อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

ซ่อมจนหลง ตอน 2 (จบ)

มันหลับไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ตื่นมาเวลาที่เห็นคือ 6 โมงเย็น แต่ถ้วยความที่ถูกซ่อมเสียจนวินัยจับแน่น จึงนึกว่าเป็น 6 โมงเช้า… จันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00 น.


เรื่องซ่อมนักเรียนแบบหูดับตับไหม้แล้วเข้าห้องเรียน ซึ่งหลายคนก็แอบหลับในห้องอย่างไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้ ทั้ง ๆ ที่กลัวจะสอบตกปลายปีแทบตายนั้น แรก ๆ ทีเดียวอาจารย์ท่านก็ด่าเอา ๆ ว่าพวกผมไม่รักดีและหาทางวิธีแก้ไขร้อยแปดซึ่งไม่ค่อยได้ผล ครั้นบ่อยครั้งเข้าท่านก็ได้คิดแล้วกลายเป็นฝ่ายเห็นใจลูกศิษย์จึงไปต่อว่าผู้หมวดผู้กองฝ่ายปกครองว่า จะซ่อมกันไปทำไมนักหนา (ยะ) ลูกศิษย์ชั้นจะสอบตกยกชั้นแล้ว ผู้หมวดก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะต่างคนต่างรับผิดชอบ เล่นเอาอาจารย์สาว ๆ หลายท่านเกิดอาการ “งอน” ใส่ผู้หมวดผู้กองก็มีบ่อย ๆ ส่วนพวกผมผู้มีกรรมพอกลับถึงบ้านก็หมดแรง บางคนหลับไปทั้งเครื่องแบบ ต้องให้พ่อแม่ที่น้ำตาตกด้วยความสงสารลูกรักที่เลี้ยงมาแบบมดไม่ไต่ไรไม่ให้ตอมต้องมาปลุกไปอาบน้ำกันข้าวเย็นก็มี

โดยเฉพาะเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ของผมที่มีนามตามท้องเรื่องว่า “ไอ้เป็ด” จะออกอาการมากกว่าเพื่อนอย่างน่าสงสาร...

ยุคที่โรงเรียนเตรียมทหารยังอยู่ข้างสวนลุมพินีนั้น แม้จะต้องเรียนแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่ทางโรงเรียนก็มีระเบียบให้พวกเราผลัดกันมานอนเฝ้าโรงเรียนเรียกว่ามา “อยู่เวรเตรียมพร้อม” ประมาณเดือนละครั้งเห็นจะได้ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมต้องมาเข้าเวรเตรียมพร้อมเฝ้าโรงเรียนก็เกิดเรื่องประหลาดมหัศจรรย์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของผมมาจนบัดนี้

วันนั้นพอเลิกเรียน เลิกฝึก เลิกซ่อมตอนเย็น เพื่อน ๆ กลับบ้านกันหมด พวกอยู่เวรซึ่งมีประมาณ 30 คนหลังเสร็จอาหารเย็นที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้กินฟรี ๆ แล้ว พวกเราบางคนก็มานั่งเล่นกันอยู่หน้าโรงเรียนท่ามกลางสายลมพัดเย็นแสนสบาย ในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดตามดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับไป บรรยากาศผ่อนคลายจนกระทั่งลืมไปเลยว่าเพิ่งถูกซ่อมถูกฝึกมาแหม็บ ๆ ไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วนี่เอง ขณะที่พวกเรากำลังหาเรื่องมานั่งคุยกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้หลังจากถูกซ่อมร่วมกันมาได้หนึ่งเดือนก็สามารถมึงมาพาโวยเป็นเพื่อนสนิทกันหมดถ้วนทั่วทุกตัวคน สรรพนาม “คุณ-ผม” ในวันแรก ๆ เปลี่ยนมาเป็น “มึง-กู” กันหมดแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำลายความสุขที่พวกเรากำลังชื่นชม บรรยากาศสบาย ๆ กลายเป็นเครียดขึ้นมาทันที เหตุการณ์ที่ว่านี้ดึงพวกเรากลับไปสู่บรรยากาศของการซ่อมอีกครั้งหนึ่ง...ใครคนหนึ่งในเครื่องแบบนักเรียนใหม่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกับกางเกงสีกรมท่าขาสั้น มือขวาถือกระเป๋านักเรียนสีดำวิ่งหน้าตั้งผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาแล้วหยุดทำวันทยหัตถ์ขออนุญาตขึ้นตึกเรียนตรงหน้าที่พวกเรากำลังนั่งจับกลุ่มคุยโม้กันอยู่ ความอึดอัดของการปรับปรุงลักษณะทหารหรือการซ่อมกลับคืนมาแทนบรรยากาศสบาย ๆ ของพวกเราทันที พอไอ้ตัวทำลายความสุขเดินเข้ามาใกล้ เราจึงจำได้ว่าเป็นไอ้เป็ดเพื่อนร่วมรุ่นของเรานั่นเอง แต่ปัญหาที่เราสงสัยขึ้นมาทันทีคือมันกลับมาโรงเรียนทำไม..ลืมของสำคัญหรืออย่างไร แต่เท่าที่เราสังเกตเห็นก็รู้สึกว่าไอ้เป็ดมันทำท่าล่อกแล่ก ๆมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังตกอยู่ในความระมัดระวังตัว พวกเราจึงเรียกชื่อมันเบา ๆ ไอ้เป็ดสะดุ้งเล็กน้อยพองาม แต่เมื่อเห็นว่าเป็นพวกเราไม่ใช่รุ่นพี่ที่ชอบคอยแอบซุ่มดักซ่อมเหมือนทุกครั้งก็ทำท่าโล่งใจเป่าปากพรวดใหญ่ พวกเรายังไม่ทันถามว่ามึงกลับมาโรงเรียนทำซากอะไร เขาให้กลับบ้านดี ๆ ไม่ชอบ เดี๋ยวก็โดนคาบหรอก มันก็กลายเป็นฝ่ายร้องถามขึ้นมาก่อน



“เฮ้ย...พวกมึงมานั่งทำอะไรกันอยู่...ทำไมไม่ขึ้นชั้นเรียน หรือว่าอาจารย์งดสอน” มันชะงักคำถามเพื่อถอนหายใจแก้เหนื่อยนิดหนึ่ง แล้วก็ยิงคำถามต่อ “แล้ววันนี้โรงเรียนเขาไม่ซ่อมพวกเราหรอกหรือ กูเข้ามาไม่เห็นนักเรียนซ่อมสักคน”

“ซ่อมอะไรวะ...” เราร้องถามกลับแบบงง ๆ พอกัน เพราะโรงเรียนเพิ่งปล่อยกลับบ้านไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง แต่แล้วก็เหมือนเฉลียวใจอะไรบางอย่าง จึงร้องถามกลับไปว่า “มึงว่าวันนี้วันอะไร”

“อ้าว...ก็เช้าวันอังคารซีวะ...ถามทำหง่าอะไร” ไอ้เป็ดตอบแบบรำคาญ ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นเย็นวันจันทร์ต่างหาก ไม่ใช่เช้าวันอังคารอย่างไอ้เป็ดเข้าใจ

พวกเราช่วยกันเกลี้ยกล่อมอธิบายมันอยู่นานจนมันยอมเข้าใจหลังจากเถียงอยู่พักใหญ่แล้วพาไปส่งที่ประตูโรงเรียนให้ขึ้นรถเมล์กลับบ้านไป แล้วพรุ่งนี้ซึ่งเป็นเช้าวันอังคารค่อยมาโรงเรียนใหม่ วันนี้ไม่ต้อง ไอ้เป็ดทำหน้าอาย ๆ แล้วเดินหายลับไปในความมืดที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน

เรื่องของเรื่องก็คือ เย็นวันนั้นซึ่งเป็นวันจันทร์ หลังจากถูกซ่อมอย่างครบเครื่องกลับไปถึงบ้านมันก็สลบไสลไปทั้งเครื่องแบบทันที ตื่นขึ้นมามองดูนาฬิกาเข้มสั้นอยู่เลข 6 เข็มยาวเลยเลข 12 มาหน่อยหนึ่ง มันแทบช็อกเพราะปกติต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง มองท้องฟ้านอกบ้านก็เริ่มสว่างแล้ว จึงรีบตาลีตาเหลือกมาโรงเรียนจนพบพวกผมนั่นแหละ ความจริงก็คือมันหลับไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ตื่นมาเวลาที่เห็นคือ 6 โมงเย็น แต่ถ้วยความที่ถูกซ่อมเสียจนวินัยจับแน่น จึงนึกว่าเป็น 6 โมงเช้า

แล้วไอ้ท้องฟ้าตอน 6 โมงเย็นกับ 6 โมงเช้ามันต่างกันซะตรงไหนเล่า ท่านผู้ชม!
..................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์

ติดตามอ่าน "ซ่อมจนหลง" ทุกตอนได้ที่นี่


ซ่อมจนหลง ตอนที่ 1

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%