อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

ซ่อมจนหลง ตอนที่ 1

เด็กยุค “ซิกซ์ตี้” ช่วงนั้น ทรงผมตามอย่างดาราฮอลลีวูด เช่น ทรงเฟเบี้ยน หรือทรงเอลวิส ก็เป็นที่ชื่นชอบและเอามาประดิษฐานไว้บนหัวของพวกเรากันทั่วบ้านทั่วเมือง จันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00 น.


“ระบบซ่อม”ของทหารที่พวกเราใช้กันอยู่ในหลายระดับหน่วยนั้น มิได้เป็นเพียงเพื่อ “เอามัน”หรือ “อวดอำนาจเหนือ” กดขี่ข่มเหงผู้ต่ำกว่าตามแบบเผด็จการที่บางท่านชอบนินทาพวกผมลับหลังอยู่บ่อยๆแต่อย่างใด

สำหรับอาชีพทหารนี้ แน่นอนพวกเรามีอะไรหลายอย่างที่ “พิเศษ”กว่าผู้คนในอาชีพอื่นๆ อย่างที่เห็นกันชัดๆก็คือ สังคมอนุญาตให้พวกผมถืออาวุธ รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆที่ถือไม่ไหวแบกก็ไม่ไหวอีกหลายร้อยหลายพันชนิด ซึ่งทั้งหมดนั้นจะลงเอยไปที่เรื่องของ “อำนาจการทำลายล้าง”

อนุญาตให้ถืออาวุธก็เพื่อให้ใช้อาวุธนั้นปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศชาติ เรื่องนี้ย่อมเป็นที่ยอมรับและเข้าใจกันทั่วไป และเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่จำเป็นสำหรับให้มั่นใจว่าทหารจะไม่ใช้สิทธิพิเศษเรื่องให้ถืออาวุธได้นี้ไปกระทำการมิดีมิร้าย(แปลว่า”ร้าย”สถานเดียว) ก็จึงต้องมีอะไรบางอย่างมากำกับไว้ซึ่งหลวงท่านเรียกว่า “วินัย” รวมทั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับ ต่างๆ

ด้านหนึ่งทหารที่ดีจะต้อง “รับคำสั่งแล้วทำทันที” จะมาโลเลถามหาเหตุผลกันไม่ได้ เพราะในบางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน วินาทีเดียวบางจุดบางเวลาในสงครามอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ของกองทัพหรือประเทศชาติเป็นส่วนรวมได้

แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ “ความชอบธรรมของคำสั่ง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องตระหนักและยึดมั่นไว้ในใจเสมอทุกครั้งที่ต้องออกคำสั่งให้ลูกน้องปฏิบัติ ทำได้เช่นนี้ เรื่องโลเลถามสาเหตุว่า ทำไมต้องไปเข้าตีเขา ทำไมต้องไปห้ามเขา ทำไมต้องยืดเขา ฯลฯ ก็ไม่เกิด



เยส เซ่อร์....”รับคำสั่ง ทำทันที ไม่มีปัญหา !!!”

แม้ในยุคหลายสิบปีมาแล้วที่พวกผมก้าวเท้าเข้าสู้อาณาจักร “จักรดาว” ในรั้วเตรียมทหารนั้น เรื่องของ “สิทธิเสรีภาพ” หรือ “ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์” จะไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันนักก็ตาม จะเป็นเพราะมันไม่เคยมีอยู่ในประเทศนี้ หรือยังไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้จัก ฯลฯ ก็แล้วแต่ แต่เราก็มีเรื่องอะไรๆที่ทำตามใจได้พอสมควรทีเดียว

อย่างเรื่องของ”ทรงผม” เด็กหนุ่มรุ่นผม ซึ่งอาจเรียกให้เห็นภาพได้ง่ายว่าเป็นเด็กยุค “ซิกซ์ตี้” ช่วงนั้นทรงผมตามอย่างดาราฮอลลีวูด เช่น ทรงเฟเบี้ยน หรือทรงเอลวิส ก็เป็นที่ชื่นชอบและเอามาประดิษฐานไว้บนหัวของพวกเรากันทั่วบ้านทั่วเมือง ครับ-ทรงผมเหนียวหนับด้วยแรงยึดหนี่ยวทรงพลังของน้ำมันใส่ผมที่ข้นพอๆกับจาระบี พร้อมด้วยจุดเด่นกระบังเหนือหน้าผากที่ยังพอหาดูได้จากอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งในทุกวันนี้

ดนตรี ร็อค แอนด์ โรลล์ กำลังฮิตเต็มที่ ขวัญใจวัยรุ่น(ขาเกรียน)อย่าง โก๋ หลังวัง แดง ไบร์เลย์ ปุ๊ ระเบิดขวด ฯลฯ ที่ฮือฮากันในหนังไทยเรื่องหนึ่งก็นับเป็นเหตุการณ์ร่วมสมัยอย่างหนึ่ง เพื่อนผมคนหนึ่งซึ่งต่อมาจะได้เป็นนายพล ตอนยังเรียนมัธยมก็ยังเคยฟาดฟัน ยกพวกจากอำนวยศิลป์ไปตีกับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายเหล่านี้ด้วยซ้ำไป

เรื่องราวเหล่านี้ทางทหารถือว่าเอาติดตัวผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาไม่ได้ แต่บางคนก็ยังคงมีติดมาบ้างจึงต้องจัดการชัดถูออกเสียให้หมดจดแถมด้วยการปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นสุภาพบุรุษทหารแท้เข้าไปแทน จะได้ไม่เที่ยวไปทะเลาะกับชาวบ้านโดยเฉพาะนักข่าวเมื่อโตขึ้น แน่นอนก็ด้วย “ระบบซ่อม” นี่แหละครับ...พี่น้องงงงงงงง....

ทุกๆเช้า พวกผมจะถูกสับถูกโขกจากพี่ปีสองที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วกว่า 50 คน กว่าจะผ่านด่านสุดท้ายก็เหงื่อโชกกันทีเดียวแหละ จากนั้นก็เข้าห้องเรียนเพื่อเรียนวิชาสามัญเหมือนนักเรียนทั่วๆไป เรียนกันทั้งเหงื่อๆนั่นแหละ ผมนึกดูแล้วก็สงสารครูบาอาจารย์ทั้งหลายของพวกเราเป็นอย่างมากที่จะต้องมาทนสอนอยู่ในห้องเรียนที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลของคนร่วมครึ่งร้อย เวรกรรมจริงๆ

พอถึงตอนเที่ยงได้เวลาอาหารกลางวัน นักเรียนใหม่เตรียมทหารปีหนึ่งทั้งหมดก็ต้องรีบตาลีตาเหลือกวิ่งแข่งกันลงบันไดไปรวมแถวที่ลานซีเมนต์หน้าอาคารสามแฉกเพื่อฝึกแถวซ้ายหัน ขวาหัน หน้าเดิน...วิ่งหน้าวิ่ง อีกพักใหญ่ กว่าที่รุ่นพี่เขาจะพาไปกินข้าวในโรงอาหาร แล้วตอนบ่ายก็เข้าห้องเรียนแบบเหงื่อท่วมจออีกครั้งหนึ่ง

สามโมงเย็น หมดเวลาแห่งความสุขในห้องเรียนก็เข้าสู่ห้วงเวลาของการฝึกวิชาทหารทั้งภาคมือเปล่า และประกอบอาวุธซึ่งก็ไม่พ้น ซ้ายหันขวาหัน เดินหน้าเดิน วิ่งหน้าวิ่ง ฯลฯ อีกนั่นแหละ กว่าจะได้กลับบ้านก็ตกเข้าแทบจะไม่ต่ำกว่า 5 โมงเย็นสักวันหนึ่ง

จากนึกสงสารอาจารย์ที่ต้องทนเหม็นพวกผม ถึงตอนนี้ผมก็นึกสงสารผู้โดยสารรถประจำทาง โดยเฉพาะที่ต้องยืนเบียดอยู่ใกล้ๆกัน

รถเมล์สมัยนั้นไม่สบายเหมือสมัยนี้หรอกครับ ยัดแน่นเป็นปลากระป๋องที่มีปลาตัวเหม็นๆซึ่งเรียกกันว่า “นักเรียนเตรียมทหาร”รวมอยู่ด้วย …

..................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 129