อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

แนะวิธีลดเหนียง-แก้มย้อย หน้าวีเชฟไม่ง้อศัลยกรรม

สัปดาห์นี้นวัตกรรมลดเหนียง “Thermage FLX” ปรับรูปหน้าเรียวเล็ก กำจัดไขมันส่วนเกินที่ใบหน้า แก้ไขผิวหนังหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับรูปหน้า ฟื้นฟูเส้นใยคอลลาเจน พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.


ทุกวันนี้ต้องยอมรับเลยว่าการทำศัลยกรรม เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนรักสวยรักงามและอยากมีรูปร่างหน้าตาที่ดี แต่สำหรับบางท่านอาจมีข้อจำกัดที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกกลัว ความเสี่ยงจากอายุที่มากขึ้น ความพร้อมและการตระเตรียมตัว หรือแม้แต่ช่วงเวลาและจังหวะการทำ เพราะการทำศัลยกรรมหนักเกี่ยวกับใบหน้า จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการทำศัลยกรรม หรือจนกว่าใบหน้าจะเข้าที่ซึ่งใช้เวลานาน



ในวันนี้เราจึงจะมาพูดถึงตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องพึ่งพาการทำศัลยกรรมหรือการผ่าตัดใด ๆ ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า “Thermage FLX” เป็นเครื่องยกกระชับรูปหน้า ที่จะปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก กำจัดไขมันส่วนเกินที่ใบหน้า แก้ไขผิวหนังหย่อนคล้อย และยังฟื้นฟูเส้นใยคอลลาเจนอีกด้วย

เราไปพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนัง “นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์” ผู้บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์เดอะคลีนิกค์ (THE  KLINIQUE) ให้ข้อมูลว่า ถ้าเราย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากเดอะคลีนิกค์จะเป็นที่แรก ๆ ที่ใช้เครื่องฉายแสงรักษาผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิวแล้ว ปัจจุบันยังเป็นที่แรกในประเทศไทยที่มีเครื่อง “Thermage FLX” ซึ่งเป็นโปรแกรมยกกระชับใบหน้า ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิว แก้ไขปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก  ช่วยให้แก้มและเหนียงกระชับขึ้น พร้อมฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์ได้ในทันทีและต่อเนื่องยาวนานถึง 1-2 ปี โดยที่ไม่ต้องพักฟื้นผิว ด้วยเทคโนโลยีรับรองมาตรฐานจาก US FDA ทั้งนี้ ที่เดอะคลีนิกค์ ยังมีจำนวนเครื่อง Thermage FLX มากที่สุดในประเทศไทย 



สำหรับเครื่อง “Thermage FLX” ในปัจจุบันเป็นเครื่องรุ่นที่สี่ ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด จะช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยการยิงพลังงาน “คลื่นความถี่วิทยุ” ผ่านหัว tip ขนาด 4 ตารางเซนติเมตร ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ของโครงสร้างผิว เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามอายุที่คล้ายกับลูกโป่ง เพราะอายุที่มากขึ้นผิวก็ยิ่งขยายใหญ่ เมื่อใช้เครื่อง Thermage FLX พื้นผิวบริเวณที่ทำการรักษาก็จะหดตัว ทำให้รูปหน้าดูเรียวมากขึ้น โดยไปกระตุ้นการจัดระเบียบปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ผิวกระชับได้อีกครั้ง ซึ่งการรักษาทำครั้งเดียวจบ และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1-3 ปี ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล


อย่างไรก็ตาม ตระกูลเครื่อง Thermage ที่เรากำลังพูดถึงจะมีทั้งหมด 4 รุ่น โดยเมื่อ 20 ปีก่อน เครื่องรุ่นแรกคือ “ThermaCool” ต่อมาพัฒนาเป็นรุ่นสอง “Thermage NXT” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนธูปจี้ จากนั้นพัฒนาเรื่อยมาเป็นรุ่นสาม “Thermage CPT” ซึ่งมีประจำการอยู่ที่เดอะคลีนิกค์ 10 กว่าเครื่อง และมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก






โดยเจ้าเครื่อง Thermage FLX รุ่นสี่ที่ออกมาเมื่อปลายปี 2018 กลายเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลก และให้ความต่างจากการทำศัลยกรรมด้วยการผ่าตัด เพราะส่วนมากแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายค่อนข้างนานกว่าแผลผ่าตัดจะหายดีเป็นปกติ และด้วยประสบการณ์ด้านเลเซอร์ผิวหนังของคุณหมอ ที่มีดีกรีจบแพทย์จุฬาฯ จากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่ Laser in dermatology ที่ Harvard Medical School ประเทศสหรัฐอเมริกา และด้านศัลยกรรมผิวหนังที่ไมอามี (Miami) รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 70% ในวัยทำงานช่วงอายุ 30-40 ปี บอกต่อและไว้ใจ เนื่องจากเกิดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและการดูแลผิวหลังการรักษา



นอกจากนี้ความน่าเชื่อถือของเดอะคลีนิกค์ ยังได้ดาราสาวตัวแม่แห่งวงการบันเทิงอย่าง “คุณอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” มาเป็น Brand Ambassador โดยมีเพื่อนของสาวอั้มแนะนำให้เธอมาดูแลผิวพรรณที่คลินิกแห่งนี้ เพราะการเป็นนักแสดงก็ต้องสวยเป๊ะอยู่ตลอดเวลา สาวอั้มจึงกลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ดูแลตัวเอง ซึ่งทุกคนก็อยากจะสวยเหมือนกับเธอที่เป็นมาตราฐานความงาม และเป็นไอดอลของผู้หญิงไทย




“ส่วนใหญ่ครีมกระปุกเดียว คนก็จะนึกว่าช่วยแก้ได้ทุกปัญหา แต่จริงๆไม่ใช่อย่างนั้น พออายุมากขึ้นย่อมต้องอาศัยนวัตกรรมขั้นสูงที่สามารถแก้ไขปัญหาได้มากขึ้น และข้อดีคือเราไม่ต้องไปทำศัลยกรรม ทำเสร็จไม่ต้องพักฟื้น เพื่อให้คนไข้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนัง แนะนำอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่กลัวมีดหมอ


นพ.อภิรุจ ให้ข้อมูลเสริมว่า ก่อนการรักษาคนไข้จะมีการตรวจสภาพผิวหน้า เพื่อวางแผนแก้ไขจุดที่เป็นกังวล อาทิ ผิวเป็นฝ้า กระ หรือโรคผิวหนังหรือไม่ บางคนผิวแพ้ ผิวหน้าแห้ง อาจจะต้องกลับไปบำรุงผิวก่อนให้แข็งแรง หรือการถูกแดดจัด ๆ มาก็ต้องพักผิวหน้าสักระยะ ส่วนข้อห้ามก่อนทำการรักษาได้แก่ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น แผลติดเชื้อ งูสวัด ใส่เครื่องช่วยกระตุ้นหัวใจ ต้องงดเว้นเพราะเป็นข้อห้ามทำ เนื่องจากคลื่นความถี่วิทยุอาจไปรบกวนการทำงานของเครื่องที่ฝังอยู่ในร่างกายได้  



โปรแกรมการดูแลของ Thermage FLX ที่เดอะคลีนิกค์ ส่วนใหญ่จะเน้นเลยว่า “...ทำครั้งแรกต้องเห็นผลแล้ว เพราะเรามีความรู้สึกว่า ถ้าเราเป็นคนทำเอง เราก็คงรู้สึกไม่แฮปปี้ถ้าต้องทำหลายๆ ครั้ง” นพ.อภิรุจ ให้ความมั่นใจ


ทั้งนี้ในระหว่างการรักษา เครื่อง Thermage จะปรับระดับพลังงานที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งรุ่นที่สี่เป็นรุ่นล่าสุดที่พัฒนาให้รู้สึกผ่อนคลายขณะทำและพลังงานลงลึกกว่า 3 รุ่นแรก ซึ่งใช้เวลาการทำเพียง 30 – 45  นาที แต่หากท่านใดต้องการทำมากกว่าปีละ 1 ครั้ง ก็สามารถทำได้ถี่กว่านั้น เพราะไม่ใช่การทำศัลยกรรม เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์


“เวลาหมอผ่าตัด เขาจะเปิดผิวหนังแล้วก็ดึงหน้าเรา ต้องเย็บที่กล้ามเนื้อส่วนบน ดูดไขมัน ตัดผิวหนัง ซึ่งตัวนี้เครื่อง Thermage FLX  เราไม่ต้องเปิดแผล แต่เราปล่อยคลื่นความถี่วิทยุเข้าไปแทน เพื่อสลายไขมันและทำให้ผิวหดตัว โดยแพย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหา และใช้เครื่องให้เหมาะสมกับใบหน้าคนไข้” นพ.อภิรุจ เผยข้อดีเทียบกับวิธีอื่น


ส่วนคำแนะนำจากคุณหมอ หลังการรักษาให้หลีกเลี่ยงแสงแดด 2-4 สัปดาห์ เพราะแสงแดดมีรังสี UV ที่เป็นตัวทำลายผิวและคอลลาเจนที่กำลังสร้างใหม่ ทั้งนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. เพื่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดี โดยร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่ได้เต็มที่ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นผลใน 1-3 เดือนแรก แต่ก็ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำของแต่ละคนที่ใช้ชีวิตต่างกัน สิ่งสำคัญเพื่อยืดอายุของผลการรักษา คือ ไม่ควรสูบบุหรี่ หรือจะรับประทานวิตามินเสริมก็สามารถทำได้






นอกจากการสลายไขมัน ยกกระชับด้วยเครื่อง Thermage FLX แล้วนั้น เดอะคลีนิกค์ยังได้รับรางวัลการรักษาด้วยโปรมแกรม Ulthera มากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก จากทาง Merz Aesthetics ประเทศเยอรมันนี เฉือนเอาชนะจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฮ่องกง และเกาหลี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการทีมแพทย์ไทย ซึ่งทั้ง Thermage FLX ละ Ulthera ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกให้การยอมรับและเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีที่สุดของผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าของตัวเอง โดยไม่ต้องการทำศัลยกรรม.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 202