อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

เหลียวหลังแลหน้ามหาจุฬาฯ ทางเลือกสำหรับคนชนบท

สัปดาห์นี้ก็ใกล้พิธีประสาทปริญญาแล้ว หวนคิดถึงมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาบันที่หล่อหลอมให้ “คนเป็นคน” เปิดพื้นที่ให้ “พระภิกษุ-สามเณร” ทางเลือกสำหรับคนชนบท พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00 น.


ประมาณ 16 ปีที่แล้ว หลังจากสึกออกมาใหม่ ๆ มีรุ่นพี่คนหนึ่งชวนไปทำงานหนังสือรามปริทรรศน์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับข่าวความเคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งศิษย์เก่าที่จบออกไปแล้ว ตอนนั้นสัมภาษณ์อาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ ได้ยินคำว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ “ตลาดวิชา” เป็นมหาวิทยาลัย “สำหรับคนจน” และนักศึกษาที่นี่มักถูกกล่าวหาว่า “พวกหัวไม่ดี พวกสอบมหาลัยไม่ติด” เสมอ ๆ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับการยอมรับทั่วประเทศ มีลูกศิษย์พ่อขุนทุกอนุของสังคมตั้งแต่รัฐมนตรีจนถึงยามข้างบ้าน นั่นคือ ความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

สำหรับผมจบมาจาก “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” ตอนเรียนมีคนดูแคลนว่าเป็น “มหาวิทยาลัยเถื่อน” สาขาที่ผมเรียนคือ รัฐศาสตร์ ยุคนั้นมีคนรุ่นพี่ที่จบออกไปจะไปสมัคร ปลัดอำเภอ จะไปสมัครรับราชการ ถูกปฎิเสธเหตุผลเพราะ “กพ.” ไม่รับรอง







มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยุคก่อนปี 40 ร้อยทั้งร้อยคนเรียนมาจาก “คนชนบทและมีครอบครัวรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่สังคมเมืองเรียกว่า คนจน” เป็นทางเลือกสำหรับผู้บวชเรียนส่วนใหญ่ ที่ขยับฐานะตัวเองจากคนจนมาสู่ชนชั้นกลาง และเป็นมหาลัยเดียวที่เปิดโอกาสให้เรียนวิชาทางโลก เป็นมหาวิทยาลัยเดียวให้พระภิกษุ-สามเณร เรียนเพื่อรู้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ภายใต้กรอบของพระวินัยและกฎของมหาเถรสมาคม

ที่นี่ถือกำเนิดจาก “มหาธาตุวิทยาลัย” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นภายในวัดมหาธาตุฯ เมื่อปี พ.ศ. 2430 และได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในปี พ.ศ. 2540 ตามความในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 อธิการบดีรูปปัจจุบัน คือ พระราชปริยัติกวี



มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสตร์ที่สำคัญของคณะสงฆ์ไทย มีการจัดตั้งวิทยาเขต, วิทยาลัยสงฆ์, ศูนย์วิทยบริการและห้องเรียน กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ





ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนใน 4 คณะ คือ คณะพุทธศาสตร์ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก เพราะทั้งมีหลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 30 กว่าสาขาวิชา ศิษย์เก่าหลายท่าน เมื่อจบจากสถาบันแห่งนี้ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง และมีบทบาทเป็นพระสังฆาธิการในทุกระดับชั้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันได้รับการยอมรับไม่เฉพาะในสังคมไทยเท่านั้น ในสังคมโลกก็ยอมรับ

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงเหมือนกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ เป็นตลาดวิชาเหมือนกัน เป็นสถาบันการศึกษาที่หล่อหลอมให้ “คนเป็นคน” เหมือนกับสถาบันชนชั้นนำในสังคมไทยเหมือนกัน เพียงแต่รามคำแหงเปิดพื้นที่ให้ “ฆราวาส” ส่วนมหาจุฬาฯ เปิดพื้นที่ให้กับ “พระภิกษุ-สามเณร” และทั้งสองสถาบันแห่งนี้ เป็นทางเลือก สำหรับคนชนบท เหมือนกัน



ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ค.นี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีพิธีประสาทปริญญา ผมในฐานะรุ่นพี่ของแสดงความยินดีกับผู้จบการศึกษาทุกท่าน และขอให้ภาคภูมิใจเถิดว่า พวกเราโชคดีที่จบจาก มหาจุฬา ฯ เพราะมหาจุฬา ฯ มิได้สอนให้เราเก่งอย่างเดียวเท่านั้น ยังสอนให้พวกเราดีอีกด้วย ผมจึงกล้ารับรองว่าคนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึง “เก่งและดี”
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณภาพ : @mcutv


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 370