปมากถึง 7.6 หมื่นล้านบาทกันทีเดียว อย่าลืมว่าบ้านเรา...เมืองเรา...ยังต้องพึ่งพิงยังต้องอาศัยรายได้จากการส่งออกสินค้าไปขายเป็นหลัก แม้ว่าในอีกทางอาจเป็นผลดีที่ “ยักษ์ใหญ่สองซีกโลก” แซงชั่นหรือห่ำหั่นกันเอง ไทยอาจใช้โอกาสนี้ในการส่งออกสินค้าไปยังทั้ง 2 ประเทศเอง แต่อย่าลืมว่าผลกระทบของสงครามการค้า ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะงักงันตามไปด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า...ทั่วโลกต่างมีกำลังซื้อลดลง เงินรายได้แต่ละคนแต่ละชาติก็ย่อมต้องลดน้อยถอยลงไปด้วยเช่นกัน

เช่นเดียวกับรายได้จากการท่องเที่ยว ที่เป็นอีกหนึ่งรายได้ที่ทำให้ประเทศไทยเติบโตไปข้างหน้าได้ แต่ในเมื่อทั้งโลกสะดุด เชื่อเถอะรายได้ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกย่อมสะดุดตามไปด้วย โดยเฉพาะจากจีน ที่นับว่าเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งที่มาเที่ยวเมืองไทยมากที่สุด

เมื่อเศรษฐกิจจีนสะดุด เงินของนักท่องเที่ยวจีนย่อมสะดุดตามไปด้วย จำนวนนักท่องเที่ยวที่วาดฝันไว้ในปีนี้ประมาณ 40 ล้านคน อาจไม่เป็นดั่งฝัน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวบ้านเรามากกว่า 10 ล้านคน ก็อาจไม่เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ด้วยเช่นกัน



โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป ไทยก็ก้าวเข้าสู่ช่วง “โลว์ซีซั่น” ตัวเลขนักท่องเที่ยวอาจถดถอย เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ท้าทายความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ด้วยเช่นกัน และที่เห็น ๆ เวลานี้ อดีตรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา อย่าง “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ก็ลาออกไปเป็น ส.ว. แล้ว ก็ต้องจับตามองกันต่อไปว่ารัฐมนตรีคนใหม่ที่เข้ามา จะเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวให้สมอารมณ์หมายได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวในเวลานี้

ไม่เพียงแค่เรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลก แค่เท่านั้น แม้แต่เศรษฐกิจภายในประเทศเอง ณ เวลา นี้ ก็กำลังกลายเป็น “กระดูกชิ้นใหญ่” ที่ขวางคอรัฐบาลชุดใหม่

แม้ว่ารัฐบาลของ “บิ๊กตู่” ยอมควักเนื้อออกมาตรการมาพยุงเศรษฐกิจไว้ก่อนหน้าก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าเวลานี้ต่อให้อัดเงิน ใส่เงิน ให้กับผู้มีรายได้น้อยเข้าไปมากเพียงใด การกระตุ้นเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ เพราะการ “ส่งต่อ” ให้เศรษฐกิจหมุนได้หลาย ๆ รอบ นั้นน้อยเหลือเกิน

ขณะที่คนระดับบน ก็ได้สิทธิพิเศษ สิทธิประโยชน์ในเรื่องของการลงทุน การทำธุรกิจ ส่วนคนระดับกลางที่พอมีกำลังใช้จ่ายได้ดีกว่า กลับถูกมองข้าม!! ก็ทำให้การช่วยกันหมุนเงินให้สะพัดนั้นมีแรงไม่มากพอ จึงกลายเป็นว่ารัฐบาลออกมาตรการหลายอย่างมา แต่เศรษฐกิจกลับไม่วิ่ง!!



ไม่เพียงเท่านี้...ยังมีปัญหาเรื่องของหนี้สิน หรือหนี้ครัวเรือน ที่กำลังเป็นหอกข้างแคร่ สำคัญ แม้มีมาตรการต่าง ๆ ออกมาคุม แต่ผู้ให้และผู้รับต่างก็หาช่องมาเจอกันจนได้ จึงทำให้หนี้ครัวเรือนของไทยยังครองอันดับสามของเอเชีย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะวัดฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ด้วยเช่นกัน

นี่ยังไม่นับรวม...อีกสารพัดเรื่อง อย่างเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ที่เวลานี้ค่ายใหญ่ต่างส่อแววโละห้องชุดหรือคอนโดฯ หลุดโอน โดยจัดโปรโมชันกันกระหน่ำ หรือเรื่องของภัยแล้งที่กำลังย่างกรายเข้ามา หรือเรื่องของการจัดเก็บรายได้ ที่ทำเอากรมจัดเก็บภาษีหืดขึ้นคอกันเป็นแถว

ทั้งหลายทั้งปวง...ยังเป็นเพียง “น้ำจิ้ม” ที่รอคอยรัฐบาลใหม่เข้ามาสะสาง ส่วน “ของจริง” จะเป็นอย่างไร? ก็ต้องจับตาดูฝีมือของรัฐบาลใหม่กันต่อไป.
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 115