อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ไฉนผู้สูงอายุจึงมักท้องผูก 'ดีท็อกซ์-ลดหวาน'ช่วยได้(คลิป)

สัปดาห์นี้ไปดูวิธีแก้ท้องผูก-ติดยาระบาย “ดีท็อกซ์ลำไส้” ลดอาหารหวานช่วยได้ เตือนกลุ่มเสี่ยงห้ามทำสายสวน บางรายปรับการกินก็ดีขึ้นแล้ว แนะทานไฟเบอร์-ข้าวกล้อง เลือกกินผักสุกที่ไม่ท้องผูก จันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ครั้งที่แล้วคุณยาย OK พาไปรู้จักอาการปวดปลายประสาทตามผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสงูสวัด มาครั้งนี้ข้อสงสัยที่ทุกคนถามกันเข้ามามาก คือ ผู้สูงอายุท้องผูกจะดีท็อกซ์ได้ไหม? วันนี้คุณยายจะพาไปค้นหาคำตอบกัน

พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช ให้ข้อมูลว่า จริง ๆ การดีท็อกซ์ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์โดยตรง แต่เป็นแพทย์ทางเลือกมากกว่า คือ การนำเอาสารพิษออกจากร่างกาย หรือขจัดพิษหรือการถอนพิษออกจากร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีแค่สายสวนอย่างที่เรารู้จักกัน

ทว่ายังมี “การดีท็อกซ์ตับ” เป็นการให้วิตามินทำให้การทำงานของตับดีขึ้น หรือแม้แต่ “การลดอาหาร” เพื่อดีท็อกซ์ เช่น 24 ชม. ให้ดื่มเฉพาะน้ำเปล่า หลังจากนั้นดื่มน้ำผลไม้ตามด้วยอาหารอ่อน ปรับให้ลำไส้รับสารพิษน้อยลง ได้พักและทำงานดีขึ้น รวมถึงอีกวิธีคือ “คีเลชั่นบำบัด” (Chelation Therapy) เป็นการขจัดโลหะหนักในร่างกาย และให้วิตามิน High Dose เติมความสดชื่น ลดอาการแพ้ ลดอาการเมื่อยล้าต่าง ๆ ของร่างกาย

ฉะนั้นแล้วนิยามของคำว่าดีท็อกซ์ คือ...การนำสารพิษออกจากร่างกาย



โดยหลักการของ “การดีท็อกซ์ลำไส้” คือ การใช้สายสวนเข้าไปทางทวารหนักโดยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยน้ำที่อุณหภูมิเท่ากับร่างกาย 37-38 องศาฯ ซึ่งหากทำเองที่บ้านอาจจะอยู่ที่ 20 องศาฯ เพราะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ น้ำจะไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว ขับสิ่งต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ ให้นึกถึงเวลาที่เรากินข้าว แล้วเศษอาหารติดฟันปล่อยไว้อาจทำให้เหงือกอักเสบได้ เมื่อสภาพเช่นนี้ไปอยู่ในลำไส้ ก็จะเกิดภาวะอักเสบและภาวะเน่าในที่สุด จนมีอาการร้อนใน สิวผุดขึ้น ปวดกล้ามเนื้อ วิงเวียนศีรษะ บางคนอารมณ์หงุดหงิดเพราะไม่ขับถ่าย ลองดูว่าเรามีปัญหาที่สำไส้หรือไม่

การดีท็อกซ์จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายหรือท้องผูกมาก ๆ หรือผู้สูงอายุที่ติดยาระบาย แต่ก็ไม่ใช่แค่ดีท็อกซ์ลำไส้อย่างเดียว แต่จะต้องเพิ่มการทานอาหารที่มีกากใย เช่น ทานข้าวกล้อง ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่ต้องดีท็อกซ์



สำหรับผู้สูงอายุต้องตรวจร่างกาย ถ้าอายุมาก ๆ แบบว่า...ลุกนั่งยังลำบาก การดีท็อกซ์ก็เป็นความลำบากที่ต้องปีนขึ้นเตียง หรือขยับตัว ฉะนั้นถ้าอายุมาก ๆ อาจไม่เหมาะสมกับการดีท็อกซ์ เพราะบางคนไม่ต้องดีท็อกซ์ แค่ปรับการทานอาหารอาการดีขึ้นแล้ว

ส่วนใครที่ร่างกายไม่อำนวย ไม่แนะนำให้ทำดีท็อกซ์ เพราะโดยปกติร่างกายจะมีกลไกสั่งให้ลำไส้บีบตัวอยู่แล้ว ซึ่งอันดับแรกลองสังเกตตัวเองก่อน ถ้าร่างกายไม่ปกติจริง ๆ แนะนำให้ทานอาหารจำพวกไฟเบอร์ เพราะมีน้ำมาก และดื่มน้ำเยอะ ๆ วันละ 1-2 ลิตรจะดีกว่า และหากอายุเกิน 60 ปี ก็ควรตรวจร่างกายเช็กโรคมะเร็งลำไส้ มีเลือดปนที่มองไม่เห็นอยู่ในอุจจาระหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องส่งตรวจหามะเร็งลำไส้ต่อไป



ข้อดีคือทำได้ง่าย ข้อเสียคือเรื่องความสะอาดและน้ำที่อยู่ข้างใน หรือบางคนใช้กาแฟสวน เพราะเชื่อว่าดีท็อกซ์พิษได้ดีกว่า แต่ว่ามันยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยยืนยันได้ ซึ่งเคยมีเคสที่ใช้กาแฟดีท็อกซ์ลำไส้และติดเชื้อมาให้หมอรักษา ฉะนั้นไม่แนะนำให้ทำ ถ้าจะทำก็แนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน” พญ.ณัฐชญา กล่าวเตือน

ผลการรักษาสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ หลังจากทำดีท็อกซ์ในช่วงแรก 1-2 สัปดาห์/ครั้ง จะกลับมาขับถ่ายเองได้ โดยอาจจะไม่ต้องดีท็อกซ์แล้ว เมื่อปัญหาหายไปก็ปรับการทานอาหารให้สมดุลกับร่างกาย แต่แน่นอนว่ามี “ข้อห้าม” เช่นกัน อาทิ ผู้มีปัญหาลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้ สำไส้อุดตัน หรือผู้มีแผลรอบลำไส้ โดยแพทย์จะต้องตรวจร่างกาย ซักประวัติตามความสงสัยของแพทย์ หรือคนเป็นโรคเบาหวานก็ไม่ควรจะอดอาหารล้างพิษ



จริง ๆ แล้วสิ่งที่ดีกับลำไส้ของมนุษย์ คือ ลดความหวาน เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่อยู่ในลำไส้ ควรหันมาทานโยเกิร์ต โปรไบโอติกส์ เพื่อช่วยให้ลำไส้สมดุลมากขึ้น รับประทานอาหารที่มีกากใย และไฟเบอร์ เพราะไฟเบอร์เป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดี หรือที่เรียกว่า “พรีไบโอติก”

แต่อย่างไรก็ดี ต้องสังเกตร่างกายตัวเองด้วย เพราะผู้สูงอายุบางคนกินผักแล้วท้องอืด ฉะนั้นต้องเลือกชนิดผักที่กินแล้วไม่ท้องอืด สบายท้อง และขับถ่ายได้ตามปกติ ส่วนใหญ่แนะนำให้ทานข้าวกล้อง เพราะข้าวขาวไม่มีไฟเบอร์ มีแต่แป้งล้วน ๆ แต่ข้าวกล้องที่ขัดสีไม่หมดเป็นไฟเบอร์ที่ย่อยง่าย และมีวิตามินอื่น ๆ ที่อยู่ตรงเปลือกด้วย



สำหรับผู้สูงอายุที่ชื่นชอบทานผักก็ให้สังเกตว่า ผักชนิดไหนที่มีไฟเบอร์สูง ใบจะแข็ง ๆ แนะนำให้ทานสุก แต่ถ้าเป็นผลไม้ทานสดได้ ย้ำว่าผู้สูงอายุต้องสังเกตร่างกายมากกว่าวัยอื่น ๆ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ลดน้อยลงกว่าวัยหนุ่มสาว สิ่งสำคัญออกกำลังกาย ผู้สูงอายุป่วยง่ายแต่สามารถเดินในน้ำ เพราะช่วยพยุงหัวเข่าได้ แต่ถ้านั่งเฉย ๆ ลำไส้ไม่บีบตัว กินอะไรก็ไม่ย่อย ลำไส้ก็ดูดซึมไม่ดี ท้องก็ป่องออก ๆ ฉะนั้นผู้สูงอายุทานแต่พอดี หมั่นสังเกตตัวเอง ลดอาหารหวาน ก็จะแข็งแรงไปนาน ๆ.


...............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”


คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65