อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

คน'เก่า&ใหม่'ในการเมือง เลือกตั้งรอบนี้ดีหรือเหลว

สัปดาห์นี้ชวนวิเคาระห์กันอีกรอบ เพราะเกมการเมืองยังไม่สงบ “คนเก่า” จะได้สานสานต่อ หรือให้โอกาส “หน้าใหม่ ๆ” พิสูจน์ฝีมือหลังจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


หลังจากเฝ้ารอกันมาเดือนกว่า จนมีคนเหน็บแนมไปเยอะพอน่วม ๆ ว่า “ตกลงประเทศไทยเลือกตั้งแล้วเหรอ” ในที่สุด กกต. ก็ประกาศผลการเลือกตั้งได้เสียที รับรองไปทั้งสิ้น 498 คน และจากนี้ก็ต้องมีการนัดเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นจึงจะมีการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ แล้วก็นายกฯ ตั้ง ครม. จนเมื่อ ครม. เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ก็มีผลให้ คสช. หมดสิ้นสภาพไปตามวาระ

หลายคนพูดว่า การตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้เป็นการตั้งรัฐบาลที่ประหลาด คือปกติเราจะคุ้นเคยกับภาพของพรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่ง จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่นี่ดูแล้วเหมือนกับอะไร ๆ วางหมากวางเกมไว้แล้วว่า พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะไม่ใช่พรรคที่ได้ ส.ส. เสียงข้างมากอันดับหนึ่ง แต่เขาก็ไหลไปได้ว่า ไม่ได้ขึ้นกับธรรมเนียมปฏิบัตินี่ แล้วแต่ฝ่ายไหนจะรวมเสียงข้างมาก (ในการโหวตนายกฯ) ได้ก่อน

พอเห็นโผ ครม. บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอนมาเป็นนายกฯ นั่นพอจะเข้าใจได้นานแล้ว แต่ยังมีชื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นรองนายกฯ หรือ รมว.กลาโหม และ “บิ๊กป๊อก” พล..อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาเป็น รมว.มหาดไทยอีก อย่างว่า “โควตา คสช.” แถมไม่รู้เพื่อนบิ๊กตู่มาอีกกี่คน มันก็จะทำให้เกิดข้อครหาได้ว่า “สืบทอดอำนาจ” ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคอธิบายกันปากเปียกปากแฉะแล้วว่า “เรามาด้วยวิถีประชาธิปไตย”



เรื่องมีคนใน คสช. มากินตำแหน่งรัฐมนตรีซ้ำอีก อย่าคิดว่าไม่มีผลกระทบ เพราะมีข่าวแล้วว่าพรรคขนาดกลางที่จะร่วมรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยชักจะผวา ๆ ไม่ใช่แค่โควตา คสช. รายชื่อ ส.ว. ที่เพิ่งตั้งไปแค่ชื่อ “บิ๊กติ๊ก” พล..ปรีชา จันทร์โอชก็ทิ้งบอมบ์ลูกมโหฬารไปที่ คสช. แล้วว่า “ที่สุดก็เอาแต่เลือกพี่น้องหรือคนกันเอง” แถมมีตั้งคำถามอีกว่า “ถ้าเป็นรัฐบาลแม้วทำแบบนี้จะยอมได้ไหม” นี่ฝากถามไปยังเหล่าคนเกลียดแม้ว

พูดง่าย ๆ พอภาพลักษณ์ไม่ดี มันก็ฉุดเอาภาพลักษณ์พรรคร่วมแย่ไปด้วย ว่าสมยอมต่อการสืบทอดอำนาจ แถมรัฐบาลมีสภาพเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มเสียอีก มันมีโอกาสจะอยู่ได้ไม่นาน แถมอยู่แบบงานการไม่ได้ทำ คือต้องคอยถูกตีรวนต้องคอยแก้ต่างมั่วไปหมดแต่พอจะเลือกตั้งใหม่ภาพลักษณ์ที่ถูกตีตราไปแล้วว่าสืบทอดอำนาจก็ติดตัว ทำให้มีข่าวว่าประชาธิปัตย์ เขาขอคิดหลัง 15 พ.ค. ส่วนภูมิใจไทยก็ขอหารือกับ ส.ส. วันที่ 16 พ.ค.

เรื่องสืบทอดอำนาจก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องต่อมาที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลวุ่นวายไม่จบง่าย ๆ ก็คือเรื่องของแบ่งเก้าอี้ ครม. อย่างที่เล่าไปตอนต้นว่า “มันมีโควตา คสช.” แล้วมันก็ต้องมีโควตาพรรคพลังประชารัฐอีก ซึ่งไอ้ที่เขากอดไว้แน่นก็คือกระทรวงการคลัง ที่ยังไงก็ต้องเข้าไปดูการจัดการเงินในโครงการประชานิยม และก็กระทรวงเกษตรฯ ที่เป็นกระทรวงขายนโยบายสำคัญโดยเฉพาะเรื่องที่ดิน สปก. และเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นนโยบายรัฐบาล



พรรคที่ไปเชิญมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่พอใจจริงดังคาด หาว่า “พปชร. กอดกระทรวงใหญ่ไว้พรรคเดียว” แม้ว่าทาง พปชร. จะอ้างว่าได้ใช้หาเสียงไป ถ้าไม่ทำจะมีผลต่อคะแนนนิยม แต่พรรคอื่นเขาก็หาเสียงอันที่ต้องใช้กระทรวงสายเศรษฐกิจเหมือนกันนี่หว่า แต่เอาเป็นว่าเกรดเอ (แปลว่างบเยอะ) ที่พอจะให้ได้ คือ ประชาธิปัตย์เอาศึกษาธิการไป ภูมิใจไทยเอาสาธารณสุขไป จะได้ทำเรื่องกัญชาอย่างที่ตั้งใจ

แต่จะได้กระทรวงไหน เขาก็อยากมีผลงานด้วยไม่ใช่นั่งกินตำแหน่งไปขำ ๆ เพราะรัฐบาลนี้มีแต่คนประเมินว่า อยู่ไม่ยาวหรอก ดังนั้นพรรคร่วมก็ต้องเร่งทำผลงาน แต่ พปชร. ก็อิ๊อ๊ะจะให้ของดี ๆ แล้วบอกจะหวงไว้ทำผลงานตัวเองหมด พรรคที่จะมาร่วมก็ไม่พอใจ เขายกตัวอย่างสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ให้กลุ่มภูมิใจไทยออกจากพลังประชาชนเขายังดีลกันใจถึงกว่านี้เยอะ ให้เกรดเอมาเลยทั้งมหาดไทย คมนาคม พาณิชย์

ก็เลยมีข่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งก็เป็นที่นับถือของคนพรรคภูมิใจไทย อดรนทนไม่ได้ จะเจรจาสามฝ่ายคือรวมประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติพัฒนา ไปตั้งรัฐบาลเป็นขั้วที่สามดีกว่า ประกาศเลยก็ได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้ามาทำงาน ไม่ใช่ขั้วขัดแย้งที่จะเข้ามาเชคบิลกัน ซึ่งก็เป็นดีลที่น่าสนใจกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพูดได้ว่าไม่ต้องสวิงเข้าขั้วไหน แต่จะมีใครมาจับกับประชาธิปัตย์เอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เป็นการปล่อยข่าว “ต่อรองราคา” เรียกเก้าอี้รัฐมนตรีหรือเปล่า

ซึ่งถ้าเกิดขั้วที่สามจริง (ไม่ใช่ต่อราคา) พรรคที่พร้อมช่วยหนุนคงจะเป็นอนาคตใหม่ “เสี่ยเอก” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดูกระเหี้ยนกระหือที่สุดที่จะตัดตอน คสช. ให้ได้ และ “เสี่ยเอก” ก็แย้มว่ามีกระบวนการพูดคุยอยู่เพียงแต่ยังไม่บอกไปก่อนตามมารยาท ซึ่งเขาก็หวังจนถึงยอมให้มีเสียงไปรวมขั้ว 3 ให้ได้เกิน 376 คะแนนเพื่อตัดตอน ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ถ้าเกิดขั้วสามจริงอาจมีการต่อรองให้แก้รัฐธรรมนูญ เลือก ส.ว., องค์กรอิสระใหม่ จัดเลือกตั้งใหม่ได้



ที่กล่าวมาข้างต้นก็เห็นกันถึงปัญหาเก่า ๆ คือ เรื่องการต่อรองอำนาจ ซึ่งก็เป็นข้อเสียของรัฐบาลผสม และเกิดจากความพยายามจะทำให้ คสช. มีอำนาจต่อไปได้อยู่ พอหลังเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกที่เลือกประธานรัฐสภา ก็จะเห็นอะไร ๆ มากขึ้น และพอจัดตั้งรัฐบาลก็จะได้เห็นอีกว่า มีการตีรวนกันจนรัฐบาลไม่ได้ทำงานอีกมากหรือไม่ แค่ในเกมสภามันก็เกิดขึ้นได้แล้ว เพราะถ้าได้รัฐบาลเสียงปริ่มจริง ฝ่ายค้านรวมหัวกันเข้าครบรัฐบาลก็เละ

แต่ก็มีเรื่องผลการเลือกตั้งที่อาจมองเป็นข้อดีก็ได้ คือการได้ ส.ส. ใหม่เยอะ อย่างพรรคอนาคตใหม่มาจำนวนมากถึง 80 คน ซึ่งแม้จะเป็นหน้าใหม่แต่ดูเหมือนเขาก็เวิร์คช็อปกันบ่อยเกี่ยวกับการทำงานสภา ประมาณว่า ใครชำนาญงานไหนก็ทำให้เต็มที่ พวกเก่งอภิปรายก็เป็นขุนศึกไป พวกไม่เก่งก็เป็นฝ่ายสนับสนุนช่วยหาข้อมูล และที่สำคัญคือ ตัวหัวหน้าพรรคได้ประกาศในวันไปรับเอกสาร กกต. ว่า “ส..ของเราจะต้องไม่ใช้ภาษีประชาชนสุรุ่ยสุร่าย”



ในการเวิร์คช็อปเมื่อวันที่ 11 พ.ค. แกนนำพรรคเขาก็สั่งว่า ในการเข้าเป็นกรรมาธิการแต่ละชุดนั้น จะต้องเซ็นชื่อและเข้าร่วมประชุมจริง โดยจะต้องมีการทำบันทึกการประชุมและเขียนรายงานเรื่องนั้น ๆ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ ทำนองว่าทำอะไร ประเทศชาติได้อะไร รวมถึงการไปดูงานต่างประเทศ ก็ต้องมีการเขียนรายงานองค์ความรู้ที่ได้มาสู่สาธารณะ ไม่ใช่คิดแต่เรื่องท่องเที่ยว เพราะงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดนั้นมาจากภาษีของประชาชน

เป็นเรื่องน่าสนใจว่า “อนาคตใหม่” จะเป็นผู้นำในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีตรงนี้ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเรื่องการดูงานต่างประเทศของกรรมาธิการนั้นถูกด่าทุกปีว่า “ไม่เห็นจะได้อะไรมา”...ที่คิดว่าเป็นข้อดีคือโอกาสของคนใหม่ๆที่เข้ามาจำนวนมาก อาจสร้างวัฒนธรรมหรือปรากฏการณ์ใหม่ดีๆ ให้สภาได้ ขอให้ตั้งใจเป็น “ผู้แทนราษฎร” จริง

ถ้าไม่มัวทะเลาะ แย่งอำนาจกัน ก็อยากเห็นฝีมือหน้าใหม่ ๆ บ้าง เห็นแก่โอกาสประชาชนบ้างเถอะ.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%